ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 132: อำนาจรวบรวมพยานหลักฐาน
ตัวบทกฎหมาย
เพื่อประโยชน์แห่งการรวบรวมหลักฐาน ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) ตรวจตัวผู้เสียหายเมื่อผู้นั้นยินยอม หรือตรวจตัวผู้ต้องหา หรือตรวจสิ่งของหรือที่ทางอันสามารถอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ให้รวมทั้งทำภาพถ่าย แผนที่ หรือภาพวาด จำลอง หรือพิมพ์ลายนิ้วมือ ลายมือหรือลายเท้า กับให้บันทึกรายละเอียดทั้งหลายซึ่งน่าจะกระทำให้คดีแจ่มกระจ่างขึ้นในการตรวจตัวผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาตามวรรคหนึ่ง หากผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาเป็นหญิงให้จัดให้เจ้าพนักงานซึ่งเป็นหญิงหรือหญิงอื่นเป็นผู้ตรวจ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาจะขอนำบุคคลใดมาอยู่ร่วมในการตรวจนั้นด้วยก็ได้
(๒) ค้นเพื่อพบสิ่งของ ซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิด หรือได้ใช้หรือสงสัยว่าได้ใช้ในการกระทำผิด หรือซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยค้น
(๓) หมายเรียกบุคคลซึ่งครอบครองสิ่งของ ซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่บุคคลที่ถูกหมายเรียกไม่จำต้องมาเอง เมื่อจัดส่งสิ่งของมาตามหมายแล้ว ให้ถือเสมือนว่าได้ปฏิบัติตามหมาย
(๔) ยึดไว้ซึ่งสิ่งของที่ค้นพบหรือส่งมาดังกล่าวไว้ในอนุมาตรา
(๒) และ
(๓)
คำแปลภาษาอังกฤษ
เพื่อประโยชน์แห่งการรวบรวมหลักฐาน ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจตัวผู้เสียหายเมื่อผู้นั้นยินยอม หรือตรวจตัวผู้ต้องหา หรือตรวจสิ่งของหรือที่ทางอันสามารถอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ให้รวมทั้งทำภาพถ่าย แผนที่ หรือภาพวาด จำลอง หรือพิมพ์ลายนิ้วมือ ลายมือหรือลายเท้า กับให้บันทึกรายละเอียดทั้งหลายซึ่งน่าจะกระทำให้คดีแจ่มกระจ่างขึ้นในการตรวจตัวผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาตามวรรคหนึ่ง หากผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาเป็นหญิงให้จัดให้เจ้าพนักงานซึ่งเป็นหญิงหรือหญิงอื่นเป็นผู้ตรวจ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาจะขอนำบุคคลใดมาอยู่ร่วมในการตรวจนั้นด้วยก็ได้ (๒) ค้นเพื่อพบสิ่งของ ซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิด หรือได้ใช้หรือสงสัยว่าได้ใช้ในการกระทำผิด หรือซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยค้น (๓) หมายเรียกบุคคลซึ่งครอบครองสิ่งของ ซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่บุคคลที่ถูกหมายเรียกไม่จำต้องมาเอง เมื่อจัดส่งสิ่งของมาตามหมายแล้ว ให้ถือเสมือนว่าได้ปฏิบัติตามหมาย (๔) ยึดไว้ซึ่งสิ่งของที่ค้นพบหรือส่งมาดังกล่าวไว้ในอนุมาตรา (๒) และ (๓)
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรานี้เป็นบทหลักว่าด้วยอำนาจรวบรวมพยานหลักฐานในหมวด 1 การสอบสวนสามัญ ให้อำนาจตรวจตัวบุคคลและสิ่งของ ทำภาพถ่ายและพิมพ์ลายนิ้วมือ ค้น หมายเรียกให้ส่งเอกสารหรือสิ่งของ และยึด อำนาจค้นตามอนุมาตรา (2) ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการค้นในประมวลกฎหมายนี้ และการยึดตามอนุมาตรา (4) ใช้ประกอบกับมาตรา 85 ทั้งกำหนดหลักประกันเรื่องเพศไว้ในวรรคหนึ่งว่าหากผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาเป็นหญิงต้องให้หญิงเป็นผู้ตรวจ และให้ผู้ถูกตรวจขอให้มีบุคคลอยู่ร่วมด้วยได้เมื่อมีเหตุอันสมควร
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากท่านถูกสอบสวนหรือควบคุมตัว ตำรวจมีอำนาจพิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายภาพ และยึดสิ่งของเป็นพยานหลักฐานได้โดยชอบ และโดยทั่วไปทรัพย์ที่ยึดจะเก็บไว้จนกว่าคดีถึงที่สุดจึงคืน ผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายที่เป็นหญิงมีสิทธิให้หญิงเป็นผู้ตรวจและขอให้มีบุคคลอยู่ร่วมได้ เนื่องจากอำนาจเหล่านี้กระทบต่อทรัพย์สินและความเป็นส่วนตัว จึงควรปรึกษาทนายความหากมีการค้นหรือยึด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3098/2566 (2023)
การสั่งให้ผู้ต้องหาพิมพ์ลายนิ้วมือเป็นการใช้อำนาจรวบรวมพยานหลักฐานโดยชอบตามมาตรา 132 (1) เพื่อยืนยันตัวบุคคลและเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวน มิใช่เพียงเพื่อเพิ่มโทษ
จำเลยโต้แย้งคำสั่งให้พิมพ์ลายนิ้วมือในคดีความผิดลหุโทษซึ่งนำประวัติเดิมมาเพิ่มโทษไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการพิมพ์ลายนิ้วมือเป็นการยืนยันตัวบุคคลและเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่รัฐกระทำได้โดยชอบตามมาตรา 132 (1) จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะเพื่อการเพิ่มโทษ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3666/2553 (2010)
ตามมาตรา 85 วรรคหนึ่ง และมาตรา 132 (4) พนักงานสอบสวนมีอำนาจยึดสิ่งของที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด แล้วคืนแก่ผู้ต้องหาหรือผู้มีสิทธิ
ในประเด็นการยึดทรัพย์ตามบัญชีไว้เป็นของกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพนักงานสอบสวนยึดสิ่งของที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตามมาตรา 85 วรรคหนึ่ง และมาตรา 132 (4) และยึดไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด เมื่อเสร็จคดีแล้วต้องคืน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13537/2553 (2010)
การยึดหรืออายัดเงินในบัญชีเงินฝากไว้ตรวจสอบเป็นพยานหลักฐาน อยู่ในอำนาจรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนตามมาตรา 132 ประกอบมาตรา 85 เมื่อบัญชีนั้นอาจพิสูจน์ความผิดที่กล่าวหา
ในความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรและฟอกเงิน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าบัญชีเงินฝากเป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดได้ คณะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบจึงมีอำนาจยึดหรืออายัดเงินไว้ตรวจสอบเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานตามมาตรา 85 และมาตรา 132 ในคดีอาญา
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 11 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2566)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3098/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6601/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6969/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1354/2505 (1962)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1368/2500 (1957)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1588/2494 (1951)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 811/2527 (1984)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1598/2494 (1951)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือระหว่างสอบสวนได้หรือไม่
ได้ มาตรา 132 (1) ให้พนักงานสอบสวนพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและยืนยันตัวบุคคลได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าชอบด้วยกฎหมายแม้ประวัติเดิมจะนำมาเพิ่มโทษไม่ได้
ตำรวจยึดของกลางเป็นพยานหลักฐานได้นานเท่าใด
ตามมาตรา 132 (4) พนักงานสอบสวนยึดสิ่งของที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานไว้ได้จนกว่าคดีถึงที่สุด เมื่อเสร็จคดีแล้วต้องคืนแก่ผู้ต้องหาหรือเจ้าของ
หากเป็นหญิง ใครเป็นผู้ตรวจร่างกายในการสอบสวน
มาตรา 132 วรรคหนึ่งกำหนดให้เจ้าพนักงานซึ่งเป็นหญิงหรือหญิงอื่นเป็นผู้ตรวจ และท่านขอให้บุคคลที่ท่านต้องการอยู่ร่วมได้เมื่อมีเหตุอันสมควร
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 132 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 132. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-132/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 132 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-132/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-132/"><p>เพื่อประโยชน์แห่งการรวบรวมหลักฐาน ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจตัวผู้เสียหายเมื่อผู้นั้นยินยอม หรือตรวจตัวผู้ต้องหา หรือตรวจสิ่งของหรือที่ทางอันสามารถอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ให้รวมทั้งทำภาพถ่าย แผนที่ หรือภาพวาด จำลอง หรือพิมพ์ลายนิ้วมือ ลายมือหรือลายเท้า กับให้บันทึกรายละเอียดทั้งหลายซึ่งน่าจะกระทำให้คดีแจ่มกระจ่างขึ้นในการตรวจตัวผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาตามวรรคหนึ่ง หากผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาเป็นหญิงให้จัดให้เจ้าพนักงานซึ่งเป็นหญิงหรือหญิงอื่นเป็นผู้ตรวจ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาจะขอนำบุคคลใดมาอยู่ร่วมในการตรวจนั้นด้วยก็ได้ (๒) ค้นเพื่อพบสิ่งของ ซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิด หรือได้ใช้หรือสงสัยว่าได้ใช้ในการกระทำผิด หรือซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยค้น (๓) หมายเรียกบุคคลซึ่งครอบครองสิ่งของ ซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่บุคคลที่ถูกหมายเรียกไม่จำต้องมาเอง เมื่อจัดส่งสิ่งของมาตามหมายแล้ว ให้ถือเสมือนว่าได้ปฏิบัติตามหมาย (๔) ยึดไว้ซึ่งสิ่งของที่ค้นพบหรือส่งมาดังกล่าวไว้ในอนุมาตรา (๒) และ (๓)</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 132 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-132/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา