กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

131: หน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน

คนบทกฎหมาย

ให้พนักงานรวบรวมหลักฐานทุกชนิด
การที่จะดำเนินการเพื่อมุ่งหวังจะทราบข้อเท็จจริงและพฤติข้อเสียที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความผิดสาเหตุของการจะทราบถึงผู้มีส่วนผิดและพิสูจน์ความผิดหรือสาเหตุของการสอบสวน

คำแปลภาษาไทย

เจ้าหน้าที่สอบสวนจะต้องรวบรวมหลักฐานทุกประเภทเท่าที่จะทำได้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความผิดที่ถูกกล่าวหา เพื่อระบุตัวผู้กระทำความผิดและพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

บทพิจารณานี้อยู่ในหมวด 1 การสืบสวนทั่วไปเพื่อตรวจสอบและทำหน้าที่ในการสอบสวนคือรวบรวมการตรวจสอบหลักฐานทุกชนิดเท่าที่ทำได้เพื่อพิสูจน์ แต่เพื่อพิสูจน์ด้วยฟังก์ชั่นบทที่เป็นกลางโดยการออกแบบ ส่วนของพนักงานสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งที่เป็นคุณและการพิจารณาคดี พิจารณาแนวทางการตรวจสอบหลักฐานเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนจะพิจารณาทบทวนการวิจัยแล้วไม่จำต้องค้นหาเพิ่มคู่ความสืบสวนสอบสวน บทนี้สมส่วนตามมาตรา 130 และอำนาจยึดตามมาตรา 85

ความสำคัญต่อ

ส่วน 131 เตือนว่าการสืบสวนมุ่งไปที่สองทางคือหน้าที่ของตำรวจคือการรวบรวมทั้งการตรวจสอบหลักฐานที่อาจทำให้ท่านเพิกเฉยผิดและเป็นผลจากการพิสูจน์ความเป็นคุณทำให้พนักงานสอบสวนทราบแต่เนิ่นๆ ตรวจสอบศาลให้ดุลพินิจแก่พนักงานสอบสวนที่สืบสวนสอบสวนหากร้องขอให้สอบเพิ่มถูกปฏิเสธ มักจะต้องเตรียมรายงานการวิจัยนั้นไว้สืบค้นในชั้นมากกว่าจะการพิจารณาการสอบสวน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 326/2566 (2023)

    ตามมาตรา 131 พนักงานตรวจสอบรวบรวมหลักฐานการตรวจสอบทุกชนิดที่เกิดขึ้นสืบหามาได้เองหรือคู่ความหรือบุคคลภายนอกเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้กระทำผิด และการพิสูจน์ความผิดและผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจริงไม่ต้องมาจากผู้ตรวจสอบเพียงจำเท่านั้น

    ศาลฎีกาเห็นตามมาตรา 131 พนักงานตรวจสอบรวบรวมหลักฐานหลักฐานทุกชนิดที่สืบหามาได้เองเพื่อพิสูจน์ความผิดและปรากฏตัวในสถานที่จริงของพนักงานตรวจสอบและพบการโอนเงินจากผู้นำเสนอไปยังจำเลยรวม 3,023,352 บาท ย่อมเป็นผลสืบเนื่องที่สืบหาตามอำนาจหน้าที่ไม่จำต้องมาจากผู้วิจารณ์เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

  2. คำพิพากษาฎีกาที่ 8403/2561 (2018)

    ส่วนที่ 131 ให้ดุลพินิจแก่พนักงานสอบสวนในระบบปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบหลักฐานเมื่อเห็นว่าหลักฐานเชื่อแล้วไม่จำเป็นต้องรวบรวมเพิ่มหรือสอบเพื่อตรวจสอบจำเลยขอทุกปากและไม่ทำให้การสอบสวนไม่ชอบ

    ศาลฎีกาพิจารณาตามมาตรา 131 ในส่วนของการตรวจสอบหลักฐานเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนมักจะเห็นว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วรวบรวมเพิ่มหรือตรวจสอบเพื่อตรวจสอบเพิ่มจำเลยขอเลยไม่ทำให้การสอบสวนไม่ชอบ

  3. คำพิพากษาฎีกาที่ 6877/2559 (2016)

    ส่วนที่ 131 ให้อำนาจพนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานพิสูจน์ทุกชนิดเท่าที่ทำได้เพื่อทราบข้อเท็จจริงและพฤติข้อเสียเกี่ยวกับความผิดที่เป็นสาเหตุของการเข้าใจผิดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและพิสูจน์ความผิดหรือสงสัยสงสัย

    ในการตรวจสอบว่าจำเลยที่เจ้าพนักงานมักจะผิดหรือศาลฎีกาอ้างถึงมาตรา 131 ว่าให้อำนาจพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบหลักฐานทุกชนิดเท่าที่ทำได้เพื่อทราบข้อเท็จจริงและพฤติข้อเสียเกี่ยวกับความผิดของการรับรู้ผู้เชื่อผิดและพิสูจน์ความผิดหรืออ่านการมีส่วนร่วมอำนาจตามมาตรา 85 วรรคสาม

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 15 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 326/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5886/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6601/2554 (2011)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2922/2528 (1985)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1390/2522 (1979)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1368/2500 (1957)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8403/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1598/2494 (1951)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

พนักงานต้องรวบรวมหลักฐานที่พิสูจน์ว่าคุณทราบผู้ค้นหาด้วยหรือไม่

บทความที่ 131 บทความวิจัยพนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานพิสูจน์ทุกชนิดเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความรู้ข่าววิจัยที่พิสูจน์ความเป็นคุณอยู่ในนั้นจึงอยู่ในหน้าที่ด้วย

พนักงานสอบสวนไม่รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม

ได้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่สามารถตรวจสอบหลักฐานเป็นดุลพินิจของพนักงานพิจารณาได้ว่าพิจารณาแล้วไม่จำต้องสอบสวนเพิ่มคู่คำขอทุกเรื่อง

พนักงานตรวจยึดทรัพย์เป็นหลักฐานที่พิสูจน์ได้

ได้นานขึ้นตามมาตรา 131 พนักงานสอบสวนอาจยึดหรืออาสิ่งสำคัญ เช่น เงินในบัญชีเป็นหลักฐานหลักฐานเกี่ยวกับความผิดที่สามารถตรวจสอบได้ตามปกติมาตรา 85

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 131 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 131. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-131/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 131
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-131/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-131/"><p>ให้พนักงานตรวจสอบการรวบรวมหลักฐานทุกชนิดในการดำเนินการได้เพื่อจุดประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติข้อเสียที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความผิดที่ก่อให้เกิดจะทราบถึงผู้มีส่วนผิดและพิสูจน์ทราบถึงความผิดหรือถามคำถามที่น่าสงสัย</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 131 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-131/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง