ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 83 จัตวา: หน้าที่โจทก์ในการส่งหมายไปต่างประเทศ
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีที่จะต้องส่งหมายเรียกและคำฟ้องตั้งต้นคดีตาม มาตรา ๘๓ ทวิ แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลยนอกราชอาณาจักร ให้โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง เพื่อให้ศาลจัดส่งหมายเรียกและคำฟ้องตั้งต้นคดีแก่จำเลย ในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้โจทก์ทำคำแปลหมายเรียก คำฟ้องตั้งต้นคดีและเอกสารอื่นใดที่จะส่งไปยังประเทศที่จำเลยมีภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานอยู่ เป็นภาษาราชการของประเทศนั้นหรือเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งคำรับรองคำแปลว่าถูกต้องยื่นต่อศาลพร้อมกับคำร้องดังกล่าว และวางเงินค่าใช้จ่ายไว้ต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดในกรณีที่ศาลเห็นสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้โจทก์จัดทำเอกสารอื่นเพิ่มเติมยื่นต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ในกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามมาตรา ๑๗๔ในกรณีที่มีการเรียกบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรเข้ามาเป็นคู่ความตามมาตรา ๕๗
(๓) ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำแปลภาษาอังกฤษ
Where the summons and the plaint initiating the action must be served under Section 83 bis on the defendant at the defendant's domicile or place of business outside the Kingdom, the plaintiff shall file a motion with the court within seven days from the date of filing the plaint, requesting the court to arrange for service of the summons and the plaint initiating the action on the defendant. In such case, unless an international agreement to which Thailand is a party provides otherwise, the plaintiff shall prepare a translation of the summons, the plaint initiating the action, and any other document to be sent to the country in which the defendant has a domicile or place of business, into the official language of that country or into English, together with a certification that the translation is correct, and file it with the court together with the said motion, and deposit with the court the expenses in the amount and within the period fixed by the court.
Where the court thinks fit, it may order the plaintiff to prepare additional documents and file them with the court within the period fixed by the court.
Where the plaintiff neglects to proceed under paragraph one or paragraph two, the plaintiff shall be deemed to have abandoned the plaint under Section 174.
Where a third person having no domicile within the Kingdom is summoned to become a party under Section 57 (3), the provisions of paragraph one, paragraph two, and paragraph three shall apply mutatis mutandis.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 83 จัตวา วางภาระในการเริ่มดำเนินการส่งไปต่างประเทศไว้ที่โจทก์ โดยกำหนดเวลาเจ็ดวันอย่างเคร่งครัดนับแต่วันยื่นฟ้องให้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจัดส่ง และต้องทำคำแปลที่มีคำรับรองเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทางหรือภาษาอังกฤษ พร้อมวางเงินค่าใช้จ่าย วรรคสองให้ศาลสั่งเรียกเอกสารเพิ่มได้ และวรรคสามวางโทษที่ร้ายแรง คือการเพิกเฉยถือว่าทิ้งฟ้องตามมาตรา 174 ซึ่งทำให้คดีสิ้นสุด และขยายถึงบุคคลภายนอกต่างประเทศตามมาตรา 57 (3)
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
กำหนดเจ็ดวันพลาดได้ง่ายและมีโทษหนัก คดีทั้งเรื่องอาจถูกจำหน่ายเพราะถือว่าทิ้งฟ้อง หากท่านฟ้องจำเลยที่อยู่ต่างประเทศ ควรเตรียมคำแปลและวางแผนค่าใช้จ่ายที่ศาลกำหนดไว้ก่อนยื่นฟ้อง มิใช่ภายหลัง เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เสียคดี คดีที่ต้องส่งไปต่างประเทศจึงควรดำเนินการกับทนายความตั้งแต่ต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9251/2559 (2016)
เมื่อโจทก์ไม่ดำเนินการตามที่ต้องส่งหมายแก่จำเลยต่างประเทศตามมาตรา 83 จัตวา ศาลย่อมถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยนั้นได้ ตามมาตรา 83 จัตวา วรรคหนึ่งและวรรคสาม ประกอบมาตรา 174 (2) และมาตรา 132 (1)
เนื่องจากโจทก์ไม่ดำเนินการให้ครบถ้วนในการส่งหมายแก่จำเลยต่างประเทศ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าโจทก์ทิ้งฟ้องและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยนั้นจึงชอบด้วยมาตรา 83 จัตวา วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาตรา 174 (2) และมาตรา 132 (1) ศาลฎีกาเพียงแก้ไขเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมให้ถูกต้อง นอกนั้นยืนตาม
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 1 คดี (พ.ศ. 2559 ถึง 2559)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9251/2559 (2016)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
โจทก์มีเวลาเท่าใดในการจัดให้ส่งหมายไปต่างประเทศ
โจทก์ต้องยื่นคำร้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันยื่นฟ้อง เพื่อขอให้ศาลจัดส่งไปต่างประเทศ ตามมาตรา 83 จัตวา
ถ้าโจทก์ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้จะเป็นอย่างไร
ให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามมาตรา 174 ซึ่งอาจนำไปสู่การจำหน่ายคดี
โจทก์ต้องทำคำแปลเอกสารหรือไม่
ต้องทำ เว้นแต่มีข้อตกลงระหว่างประเทศกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น โจทก์ต้องยื่นคำแปลที่มีคำรับรองเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทางหรือภาษาอังกฤษ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 83 quater (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 83 quater. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-83-4/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 83 จัตวา -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-83-4/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-83-4/"><p>ในกรณีที่จะต้องส่งหมายเรียกและคำฟ้องตั้งต้นคดีตาม มาตรา ๘๓ ทวิ แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลยนอกราชอาณาจักร ให้โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง เพื่อให้ศาลจัดส่งหมายเรียกและคำฟ้องตั้งต้นคดีแก่จำเลย ในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้โจทก์ทำคำแปลหมายเรียก คำฟ้องตั้งต้นคดีและเอกสารอื่นใดที่จะส่งไปยังประเทศที่จำเลยมีภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานอยู่ เป็นภาษาราชการของประเทศนั้นหรือเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งคำรับรองคำแปลว่าถูกต้องยื่นต่อศาลพร้อมกับคำร้องดังกล่าว และวางเงินค่าใช้จ่ายไว้ต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดในกรณีที่ศาลเห็นสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้โจทก์จัดทำเอกสารอื่นเพิ่มเติมยื่นต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ในกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามมาตรา ๑๗๔ในกรณีที่มีการเรียกบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรเข้ามาเป็นคู่ความตามมาตรา ๕๗ (๓) ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม</p><footer>Civil Procedure Code, s. 83 quater (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-83-4/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา