ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 316: การอายัดสิทธิเรียกร้อง
ตัวบทกฎหมาย
การอายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่จะเรียกให้บุคคลภายนอกชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินก็ดี หรือที่จะเรียกให้บุคคลภายนอกชำระหนี้อย่างอื่นนอกจากการชำระเงินหรือการส่งมอบหรือการโอนทรัพย์สินก็ดี ให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีกระทำโดยมีคำสั่งอายัด และแจ้งคำสั่งนั้นให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบุคคลภายนอกทราบ
คำสั่งอายัดตามวรรคหนึ่ง ต้องมีข้อห้ามลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ให้จำหน่ายสิทธิเรียกร้องและมีข้อห้ามบุคคลภายนอกไม่ให้ปฏิบัติการชำระหนี้นั้นแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ให้ชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินหรือชำระหนี้อย่างอื่นให้แก่ศาล เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือบุคคลอื่น หรือให้ดำเนินการโดยวิธีอื่นใดตามที่ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร ณ เวลาหรือภายในเวลา หรือเงื่อนไขตามที่กำหนดให้ แล้วแต่กรณี
คำสั่งอายัดนั้นให้บังคับได้ไม่ว่าที่ใด ๆ
คำแปลภาษาอังกฤษ
The attachment of a claim of the judgment debtor by which a third party is to be required to pay money, or to deliver or transfer property, or by which a third party is to be required to perform an obligation other than the payment of money or the delivery or transfer of property, shall be made by the court or the execution officer by issuing an attachment order and notifying that order to the judgment debtor and the third party.
The attachment order under paragraph one must contain a prohibition against the judgment debtor from disposing of the claim, and a prohibition against the third party from performing the obligation to the judgment debtor, requiring instead that the third party pay the money, or deliver or transfer the property, or perform the other obligation, to the court, the execution officer, or another person, or proceed by any other method as the court or the execution officer thinks fit, at or within the time, or upon the conditions, prescribed, as the case may be.
The attachment order may be enforced wherever it may be.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 316 เป็นมาตราแรกของส่วนที่ 4 ว่าด้วยการอายัดสิทธิเรียกร้อง และวางกลไกหลักของการอายัด ครอบคลุมสิทธิเรียกร้องที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีต่อบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงิน การส่งมอบหรือโอนทรัพย์สิน หรือการชำระหนี้อย่างอื่น โดยต้องออกคำสั่งอายัดและแจ้งทั้งลูกหนี้และบุคคลภายนอก วรรคสองกำหนดข้อห้ามสองประการที่ทำให้การอายัดมีผล คือห้ามลูกหนี้จำหน่ายสิทธิเรียกร้อง และห้ามบุคคลภายนอกชำระหนี้ให้ลูกหนี้ แต่ให้ชำระต่อศาล เจ้าพนักงานบังคับคดี หรือบุคคลอื่นที่กำหนด วรรคสามให้คำสั่งอายัดบังคับได้ไม่ว่าที่ใด บทนี้เป็นฐานของมาตราต่อไป รวมถึงมาตรา 320 ว่าด้วยผล มาตรา 321 ว่าด้วยการบังคับบุคคลภายนอกที่ไม่ปฏิบัติตาม และมาตรา 325 ว่าด้วยการคัดค้าน จัดเลขมาตราใหม่ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การอายัดสิทธิเรียกร้องเป็นเครื่องมือหลักในการบังคับชำระหนี้ในประเทศไทย เพราะเป็นวิธีที่เจ้าหนี้เข้าถึงเงินเดือน เงินฝาก ค่าเช่า หรือลูกหนี้การค้าของลูกหนี้ได้โดยไม่ต้องรอยึดทรัพย์ที่มีรูปร่าง เนื่องจากคำสั่งผูกพันบุคคลภายนอกโดยตรง เมื่อได้รับคำสั่งแล้วบุคคลภายนอกต้องไม่ชำระหนี้ให้ลูกหนี้อีก มิฉะนั้นอาจต้องชำระซ้ำ หากทราบว่าลูกหนี้มีบัญชีหรือทำงานที่ใด การอายัดมักเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2564 (2021)
บุคคลภายนอกที่ได้รับหนังสืออายัดตามมาตรา 316 วรรคสอง ไม่อาจนำเงินที่ถูกอายัดไปหักชำระหนี้ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีต่อตนได้ การหักกลบที่กระทำภายหลังได้รับหนังสืออายัดไม่อาจใช้ยันการอายัดได้
ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิได้รับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนจากผู้ร้อง หลังได้รับหนังสืออายัดจากเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ร้องนำเงินดังกล่าวไปหักชำระหนี้เงินกู้ที่ลูกหนี้มีต่อตน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการหักกลบไม่มีผลตามมาตรา 316 วรรคสอง และหนี้เงินกู้มิใช่หนี้บุริมสิทธิ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเหนือเงินที่ถูกอายัด
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 8 คดี (พ.ศ. 2523 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 227/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 57/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3800/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1702/2547 (2004)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2939/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 179/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5478/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1162/2523 (1980)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
มาตรา 316 อายัดอะไรได้บ้าง
สิทธิเรียกร้องใด ๆ ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีต่อบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงิน การส่งมอบหรือโอนทรัพย์ หรือการชำระหนี้อย่างอื่น เช่น เงินเดือน เงินฝาก หรือหนี้การค้าที่ผู้อื่นค้างลูกหนี้
บุคคลภายนอกต้องทำอย่างไรเมื่อได้รับคำสั่งอายัด
บุคคลภายนอกต้องหยุดชำระหนี้ให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา และชำระต่อศาล เจ้าพนักงานบังคับคดี หรือบุคคลที่ระบุในคำสั่งแทน หากยังชำระให้ลูกหนี้หลังได้รับคำสั่งอาจต้องชำระซ้ำ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 316 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 316, ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-316/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 316 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-316/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-316/"><p>การอายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่จะเรียกให้บุคคลภายนอกชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินก็ดี หรือที่จะเรียกให้บุคคลภายนอกชำระหนี้อย่างอื่นนอกจากการชำระเงินหรือการส่งมอบหรือการโอนทรัพย์สินก็ดี ให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีกระทำโดยมีคำสั่งอายัด และแจ้งคำสั่งนั้นให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบุคคลภายนอกทราบ คำสั่งอายัดตามวรรคหนึ่ง ต้องมีข้อห้ามลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ให้จำหน่ายสิทธิเรียกร้องและมีข้อห้ามบุคคลภายนอกไม่ให้ปฏิบัติการชำระหนี้นั้นแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ให้ชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินหรือชำระหนี้อย่างอื่นให้แก่ศาล เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือบุคคลอื่น หรือให้ดำเนินการโดยวิธีอื่นใดตามที่ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร ณ เวลาหรือภายในเวลา หรือเงื่อนไขตามที่กำหนดให้ แล้วแต่กรณี คำสั่งอายัดนั้นให้บังคับได้ไม่ว่าที่ใด ๆ</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 316 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-316/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา