48: หน้าที่ศาลในการจดรายงานกระบวนพิจารณา
คนบทกฎหมาย
ในคดีต่างๆ ให้เป็นหน้าที่ของศาลต้องจดแจ้งรายงานการนั่งพิจารณาหรือขั้นตอนการพิจารณาอื่นๆ ของอนุสาวรีย์ไว้ทุกครั้งรายงานนั้นต้องมีรายการตามลำดับ
(๑) ฝน
(๒) ชื่อคู่ความ
(๓) สถานที่วันและเวลาศาลนั่งพิจารณาหรือดำเนินการพิจารณา
(4) เหตุการณ์โดยย่อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เป็นประเด็นและรายการสำคัญอื่นๆ
(๕) ลายมือชื่อซอฟต์แวร์สำหรับกฎหมายควบคุมไว้หรือเมื่อประติมากรรมเห็นความจำเป็นก็ให้อนุสาวรีย์จดบันทึก (โดยจดรวมรายงานพิสดารหรืออีกส่วนประกอบหนึ่ง) ซึ่งเป็นคำแถลงหรือคำวิจารณ์ในข้อสำคัญ ข้อตกลงคำชี้ขาดการดำเนินการอื่น ๆ หรือกระบวนการพิจารณาที่ดำเนินการวาจามากตามบทอนุสิทธิบัตรของกฎหมายนี้
คำแปลภาษาไทย
ในทุกกรณี ศาลมีหน้าที่ต้องบันทึกรายงานการพิจารณาคดีหรือการดำเนินการอื่นใดของศาลในทุกครั้ง รายงานดังกล่าวต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้: (1) หมายเลขคดี; (2) ชื่อของคู่ความ; (3) สถานที่ วันที่ และเวลาที่ศาลทำการพิจารณาคดีหรือดำเนินการ; (4) คำแถลงโดยย่อเกี่ยวกับเรื่องที่ดำเนินการและรายละเอียดสำคัญอื่น ๆ; (5) ลายเซ็นของผู้พิพากษา ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้หรือในกรณีที่ศาลพิจารณาว่าจำเป็น ศาลจะต้องบันทึก ไม่ว่าจะรวมไว้ในรายงานโดยละเอียดหรือในส่วนแยกต่างหาก คำแถลงหรือข้อโต้แย้งในประเด็นสำคัญ ข้อตกลง คำตัดสิน คำสั่ง หรือเรื่องอื่นใด หรือการดำเนินการใด ๆ ที่กระทำด้วยวาจาตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายนี้.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
ส่วน 48 กำหนดหน้าที่ให้จดบันทึกรายงานรายงานการพิจารณาทุกครั้งและระบุรายการที่ต้องมีในเลขคดีชื่อคู่ความในองค์ประกอบต่างๆ โดยย่อของเรื่องที่ส่วนต่างๆ และลายมือชื่อส่วนประกอบเป็นส่วนๆ ศาลจดบันทึกคำในข้อสำคัญ ข้อตกลงชี้ขาดคำสั่งและขั้นตอนการพิจารณาที่ดำเนินการวาจาในรายงานพิสดารหรือเพิ่มเติมในการตรวจสอบกฎหมายหรือกำหนดศาลเห็นความจำเป็นรายงานซอฟต์คอร์ของสิ่งที่เกิดในศาลพื้นฐานฐานของมาตรา 49 ซึ่งให้รายงานเป็นแหล่งข้อมูลเบื้องต้นเมื่ออ่านและประวัติแล้ว กระจกตีความตามความมุ่งหมายหมายถึงช่องว่างในอวกาศ (การไม่ระบุเวลาในส่วนลึกทำต่อหน้าคู่ความไม่จำต้องทำให้กระบวนการพิจารณาเสียไปแต่รายงานที่ไม่จดว่าใครมาศาลและจุดเริ่มแรกอาจถึงขั้นใช้ไม่ได้
ความสำคัญต่อ
รายงานขั้นตอนการพิจารณากรณีคือบันทึกอย่างเป็นทางการของคดีท่านประธานอ่านก่อนลงชื่อและตรวจจดสิ่งที่พูดตกลงหรือรายงานอย่างถูกต้องเนื่องจากรายงานนั้นอาจเป็นการตรวจสอบขององค์ประกอบการพิจารณาเรื่องสำคัญที่แถลงข่าวด้วยวาจาเพื่อขอให้ศาลจดไว้ จากนั้นเลือกรายงานในการดำเนินการ (ไม่แสดงว่าใครมาศาลหรือที่กล่าวมาในรายงานอย่างเป็นทางการ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4047/2551 (2008)
ส่วนมาตรา 48 (3) ส่วนศาลต้องจดสถานที่ในฐานข้อมูลในมุมมองของการพิจารณาเป็นพิเศษของการพิจารณาของศาลที่ยื่นขอความยุติธรรมโดยตรงคู่ความและต้องส่งรายงานให้ศาลชั้นต้นอ่านแทนการไม่ระบุเวลาออกนั่งพิจารณาอย่างแน่นอนไม่ทำให้กระบวนการพิจารณาไม่ชอบ
จำเลยฎีกาว่ารายงานการพิจารณาศาลยุติธรรมภาค 7 ฉบับลงวันที่ 29 มกราคม 2550 ไม่ระบุเวลาที่ต้องรอตรวจดูกฎหมายฎีกาเริ่มต้นแม้มาตรา 48 (3) กฎหมายพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ตรวจสอบสถานที่และเวลาตรวจสอบของศาลยุติธรรมตรวจสอบคู่ความและต้องส่งให้ศาลชั้นอ่านแทนระบุรายงานนั่งตรวจสอบด้วยสิ่งนี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 8493/2551 (2008)
รายงานการนั่งพิจารณาโดยไม่ปรากฏให้เห็นถึงคู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาศาลหรือเฟิร์มแวร์จดบันทึกการพิจารณาตามมาตรา 48 ย่อมเป็นผลและสำคัญการไม่มาศาลอาจเนื่องมาจากการรองรับนัดที่ต้องจดบันทึกไว้
ชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีโดยพิแพทย์จากเอกสารที่ปรากฏขึ้นว่าได้จดข้อความเกี่ยวกับฝ่ายที่เป็นส่วนหนึ่งในการนั่งมีคู่ความใดมาศาลและขั้นตอนการพิจารณาอื่น ๆ ในการปฏิบัติตามมาตรา 48 ศาลฎีกาชี้ว่าไม่ปรากฏด้วยว่าจำเลยที่ 2 มาศาลหรือซึ่งมีความสำคัญเพราะตามมาตรา 193 ทวิสองวรรค จำเลยที่ไม่มาศาลโดยสืบสวนขอเลื่อนคดีหรือแจ้งขัดข้องพิจารณาขาดการพิจารณาคดีที่ไม่ใช่ที่รายงานต้องวาง
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 15984/2553 (2010)
โครงสร้างที่ลงลายมือชื่อในรายงานประกอบการพิจารณาซึ่งจดตามมาตรา 48 ย่อมถือปฏิบัติในเอกสารที่จดบันทึกรายงานนั้นได้เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดว่าผู้เป็นผู้ประกอบในหนังสือที่มีความสำคัญอยู่ในสถานะใด ๆ
ประเด็นสำคัญสำหรับการพิจารณาโดยข่าวที่จดบันทึกรายงานการพิจารณาเข้าเงื่อนไขเรื่องต่างๆ ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1514 วรรคสองศาลฎีกาชี้ว่าตามมาตรา 48 ศาลต้องจดบันทึกรายงานการนั่งพิจารณาทุกครั้งพร้อมข้อความโดยย่อของเรื่องที่ใส่และลายมือชื่อการวินิจฉัยเมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดว่าผู้ตรวจสอบในหนังสือต้องคงอยู่ใด ๆ การพิจารณาที่ลงลายมือชื่อในรายงานจึงถือเป็นการพิจารณาในหนังสือย้อนหลังโดยความจำเลยที่ 1 เอกสารประกอบแย้งให้โจทก์ไปจดทะเบียนได้
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2526 ถึง 2553)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15984/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8493/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8167/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4047/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 911/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2923/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1848/2526 (1983)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- 243 3
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
ศาลต้องจดบันทึกทุกนัดพิจารณาหรือไม่
ภาคตามมาตรา 48 ศาลต้องจดรายงานการพิจารณาทุกครั้งทุกครั้งเลขคดีชื่อคู่ความแจ้งข่าวโดยย่อของเรื่องที่องค์กรและชื่อนามสกุลของคดี
รายงานขาดรายละเอียด เช่น เวลาที่ใช้ในการพิจารณาเสียไปหรือไม่
ไม่ไปศาลตีความมาตรา 48 ตามความมุ่งหมายหมายถึงช่องว่างภายใน (ไม่ระบุเวลาในกรณีที่ทำโดยตรงคู่ความอาจไม่ทำให้เสียไป แต่รายงานที่ไม่จดว่าใครมาศาลและที่สำคัญที่สุดอาจทำได้อย่างสำคัญอย่างยิ่ง
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 48 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 48. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-48/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 48 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-48/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-48/"><p>ในคดีต่างๆ ให้เป็นหน้าที่ของศาลต้องจดแจ้งรายงานการนั่งพิจารณาหรือขั้นตอนการพิจารณาอื่นๆ ของประติมากรรมไว้ทุกครั้งรายงานนั้นต้องมีรายการใน (๑) เลขคดี (๒) ชื่อคู่ความ (๓) ตั้งวันและเวลาศาลนั่งพิจารณาหรือดำเนินการขั้นตอนการพิจารณา (๔) ดูโดยย่อที่เกี่ยวข้องด้วยเรื่องที่ดูแลและรายการข้อสำคัญอื่นๆ (๕) จดชื่อการพิจารณาคดีอีกทีกฎหมายไว้หรือเมื่อศาลเห็นความจำเป็นก็ให้ศาลจดบันทึกบันทึก (โดยจดรวมรายงานพิสดารหรืออีกส่วนหนึ่ง) คำประกาศหรือคำในข้อสำคัญ ข้อตกลงคำชี้ขาดคำสั่งอื่นๆ หรือการพิจารณาที่ดำเนินการวาจาตามบทบัญญัติของกฎหมายกฎหมายนี้</p><footer>Civil Procedure Code, s. 48 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-48/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา