กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

36 — การพิจารณาโดยเปิดเผยและข้อยกเว้น

คนบทกฎหมาย

การนั่งพิจารณาคดีจะต้องกระทำในศาลต่อหน้าคู่ความที่มาศาลและโดยเปิดเผย เว้นแต่
(๑) ในคดีเรื่องใดที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาความเรียบร้อยในศาล เมื่อศาลได้ขับไล่คู่ความฝ่ายใดออกไปเสียจากบริเวณศาลโดยที่ประพฤติไม่สมควร ศาลจะดำเนินการนั่งพิจารณาคดีต่อไปลับหลังคู่ความฝ่ายนั้นก็ได้
(๒) ในคดีเรื่องใด เพื่อความเหมาะสม หรือเพื่อคุ้มครองสาธารณประโยชน์ ถ้าศาลเห็นสมควรจะห้ามมิให้มีการเปิดเผยซึ่งข้อเท็จจริง หรือพฤติการณ์ต่าง ๆ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งคดีซึ่งปรากฏจากคำคู่ความหรือคำแถลงการณ์ของคู่ความหรือจากคำพยานหลักฐานที่ได้สืบมาแล้วศาลจะมีคำสั่งดังต่อไปนี้ก็ได้(ก) ห้ามประชาชนมิให้เข้าฟังการพิจารณาทั้งหมดหรือแต่บางส่วน แล้วดำเนินการพิจารณาไปโดยไม่เปิดเผย หรือ(ข) ห้ามมิให้ออกโฆษณาข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ต่าง ๆ เช่นว่านั้นในบรรดาคดีทั้งปวงที่ฟ้องขอหย่าหรือฟ้องชายชู้หรือฟ้องให้รับรองบุตร ให้ศาลห้ามมิให้มีการเปิดเผยซึ่งข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ใด ๆ ที่ศาลเห็นเป็นการไม่สมควร หรือพอจะเห็นได้ว่าจะทำให้เกิดการเสียหายอันไม่เป็นธรรมแก่คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าศาลจะได้มีคำสั่งตามอนุมาตรา
(๒) นี้หรือไม่ คำสั่งหรือคำพิพากษาชี้ขาดคดีของศาลนั้น ต้องอ่านในศาลโดยเปิดเผย และมิให้ถือว่าการออกโฆษณาทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งคำพิพากษานั้นหรือย่อเรื่องแห่งคำพิพากษาโดยเป็นกลางและถูกต้องนั้น เป็นผิดกฎหมาย

คำแปลภาษาไทย

The hearing of a case must be conducted in court, in the presence of the parties who attend, and openly, except:
(1) in any case where it is necessary to maintain order in the court, when the court has expelled a party from the court precincts for improper behaviour, the court may proceed with the hearing of the case in the absence of that party;
(2) in any case where, for the sake of propriety or for the protection of the public interest, the court thinks fit, it may prohibit the disclosure of the facts or the various circumstances of the case, in whole or in part, as they appear from the pleadings or the statements of the parties, or from the evidence already taken; the court may make the following orders:
(a) prohibiting the public from attending the hearing, in whole or in part, and then conducting the hearing without disclosure; or
(b) prohibiting the publication of such facts or circumstances.
In all cases in which a divorce, adultery, or legitimation of a child is claimed, the court shall prohibit the disclosure of any facts or circumstances that the court considers improper, or that may be seen as likely to cause unfair damage to a party or a person concerned.
Whether or not the court has made an order under subsection (2), the order or judgment deciding the case must be read in court openly, and the publication of the whole or part of that judgment, or of a summary of the judgment made impartially and accurately, shall not be deemed unlawful.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 36 วางหลักการพิจารณาโดยเปิดเผยในศาลต่อหน้าคู่ความ แล้วกำหนดข้อยกเว้น อนุมาตรา (1) ให้พิจารณาต่อไปลับหลังคู่ความที่ถูกไล่ออกเพราะประพฤติไม่สมควร ซึ่งเชื่อมกับอำนาจรักษาความเรียบร้อยของศาล อนุมาตรา (2) ให้พิจารณาลับหรือห้ามโฆษณาได้เพื่อความเหมาะสมหรือสาธารณประโยชน์ ศาลเคยใช้ เช่น ให้พยานดูและฟังพยานหลักฐานภาพและเสียงที่ละเอียดอ่อนเป็นการลับเพื่อมิให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่คู่ความ ทั้งนี้มีบทบังคับให้พิจารณาลับในคดีฟ้องหย่า ฟ้องชายชู้ และฟ้องรับรองบุตร อย่างไรก็ดี หลักการเปิดเผยยังคงอยู่ในขั้นชี้ขาด คือ คำพิพากษาต้องอ่านในศาลโดยเปิดเผย และการรายงานโดยเป็นกลางและถูกต้องไม่เป็นการผิดกฎหมาย

ความสำคัญต่อ

การพิจารณาโดยเปิดเผยเป็นหลัก ซึ่งสำคัญหากต้องการให้ประชาชนหรือสื่อเข้าฟัง แต่ข้อยกเว้นมีความสำคัญในทางปฏิบัติสำหรับเรื่องละเอียดอ่อน ในคดีฟ้องหย่า ฟ้องชายชู้ และฟ้องรับรองบุตร ศาลต้องปกปิดรายละเอียดที่ไม่สมควรหรือที่อาจก่อความเสียหายอันไม่เป็นธรรม ข้อมูลส่วนตัวจึงได้รับการคุ้มครองมากกว่าคดีทั่วไป หากคดีมีข้อมูลลับหรือกระทบชื่อเสียง อาจขอให้ศาลตามอนุมาตรา (2) พิจารณาลับบางส่วนหรือห้ามโฆษณาได้ ทั้งนี้คำพิพากษายังต้องอ่านโดยเปิดเผย

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8912/2551 (2008)

    ตามมาตรา 36 (2) ศาลอาจสั่งให้พยานดูและฟังพยานหลักฐานภาพและเสียงที่ละเอียดอ่อนเป็นการลับ เพื่อมิให้ถูกเผยแพร่ในระหว่างการพิจารณาและป้องกันความไม่เป็นธรรมแก่คู่ความ

    ศาลเห็นว่าเทปวีดีทัศน์และเทปบันทึกเสียงบางส่วนที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัวหากถูกเผยแพร่อาจกระทบชื่อเสียงของผู้ตายและคู่ความ ทั้งพยานที่จะเบิกความภายหลังอาจได้รู้รายละเอียด จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 36 (2) ให้พยานทั้งสองดูและฟังเทปเป็นการลับ เพื่อมิให้ข้อเท็จจริงถูกเผยแพร่ในระหว่างการพิจารณา

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

การพิจารณาคดีในไทยเปิดเผยต่อสาธารณะหรือไม่

โดยหลักเปิดเผย ตามมาตรา 36 การนั่งพิจารณาต้องกระทำในศาล ต่อหน้าคู่ความ และโดยเปิดเผย โดยมีข้อยกเว้นเพื่อรักษาความเรียบร้อย ความเหมาะสม และสาธารณประโยชน์

คดีฟ้องหย่าพิจารณาเป็นการลับได้หรือไม่

ได้ ในคดีฟ้องหย่า ฟ้องชายชู้ และฟ้องรับรองบุตร มาตรา 36 บังคับให้ศาลห้ามการเปิดเผยข้อเท็จจริงที่เห็นว่าไม่สมควรหรือที่อาจก่อความเสียหายอันไม่เป็นธรรมแก่คู่ความหรือผู้เกี่ยวข้อง

หากพิจารณาลับ คำพิพากษาจะเป็นความลับด้วยหรือไม่

ไม่ แม้ศาลจะสั่งพิจารณาลับตามอนุมาตรา (2) คำสั่งหรือคำพิพากษาชี้ขาดคดีก็ยังต้องอ่านในศาลโดยเปิดเผย และการรายงานโดยเป็นกลางและถูกต้องไม่เป็นการผิดกฎหมาย

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น