ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 323: การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึด

ตัวบทกฎหมาย

ภายใต้บังคับมาตรา ๕๕ บุคคลใดกล่าวอ้างว่าจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ หรือตนเป็นเจ้าของรวมซึ่งมีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้แบ่งการครอบครองเป็นส่วนสัด หรือตนเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทรัพย์แบ่งได้ หรือตนเป็นผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนในทรัพย์สินนั้นได้อยู่ก่อน บุคคลนั้นอาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนหรือเฉพาะส่วนของตน แล้วแต่กรณี โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีการยึดทรัพย์สินนั้น แต่ถ้าไม่สามารถยื่นคำร้องขอภายในระยะเวลาดังกล่าว บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอเมื่อพ้นระยะเวลาเช่นว่านั้นได้ก็ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและได้ยื่นคำร้องขอไม่ช้ากว่าเจ็ดวันก่อนวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดไว้เพื่อการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้นเป็นครั้งแรก เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอในภายหลังก็ได้ แต่จะต้องยื่นเสียก่อนขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้น
ในกรณีที่เป็นทรัพย์สินตามมาตรา ๓๓๒ ผู้กล่าวอ้างอาจยื่นคำร้องขอต่อศาลภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการยึดทรัพย์สินนั้น แต่ถ้าไม่สามารถยื่นคำร้องขอภายในระยะเวลาดังกล่าว บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอเมื่อพ้นระยะเวลาเช่นว่านั้นได้ก็ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ แต่จะต้องยื่นเสียก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจ่ายเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินนั้นแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา ๓๓๙ หรือก่อนที่บัญชีส่วนเฉลี่ยแสดงจำนวนเงินที่ขายทรัพย์สินนั้นเป็นที่สุดตามมาตรา ๓๔๐ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้ถือว่าเงินจำนวนสุทธิที่ได้จากการขายนั้นเป็นเสมือนทรัพย์สินที่ขอให้ปล่อย
เมื่อศาลสั่งรับคำร้องขอไว้แล้ว ให้ส่งสำเนาคำร้องขอแก่โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา และเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับคำร้องขอเช่นว่านี้ ถ้าทรัพย์สินที่ยึดนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินตามมาตรา ๓๓๒ ให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาด และให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นเหมือนอย่างคดีธรรมดา
โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำร้องว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงการบังคับคดี เมื่อปรากฏพยานหลักฐานเบื้องต้นว่าคำร้องนั้นฟังได้ ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้กล่าวอ้างวางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควร เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสำหรับความเสียหายที่อาจได้รับจากการยื่นคำร้องขอนั้น ถ้าผู้กล่าวอ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ส่วนเงินหรือประกันที่วางไว้ต่อศาลดังกล่าว เมื่อศาลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต่อไป จะสั่งคืนหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได้ คำสั่งของศาลตามวรรคนี้ให้เป็นที่สุด
ในกรณีที่ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องขอที่ยื่นไว้ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ถ้าโจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการยื่นคำร้องขอดังกล่าวเห็นว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงการบังคับคดี บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องขอเพื่อขอให้ศาลสั่งให้ผู้กล่าวอ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ตนได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกการพิจารณาเป็นสำนวนต่างหากจากคดีเดิม และเมื่อศาลไต่สวนแล้วเห็นว่าคำร้องนั้นฟังได้ ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้กล่าวอ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจร้องขอให้ศาลบังคับคดีแก่บุคคลนั้นเสมือนหนึ่งว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา

คำแปลภาษาอังกฤษ

Subject to Section 55, any person who alleges that the defendant or the judgment debtor is not the owner of the property that the execution officer has seized, or that he is a co-owner having ownership or possessory rights in that property being immovable property whose possession has been divided into definite portions, or that he is a co-owner of that property being divisible movable property, or that he is a person in a position to have his right in that property registered in priority, may apply to have that property released in whole or in part, or only his own portion, as the case may be, by filing an application with the court that issued the writ of execution within sixty days from the date of the seizure of that property. However, if he is unable to file the application within that period, he may file it after the lapse of such period only where there are special circumstances, and not later than seven days before the date fixed by the execution officer for the first auction or other disposal of that property, except in the case of force majeure, in which case he may file the application later, but must do so before the auction or other disposal of that property.
In the case of property under Section 332, the person making the allegation may file an application with the court within sixty days from the date of the seizure of that property. However, if he is unable to file within that period, he may file it after the lapse of such period only where there are special circumstances, but must do so before the execution officer pays the money obtained from the sale of that property to the judgment creditor under Section 339, or before the distribution account showing the amount from the sale of that property becomes final under Section 340, as the case may be. In this regard, the net amount obtained from the sale shall be deemed to be the property sought to be released.
When the court has ordered the application to be accepted, a copy of the application shall be served on the plaintiff or the judgment creditor, the defendant or the judgment debtor, and the execution officer. When the execution officer has received such an application, if the seized property is not property under Section 332, the auction or disposal of that property shall be stayed pending the ruling, and the court shall try and adjudicate the case in the same manner as an ordinary case.
The plaintiff or the judgment creditor may file a motion that the application has no merit and was filed to delay the execution. When there is prima facie evidence that the motion is well founded, the court has the power to order the person making the allegation to deposit money or provide security with the court in the amount and within the time the court thinks fit, as security for the payment of compensation to the plaintiff or the judgment creditor for the damage that may be sustained from the filing of that application. If the person making the allegation fails to comply with the order of the court, the court shall order the case struck off the cause list. As for the money or security deposited with the court, the court may order its return or the cancellation of the security when it is of the opinion that it is no longer necessary. The order of the court under this paragraph shall be final.
In the case where the court has dismissed the application filed under paragraph one or paragraph two, if the plaintiff or the judgment creditor who has sustained damage from the filing of that application is of the opinion that the application had no merit and was filed to delay the execution, that person may file a motion with the court within thirty days from the date the court dismissed the application, seeking an order that the person making the allegation pay compensation for the damage sustained. In such a case, the court has the power to order the matter to be tried as a separate case from the original case, and when the court has held an inquiry and is of the opinion that the motion is well founded, it shall order the person making the allegation to pay compensation in such amount as it thinks fit. If that person fails to comply with the order of the court, the plaintiff or the judgment creditor may apply to the court to enforce against that person as though he were a judgment debtor.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 323 เป็นกลไกร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ หรือที่เรียกว่าการร้องขัดทรัพย์ อยู่ในส่วนที่ 6 ว่าด้วยสิทธิของบุคคลภายนอก มาตรานี้ให้ผู้ที่มิใช่ลูกหนี้แต่เป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกยึด หรือเป็นเจ้าของรวมที่เข้าเงื่อนไข หรือผู้อยู่ในฐานะจะให้จดทะเบียนสิทธิได้ก่อน ร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้ปล่อยทรัพย์ได้ กำหนดเวลาหลักคือหกสิบวันนับแต่วันยึด ขยายได้เฉพาะมีพฤติการณ์พิเศษและไม่ช้ากว่าเจ็ดวันก่อนขายทอดตลาดครั้งแรก โดยมีข้อยกเว้นเหตุสุดวิสัยที่แคบ ส่วนทรัพย์ตามมาตรา 332 มีกำหนดเวลาพิเศษ โดยถือเงินสุทธิจากการขายเป็นเสมือนทรัพย์ที่ขอปล่อย เมื่อรับคำร้องให้งดการขายและพิจารณาความเป็นเจ้าของอย่างคดีธรรมดา วรรคต่อมาให้เจ้าหนี้ขอให้วางประกันและเรียกค่าสินไหมทดแทนจากคำร้องที่ไม่มีมูลเพื่อประวิงการบังคับคดีได้ ขอบเขตและกำหนดหกสิบวันถูกปรับปรุงตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 ซึ่งศาลฎีกาปรับใช้กับการยึดที่วินิจฉัยหลังวันที่ 5 กันยายน 2560

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากเจ้าพนักงานยึดทรัพย์ที่เป็นของท่านจริง นี่คือช่องทางของท่าน แต่กำหนดเวลาสำคัญมาก ต้องยื่นต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีภายในหกสิบวันนับแต่วันยึด การขยายมีเฉพาะกรณีพฤติการณ์พิเศษ และไม่ช้ากว่าเจ็ดวันก่อนขายทอดตลาดครั้งแรก การพลาดกำหนดอาจทำให้เสียทรัพย์ อีกทั้งเจ้าหนี้อาจโต้แย้งว่าคำร้องของท่านเป็นการประวิงคดี ซึ่งอาจทำให้ต้องวางประกัน เนื่องจากศาลจะพิจารณาความเป็นเจ้าของอย่างคดีเต็มรูป จึงควรปรึกษาทนายความที่มีประสบการณ์ด้านข้อพิพาทการบังคับคดีโดยเร็ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2568 (2025)

    ผู้อ้างว่าเป็นเจ้าของอาจยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์เมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันได้หากมีพฤติการณ์พิเศษ โดยต้องยื่นไม่ช้ากว่าเจ็ดวันก่อนวันที่กำหนดขายทอดตลาดครั้งแรก ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับฟังว่ามีพฤติการณ์พิเศษจึงไม่ถูกต้อง

    ผู้ร้องยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อยื่นไม่ช้ากว่าเจ็ดวันก่อนขายทอดตลาดครั้งแรก ผู้ร้องย่อมมีสิทธิยื่นได้ตามมาตรา 323 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่าไม่มีพฤติการณ์พิเศษจึงไม่ถูกต้อง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176/2565 (2022)

    เมื่อทรัพย์สินถูกยึดก่อนวันที่มาตรา 323 ที่แก้ไขใหม่มีผลใช้บังคับ คือวันที่ 5 กันยายน 2560 แต่ยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์หลังจากวันดังกล่าว ต้องนำบทบัญญัติที่แก้ไขใหม่มาใช้บังคับ แต่กำหนดหกสิบวันย่อมนับแต่การยึดที่เกิดขึ้นก่อนบทบัญญัตินั้นไม่ได้ จึงถือว่ามีพฤติการณ์พิเศษตามวรรคหนึ่ง ผู้ร้องย่อมยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดนั้นได้

    ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างถูกยึดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 ก่อนมาตรา 323 ที่แก้ไขใหม่มีผลใช้บังคับในวันที่ 5 กันยายน 2560 และผู้ร้องยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 อันเป็นเวลาหลังจากนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าต้องใช้บทบัญญัติที่แก้ไขใหม่ แต่จะยื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันยึดซึ่งเกิดขึ้นก่อนบทบัญญัตินั้นย่อมทำไม่ได้ ทั้งผู้ร้องยังต้องรอให้คดีที่เคยยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์มาก่อนถึงที่สุด จึงถือว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์สินที่ยึดได้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 38 คดี (พ.ศ. 2508 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 369/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4286/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5398/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3748/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 176/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2809/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 612/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3607/2563 (2020)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

มีเวลาเท่าใดในการร้องขอปล่อยทรัพย์ของตนที่ถูกยึด

ตามมาตรา 323 ต้องยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์ต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีภายในหกสิบวันนับแต่วันยึด การขยายเวลาทำได้เฉพาะมีพฤติการณ์พิเศษ และไม่ช้ากว่าเจ็ดวันก่อนขายทอดตลาดครั้งแรก

การยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์ทำให้งดการขายทอดตลาดหรือไม่

งด สำหรับทรัพย์ที่ไม่ใช่ทรัพย์ตามมาตรา 332 เมื่อศาลรับคำร้องแล้ว การขายทอดตลาดหรือจำหน่ายจะถูกงดไว้ระหว่างที่ศาลพิจารณาความเป็นเจ้าของอย่างคดีธรรมดา

การยึดในอดีตใช้มาตรา 323 ฉบับใด

ศาลฎีกาใช้ฉบับที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ 30 ซึ่งมีผลวันที่ 5 กันยายน 2560 กับคำร้องขอปล่อยทรัพย์ที่ยื่นหลังวันดังกล่าว แม้การยึดจะเกิดขึ้นก่อนก็ตาม

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 323. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-323/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 323
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-323/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-323/"><p>ภายใต้บังคับมาตรา ๕๕ บุคคลใดกล่าวอ้างว่าจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ หรือตนเป็นเจ้าของรวมซึ่งมีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้แบ่งการครอบครองเป็นส่วนสัด หรือตนเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทรัพย์แบ่งได้ หรือตนเป็นผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนในทรัพย์สินนั้นได้อยู่ก่อน บุคคลนั้นอาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนหรือเฉพาะส่วนของตน แล้วแต่กรณี โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีการยึดทรัพย์สินนั้น แต่ถ้าไม่สามารถยื่นคำร้องขอภายในระยะเวลาดังกล่าว บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอเมื่อพ้นระยะเวลาเช่นว่านั้นได้ก็ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและได้ยื่นคำร้องขอไม่ช้ากว่าเจ็ดวันก่อนวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดไว้เพื่อการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้นเป็นครั้งแรก เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอในภายหลังก็ได้ แต่จะต้องยื่นเสียก่อนขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้น ในกรณีที่เป็นทรัพย์สินตามมาตรา ๓๓๒ ผู้กล่าวอ้างอาจยื่นคำร้องขอต่อศาลภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการยึดทรัพย์สินนั้น แต่ถ้าไม่สามารถยื่นคำร้องขอภายในระยะเวลาดังกล่าว บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอเมื่อพ้นระยะเวลาเช่นว่านั้นได้ก็ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ แต่จะต้องยื่นเสียก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจ่ายเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินนั้นแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา ๓๓๙ หรือก่อนที่บัญชีส่วนเฉลี่ยแสดงจำนวนเงินที่ขายทรัพย์สินนั้นเป็นที่สุดตามมาตรา ๓๔๐ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้ถือว่าเงินจำนวนสุทธิที่ได้จากการขายนั้นเป็นเสมือนทรัพย์สินที่ขอให้ปล่อย เมื่อศาลสั่งรับคำร้องขอไว้แล้ว ให้ส่งสำเนาคำร้องขอแก่โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา และเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับคำร้องขอเช่นว่านี้ ถ้าทรัพย์สินที่ยึดนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินตามมาตรา ๓๓๒ ให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาด และให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นเหมือนอย่างคดีธรรมดา โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำร้องว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงการบังคับคดี เมื่อปรากฏพยานหลักฐานเบื้องต้นว่าคำร้องนั้นฟังได้ ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้กล่าวอ้างวางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควร เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสำหรับความเสียหายที่อาจได้รับจากการยื่นคำร้องขอนั้น ถ้าผู้กล่าวอ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ส่วนเงินหรือประกันที่วางไว้ต่อศาลดังกล่าว เมื่อศาลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต่อไป จะสั่งคืนหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได้…</p><footer>Civil Procedure Code, s. 323 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-323/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง