กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

359 — การบังคับคดีให้งดเว้นกระทำการ

คนบทกฎหมาย

การบังคับคดีในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลกำหนดให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษางดเว้นกระทำการ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา ๓๖๑ และขอให้ศาลมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ได้ด้วย
(๑) ให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาชำระค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายอันเกิดจากการไม่งดเว้นกระทำการนั้น
(๒) รื้อถอนหรือทำลายทรัพย์สินอันเกิดจากการไม่งดเว้นกระทำการนั้น เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการนั้นได้กำหนดวิธีการจัดการกับทรัพย์สินดังกล่าวไว้เป็นอย่างอื่นแล้ว
ในกรณีตาม
(๑) เมื่อศาลไต่สวนแล้วเห็นว่าคำขอนั้นฟังได้ ให้ศาลมีคำสั่งให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร
ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งตาม
(๒) ให้ศาลแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ แล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งศาล โดยลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้รับผิดในค่าใช้จ่าย
การขอและการดำเนินการตามมาตรานี้ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล ส่วนค่าสินไหมทดแทนที่ศาลกำหนดตามวรรคสองและค่าใช้จ่ายตามวรรคสาม ให้ถือว่าเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับคดีกันต่อไป

คำแปลภาษาไทย

For the execution of a judgment or order of the court that requires the judgment debtor to refrain from doing an act, the judgment creditor may apply for the court to order the arrest and detention of the judgment debtor under Section 361, and may also apply for the court to make any of the following orders:
(1) to order the judgment debtor to pay compensation for the damage arising from the failure to refrain from that act;
(2) to remove or destroy the property arising from the failure to refrain from that act, unless the law governing that matter has prescribed another method for dealing with such property.
In the case under (1), when the court has held an inquiry and is of the view that the application is well-founded, the court shall order the judgment debtor to pay compensation in the amount that the court considers appropriate.
Where the court makes an order under (2), the court shall notify the order to the execution officer, and the execution officer shall carry out the order of the court, with the judgment debtor being liable for the expenses.
The application and the proceedings under this section are exempt from court fees. As for the compensation determined by the court under paragraph two and the expenses under paragraph three, they shall be deemed a judgment debt to be enforced further.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา ๓๕๙ เป็นบทเปิดของส่วนที่ ๒ ว่าด้วยการบังคับคดีในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งกำหนดให้ลูกหนี้งดเว้นกระทำการ ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบการบังคับคดีเฉพาะที่ปรับปรุงใหม่โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๐ เนื่องจากหนี้ที่ให้งดเว้นไม่อาจยึดหรือขายได้ มาตรานี้จึงให้เครื่องมือแก่เจ้าหนี้สามประการ คือ การจับกุมและกักขังตามมาตรา ๓๖๑ ค่าสินไหมทดแทนที่ศาลกำหนดหลังไต่สวน และการรื้อถอนหรือทำลายทรัพย์สินโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ทั้งค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายให้ถือเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่บังคับคดีกันต่อไป

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้ใช้เมื่อจำเลยยังคงฝ่าฝืนคำสั่งให้งดเว้น เช่น ก่อสร้างล้ำแนวเขตต่อไป ประกอบกิจการที่ศาลห้าม หรือกระทำการรบกวนซ้ำ ข้อควรระวังสามประการ คือ ศาลจะกำหนดค่าสินไหมทดแทนหลังไต่สวนเท่านั้น จึงต้องมีพยานหลักฐานความเสียหายที่ชัดเจน การรื้อถอนหรือทำลายทำโดยลูกหนี้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายแต่เฉพาะเมื่อไม่มีกฎหมายอื่นกำหนดวิธีจัดการทรัพย์สินไว้เป็นอย่างอื่น และแม้การยื่นคำขอไม่เสียค่าธรรมเนียมศาล แต่ค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายที่ได้จะกลายเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่ต้องบังคับคดีด้วยการยึดทรัพย์ตามปกติ

เลย

ถ้าคู่ความที่แพ้คดีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้งดเว้นการกระทำ จะทำอย่างไรได้บ้าง

ตามมาตรา ๓๕๙ ท่านขอให้ศาลจับกุมและกักขังลูกหนี้ตามมาตรา ๓๖๑ ขอค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหาย และขอให้รื้อถอนหรือทำลายทรัพย์สินที่เกิดจากการฝ่าฝืนโดยลูกหนี้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายได้

การยื่นคำขอตามมาตรา ๓๕๙ ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลหรือไม่

ไม่ต้อง การขอและการดำเนินการตามมาตรา ๓๕๙ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล แต่ค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายที่ศาลกำหนดจะกลายเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่ต้องบังคับคดีต่อไป

ศาลกำหนดจำนวนค่าสินไหมทดแทนอย่างไร

ศาลจะไต่สวนก่อน หากเห็นว่าคำขอฟังได้ ศาลจะกำหนดค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนที่เห็นสมควร ท่านจึงควรนำพยานหลักฐานความเสียหายที่ชัดเจนมาแสดง

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น