ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

125 — หน้าที่จัดให้มีคำร้องทุกข์

คนบทกฎหมาย

เมื่อพนักงานสอบสวน หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ได้กระทำการสืบสวนหรือสอบสวนไปทั้งหมดหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดตามคำขอร้องให้ช่วยเหลือ ให้ตกเป็นหน้าที่ของพนักงานนั้นจัดการให้มีคำร้องทุกข์ตามระเบียบ ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๒๓ และ ๑๒๔

คำแปลภาษาไทย

When an investigating officer, or an administrative or police officer, has carried out an investigation or inquiry, in whole or in part, pursuant to a request for assistance, it shall become the duty of that officer to arrange for a complaint to be lodged in accordance with the regulations, as provided in Sections 123 and 124.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

บทบัญญัติในหมวดหลักทั่วไปนี้อุดช่องว่างที่มาตรา 122 ทิ้งไว้ คือเมื่อเจ้าพนักงานเลือกดำเนินการตามคำขอความช่วยเหลือแทนที่จะปฏิเสธ ก็ต้องจัดให้มีคำร้องทุกข์ที่ชอบตามมาตรา 123 และ 124 เพื่อให้เอกสารสอดคล้องกับการสอบสวน ซึ่งสำคัญเป็นพิเศษสำหรับความผิดต่อส่วนตัวที่คำร้องทุกข์ที่ชอบเป็นเงื่อนไขก่อนการฟ้อง อย่างไรก็ดี ศาลวางหลักว่าสำหรับความผิดอาญาแผ่นดิน การไม่จัดให้มีคำร้องทุกข์ตามมาตรา 123 ถึง 125 ไม่ทำให้การสอบสวนที่ชอบแล้วเสียไป

ความสำคัญต่อ

สำหรับผู้เสียหาย มาตรานี้เป็นหลักประกัน คือเมื่อตำรวจดำเนินการตามคำขอ ควรจัดให้มีคำร้องทุกข์ที่ชอบในสำนวน ซึ่งสำคัญที่สุดในความผิดต่อส่วนตัวที่การไม่มีคำร้องทุกข์อาจทำให้การฟ้องสิ้นสุด ส่วนจำเลยพึงทราบว่าศาลแยกประเภทความผิด คือในความผิดอาญาแผ่นดิน การไม่มีคำร้องทุกข์ที่เป็นทางการไม่ทำให้การสอบสวนที่ชอบเสียไป

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2534 (1991)

    สำหรับความผิดที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนแม้ไม่มีคำร้องทุกข์ หากต่อมาไม่จัดให้มีการร้องทุกข์ตามระเบียบตามมาตรา 123, 124, 125 ก็ไม่มีกฎหมายให้การสอบสวนที่ชอบเสียไป อัยการยังคงมีอำนาจฟ้อง

    ศาลฎีกาเห็นว่าคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว การสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแม้ไม่มีคำร้องทุกข์ การไม่จัดให้มีการร้องทุกข์ตามระเบียบตามมาตรา 123, 124, 125 ไม่ทำให้การสอบสวนที่ชอบเสียไป พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้อง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13537/2553 (2010)

    เจ้าพนักงานตำรวจที่สืบสวนคดีอาญาและทราบรายละเอียดว่าผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัย ย่อมมีอำนาจกล่าวโทษได้ตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127 และเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน

    ในคดีลักลอบหนีศุลกากรและฟอกเงิน ศาลฎีกาเห็นว่าเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจกล่าวโทษตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127 เมื่อสืบสวนพบว่าโจทก์เป็นผู้ต้องสงสัย และเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดตามมาตรา 121, 130 และ 131

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

เจ้าพนักงานต้องทำอะไรหลังดำเนินการตามคำขอความช่วยเหลือ

ตามมาตรา 125 เมื่อเจ้าพนักงานได้สืบสวนหรือสอบสวนไปทั้งหมดหรือบางส่วนตามคำขอความช่วยเหลือแล้ว มีหน้าที่จัดให้มีคำร้องทุกข์ตามระเบียบตามมาตรา 123 และ 124

การไม่มีคำร้องทุกข์ทำให้การสอบสวนเสียไปหรือไม่

สำหรับความผิดอาญาแผ่นดิน ไม่ ศาลวางหลักว่าการไม่จัดให้มีคำร้องทุกข์ตามมาตรา 123 ถึง 125 ไม่ทำให้การสอบสวนที่ชอบแล้วเสียไป

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น