กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

49 — รายงานศาลเป็นพยานหลักฐานเบื้องต้น

คนบทกฎหมาย

ในส่วนที่เกี่ยวด้วยคำแถลงหรือคำคัดค้านของคู่ความ หรือคำให้การของพยานหรือผู้เชี่ยวชาญหรือข้อตกลงในการสละสิทธิของคู่ความนั้น ให้ถือว่ารายงานของศาลเป็นพยานหลักฐานเบื้องต้นได้ต่อเมื่อศาลได้อ่านให้คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องฟังและได้จดลงไว้ซึ่งข้อแก้ไขเพิ่มเติมตามที่ขอร้องหรือที่ชี้แจงใหม่ ทั้งคู่ความหรือบุคคลนั้น ๆ ได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ

คำแปลภาษาไทย

As regards the statements or objections of the parties, the testimony of witnesses or experts, or an agreement by a party to waive a right, the report of the court shall be deemed to be prima facie evidence only where the court has read it out to the parties or the persons concerned and has recorded the corrections or additions requested or newly explained, and where those parties or persons have signed it as authentication.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 49 กำหนดเงื่อนไขที่ทำให้รายงานของศาลมีน้ำหนักเป็นพยานหลักฐานสำหรับสิ่งที่แถลงหรือตกลงในศาล สำหรับคำแถลงหรือคำคัดค้านของคู่ความ คำให้การพยานหรือผู้เชี่ยวชาญ หรือข้อตกลงสละสิทธิ รายงานจะเป็นพยานหลักฐานเบื้องต้นได้ต่อเมื่อครบสามเงื่อนไข คือ ศาลอ่านให้คู่ความหรือผู้เกี่ยวข้องฟัง จดข้อแก้ไขเพิ่มเติมตามที่ขอหรือชี้แจงใหม่ และผู้นั้นลงลายมือชื่อไว้ บทนี้ใช้ประกอบหน้าที่จดรายงานตามมาตรา 48 กล่าวคือ มาตรา 48 กำหนดให้จดรายงาน ส่วนมาตรา 49 กำหนดว่าเมื่อใดรายงานนั้นจึงใช้เป็นพยานหลักฐานของข้อความในรายงานได้ รายงานที่อ่านและลงชื่อโดยชอบอาจผูกคู่ความให้ต้องรับผลของการสละข้อต่อสู้ที่แถลงผ่านทนายความในศาลได้

ความสำคัญต่อ

สิ่งที่ท่านหรือทนายความของท่านแถลง ตกลง หรือสละในศาล อาจย้อนกลับมาเป็นพยานหลักฐานที่ผูกมัดท่านได้ หากศาลอ่านให้ฟัง จดไว้ และท่านลงชื่อ จึงควรถือว่าทุกคำแถลงในศาลจะถูกยึดถือ ก่อนลงชื่อในรายงานกระบวนพิจารณา ควรตรวจให้รอบคอบและขอแก้ไขหากไม่ตรงกับที่ท่านแถลงจริง ข้อแก้ไขนั้นต้องถูกจดไว้ ข้อนี้สำคัญยิ่งสำหรับการสละสิทธิและการยอมรับข้อเท็จจริงซึ่งอาจชี้ขาดคดี เนื่องจากการยอมเพียงข้อเดียวที่จดไว้อาจผูกมัดได้ อย่าตกลงสิ่งใดในศาลโดยยังไม่ได้ปรึกษาทนายความไทย

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2541 (1998)

    เมื่อศาลจดคำแถลงของคู่ความ อ่านรายงานให้คู่ความฟัง และทนายความลงชื่อไว้ รายงานนั้นเป็นพยานหลักฐานเบื้องต้นตามมาตรา 49 และการสละข้อต่อสู้ทั้งหมดที่จดไว้อาจถือเป็นการยอมรับข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง

    ทนายจำเลยที่ 2 และที่ 3 แถลงต่อศาลว่ายินดีสละข้อต่อสู้ตามคำให้การทั้งหมด คงเหลือเพียงประเด็นค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา อ่านให้คู่ความฟัง และทนายจำเลยลงชื่อไว้ ศาลฎีกาเห็นว่ารายงานดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานเบื้องต้นตามมาตรา 49 และคำแถลงถือเป็นข้อตกลงสละข้อต่อสู้ทั้งหมดในประเด็นอื่น รวมทั้งประเด็นที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 โจทก์จึงไม่ต้องนำสืบข้อนี้

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

รายงานของศาลถือเป็นพยานหลักฐานของสิ่งที่แถลงในศาลเมื่อใด

ตามมาตรา 49 รายงานของศาลเกี่ยวกับคำแถลง คำให้การ หรือการสละสิทธิ จะเป็นพยานหลักฐานเบื้องต้นได้ก็ต่อเมื่อศาลอ่านให้ผู้เกี่ยวข้องฟัง จดข้อแก้ไขเพิ่มเติมที่ขอ และให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อไว้

เราจะถูกผูกมัดด้วยการสละสิทธิที่ทนายความแถลงในศาลหรือไม่

ได้ หากทนายความของท่านสละข้อต่อสู้ในศาลและศาลจดคำแถลง อ่านให้ฟัง และมีการลงลายมือชื่อ มาตรา 49 อาจทำให้รายงานนั้นเป็นพยานหลักฐานเบื้องต้นของการสละสิทธิที่ผูกมัดฝ่ายท่านได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น