85 — สิทธินำสืบพยานหลักฐาน
คนบทกฎหมาย
คู่ความฝ่ายที่มีหน้าที่ต้องนำสืบข้อเท็จจริงย่อมมีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานใด ๆ มาสืบได้ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการรับฟังพยานหลักฐานและการยื่นพยานหลักฐาน
คำแปลภาษาไทย
A party having the duty to prove a fact has the right to adduce any evidence, subject to this Code or to any other law concerning the admissibility of evidence and the submission of evidence.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 85 รับรองสิทธิของคู่ความในการพิสูจน์คดีด้วยพยานหลักฐานใด ๆ โดยให้สิทธินั้นอยู่ภายใต้บังคับของกฎเรื่องการรับฟังและการยื่นพยานหลักฐานในประมวลกฎหมายนี้และกฎหมายอื่น เป็นด้านบวกคู่กับมาตรา 86 และ 87 ที่กำหนดว่าเมื่อใดศาลต้องปฏิเสธหรืออาจรับฟังพยานหลักฐาน และคู่กับข้อกำหนดวิธีพิจารณา เช่น บัญชีระบุพยานตามมาตรา 88 และ 90 เมื่ออ่านรวมกัน บทบัญญัติเหล่านี้ถ่วงดุลระหว่างเสรีภาพในการนำสืบกับการควบคุมให้พยานหลักฐานเกี่ยวกับประเด็น ยื่นโดยถูกต้อง และเป็นธรรมต่ออีกฝ่าย
ความสำคัญต่อ
โดยทั่วไปท่านพิสูจน์คดีได้ด้วยพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่น แต่เสรีภาพนี้ไม่ไร้ขอบเขต พยานหลักฐานต้องรับฟังได้และยื่นโดยถูกวิธี เช่น ยื่นบัญชีระบุพยานให้ทันกำหนด การเลือกรูปแบบการนำสืบที่เหมาะสม เช่น ยื่นคำเบิกความในคดีก่อนเป็นพยานเอกสารแทนการเรียกพยานมาสืบใหม่ เป็นเรื่องเชิงกลยุทธ์ การวางแผนพยานหลักฐานแต่ต้นช่วยไม่ให้เสียประเด็นเพราะเหตุทางเทคนิค
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2566 (2023)
คู่ความนำพยานหลักฐานใด ๆ มาสืบได้ภายใต้บังคับเรื่องการรับฟังตามมาตรา 85 ถ้อยคำที่คู่ความกล่าวระหว่างการไกล่เกลี่ยของศาลซึ่งไม่เป็นความลับต้องห้ามตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการไกล่เกลี่ย ย่อมนำมารับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
ศาลเห็นว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวระหว่างการไกล่เกลี่ยไม่เป็นความลับต้องห้ามตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการไกล่เกลี่ยดังที่อ้าง จึงนำมารับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ภายใต้บังคับมาตรา 85 แต่ตามข้อเท็จจริง ถ้อยคำดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความเห็น ไม่ถึงขั้นหมิ่นประมาทร้ายแรงหรือประพฤติเนรคุณ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5197/2558 (2015)
ตามมาตรา 85 คู่ความมีสิทธินำสืบพยานหลักฐานได้ทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร คู่ความอาจส่งคำเบิกความที่พยานเคยเบิกความไว้ในอีกศาลหนึ่งเป็นพยานเอกสารแทนการเรียกพยานนั้นมาเบิกความได้
ศาลเห็นว่าตามมาตรา 85 คู่ความนำสืบได้ทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร โจทก์จึงมีสิทธิส่งคำเบิกความที่พยานเคยเบิกความไว้ต่อศาลแรงงานเป็นพยานเอกสารแทนการสืบพยานบุคคล ข้ออ้างของจำเลยว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบจึงฟังไม่ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทนายจำเลยยอมรับความถูกต้องของเอกสารแล้ว
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4593/2552 (2009)
การนำพยานหลักฐานมาสืบต่อศาลเป็นไปตามมาตรา 85 ว่าด้วยการรับฟังและการยื่นพยานหลักฐาน เมื่อคู่ความได้ยื่นบัญชีระบุพยานตามกฎหมายแล้ว ย่อมถือเป็นพยานหลักฐานที่ชอบด้วยกฎหมายและศาลหยิบยกขึ้นพิจารณาได้
ศาลเห็นว่าการนำพยานหลักฐานมาสืบเป็นไปตามมาตรา 85 เรื่องการรับฟังและการยื่นพยานหลักฐาน เมื่อโจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานตามกฎหมายแล้ว ย่อมเป็นพยานหลักฐานที่ชอบด้วยกฎหมายและศาลนำมาพิจารณาพิพากษาได้ ไม่มีบทกฎหมายใดห้ามรับฟังพยานหลักฐานที่นำสืบในชั้นศาลเพียงเพราะไม่ผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการ
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
คู่ความนำพยานหลักฐานใดมาสืบได้ตามมาตรา 85
คู่ความที่มีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงนำพยานหลักฐานใด ๆ ได้ ทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร ตราบที่รับฟังได้และยื่นตามกฎที่กำหนด
สิทธินำสืบพยานหลักฐานไม่มีขอบเขตหรือไม่
มีขอบเขต ตามมาตรา 85 สิทธินี้อยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายนี้และกฎหมายอื่นเรื่องการรับฟังและการยื่นพยานหลักฐาน พยานหลักฐานที่ยื่นโดยไม่ถูกต้องหรือรับฟังไม่ได้จึงอาจถูกปฏิเสธ