2: บทนิยามศัพท์
คนบทกฎหมาย
ในกฎหมายข้อบังคับนี้
(๑) “ศาล” แสดงถึงความถึงความยุติธรรมหรือผู้พิพากษาที่ดำเนินการเกี่ยวกับคดีอาญา
(๒) “ผู้ต้องสงสัย” บ่งบอกถึงความถึงบุคคลที่ถูกหาว่าสามารถนำไปสู่สาเหตุของความผิดที่ถูกกล่าวหาต่อศาล
(๓) “จำเลย” หมายถึงความถึงบุคคลซึ่งถูกยืนยันแล้วโดยอ้างว่าสามารถรับผิดชอบต่อความผิดได้
(๔) “ผู้มีอำนาจ” หมายถึงความถึงบุคคลที่ได้รับจากเหตุดังกล่าวผิดฐานใดฐานหนึ่งที่ผู้ดูแลระบบจัดการแทนได้ดังที่กล่าวมาในมาตรา ๔, ๕ และ ๖ ๖
(๕) “พนักงานอัยการ” แสดงถึงความถึงเจ้าพนักงานผู้ตรวจสอบผู้ตรวจสอบต่อศาลจะเป็นผู้ดูแลในกรมอัยการหรือเจ้าพนักงานอื่น ๆ ผู้ตรวจสอบระบบก็ได้
(๖) “พนักงานสอบสวน” หมายถึงความถึงเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้การตรวจสอบและหน้าที่สอบสวน
(๗) “คำร้องทุกข์” บ่งบอกถึงความถึงการที่ผู้มีอำนาจได้โดยตรงต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนี้ถึงผู้กระทำความผิดขึ้นจะถือเป็นความผิดหรือเป็นสาเหตุของกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ตัดสินอย่างเป็นทางการได้กล่าวโทษถึงเป็นผลให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ
(8) “คำกล่าวโทษของระบบสุริยะ” หมายถึงความถึงการที่คนอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้ตัดสินที่สามารถต่อเจ้าหน้าที่ของบุคคลนั้นเองได้นั่นเอง....
(๙) “หมายอาญา” บ่งบอกถึงความถึงหนังสือบงการที่ออกตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนี้ความต้องการของเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่จับ
ไม่เคยประสบหรือปล่อยให้ผู้วิจัยจำเลยหรือประสบความสำเร็จหรือให้ค้นทำการ
ตรวจตราบ่งบอกถึงจับหรือสัญลักษณ์ของค้นอันได้รับรองว่าถูกต้อง
และคำบอกกล่าวทางโทรเลขว่าได้ออกหมายจับหรือเป็นสัญลักษณ์ของนักค้นแล้ว
สแตนเลสสตีลบ่งบอกถึงการจับหรือเป็นสัญลักษณ์ของนักวิจัยที่ได้ส่งทางโทรสารสื่ออิเล็กทรอนิกส์
หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ๆ
ถือเป็นการพิจารณามาตรา๗๗
(๑๐) “การสอบสวน” บ่งบอกถึงความถึงการหาข้อมูลข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งพนักงานฝ่ายบริการลูกค้าหรือตำรวจได้ปฏิบัติตามกฎหมายและหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินการของประชาชน และทราบรายละเอียดแห่งความผิด
(๑๑) “การสอบสวน” แสดงถึงความถึงภายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการอื่นๆ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนดำเนินการเกี่ยวกับความผิดที่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อนำมาใช้ตัวผู้พิจารณาผิดมาสอบสวนสอบสวน
(๑๒) “การไต่สวนมูลฟ้อง” แสดงถึงความต่อเนื่องของสวนของศาลเพื่อวินิจฉัยถึงมูลคดีซึ่งจำเลยจำเลย...
(๑๓) “ที่รโหฐาน” หมายถึงความถึงที่ต่างกันซึ่งมิใช่ที่สาธารณสถานดังสนับสนุนการวิจัยกฎหมายลักษณะอาญา
(๑๔) “โจทก์” หมายถึงความถึงพนักงานอัยการหรือผู้ตรวจสอบซึ่งคดีอาญาต่อศาลหรืออัตโนมัติในเมื่อพนักงานอัยการดูแลสุขภาพเป็นโจทก์ร่วมกัน
(๑๕) “ความคู่” หมายถึงโจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง
(๑๖) “พนักงานฝ่ายควบคุมเวลาหรือตำรวจ” แสดงถึงความถึงเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้เวลาและหน้าที่การรักษาอย่างต่อเนื่องของพนักงานเสิร์ฟและพัศดีเจ้าพนักงานสำนักงานตรวจสอบสามิตสำนักกรมภายนอกเจ้าท่าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าพนักงานอื่น ๆ ในการปฏิบัติงานและที่สำคัญที่สุดอย่างต่อเนื่องผู้ปฏิบัติงานซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าต้องมีอำนาจหรือการดำเนินงาน
(๑๗) “ เจ้าหน้าที่สังเกตการณ์หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่”
หมายถึงถึงเจ้าพนักงานบริษัท
(ก)
ปลัดกระทรวงหาดไทย
(ข) รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
(ค) ผู้กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย
(ฆ) ผู้ช่วยปลัดกระทรวงหาดไทย
(ง) อธิบดีพิทักษ์
(จ) รองอธิบดีกรมเจ้าของ
(ฉ) และกองการสอบสวนและนิติการ
กรมการปกครอง
(ช)
หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการและหัวหน้างานในกองการสืบสวนและนิติการกรมการปกครอง
(ซ) ผู้ตรวจสอบหน่วยงานตรวจสอบ
(ฌ) ผู้ว่าราชการจังหวัด
(ญ) รองผู้ว่าราชการจังหวัด
(ฎ) ปฏิเทศน์
(ฏ) นายอำเภอ
(ฐ)
หัวหน้าเขตผู้เป็นหัวหน้าประจำอำเภอ
(ฑ) อธิบดีกรมตำรวจ
(ฒ) รองอธิบดีกรมตำรวจ
(ณ) ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ
(ด) ตำรวจตำรวจ
(ต) รองผู้บัญชาการตำรวจ
(ถ) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ
(ท) ผู้มีอำนาจบังคับตำรวจ
(ธ) รองผู้บังคับการตำรวจ
(น) หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด
(บ) รองหัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด
(ป) ในขณะที่การตำรวจ
(ผ) และตำรวจภูธรจังหวัดเขต
(ฝ) รองในเรื่องตำรวจ
(พ) รองผู้อำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดเขต
(ฟ) ตำรวจสารวัตรใหญ่
(ภ) สารวัตรตำรวจ
(ม) ผู้บังคับบัญชากองตำรวจ
(ย)
หัวหน้าตำรวจสถานียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือตำรวจนายร้อยตรีขึ้นไป
(ร) หัวหน้ากิ่งสถานีตำรวจยังมียศตั้งแต่ชั้นร้อยนายตำรวจตรีหรือนายร้อยตำรวจตรีขึ้นไปอีก
บ่งบอกถึงความรวมถึงผู้รักษาการแทนเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว แต่ผู้รักษาการแทนเจ้าพนักงานใน (ม) (ย) และ (ร) ต้องมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือผู้บริหารนายร้อยตำรวจด้วยก้าวขึ้นไป(๑๘) “สิ่งของ” แสดงถึงความถึงมีทรัพย์ใด ๆ ที่ใช้ในการตรวจสอบหลักฐานในคดีอาญาได้สามารถรับรู้จดหมายโทรเลขและเอกสารเซิร์ฟเวอร์ได้
(๑๙) “คำพูดสกอร์” หมายถึงหนังสือใดๆ ที่เอกสารบันทึกเป็นหลักฐานแห่งรายละเอียดทั้งหมดในการดำเนินการคดีอาญาในศาลนั้น
(๒๐) “บันทึก” หมายถึงหนังสือใดๆ ที่พนักงานฝ่ายเฝ้าระวังหรือจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานในการสอบสวนความผิดอาญาบันทึกบันทึกคำร้องทุกข์และคำกล่าวกล่าวของตำรวจด้วย
(๒๑) “ควบคุม” หมายถึงถึงการควบคุมหรือบังคับให้ต้องมีการบังคับใช้โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือตำรวจผู้รับโทษและผู้สอบสวน
(๒๒) “เชื่อ” บ่งบอกถึงความถึงการจำเลยหรือผู้ค้นพบโดยศาล
คำแปลภาษาไทย
ในโค้ดนี้:
(1) "ศาล" หมายถึง ศาลยุติธรรมหรือผู้พิพากษาที่มีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับคดีอาญา.
(2) "ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด" หมายถึง บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดแต่ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดีต่อศาล.
(3) "จำเลย" หมายถึง บุคคลที่ถูกดำเนินคดีต่อหน้าศาลในข้อหากระทำความผิด.
(4) "ผู้เสียหาย" หมายถึง บุคคลที่ได้รับบาดเจ็บอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดใดๆ รวมทั้งบุคคลอื่นใดที่มีอำนาจกระทำการแทนตามที่ระบุไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6.
(5) "อัยการ" หมายถึง เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่ถูกกล่าวหาต่อศาล ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมอัยการหรือเจ้าหน้าที่อื่นที่มีอำนาจดังกล่าว.
(6) "เจ้าหน้าที่สอบสวน" หมายถึง เจ้าหน้าที่ที่กฎหมายมอบอำนาจและมอบหมายหน้าที่ให้ดำเนินการสอบสวน.
(7) "คำร้องเรียน" หมายถึง การกล่าวหาของผู้เสียหายต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายนี้ ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ไม่ว่าผู้กระทำความผิดจะเป็นที่รู้จักหรือไม่ก็ตาม ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย โดยมีเจตนาให้ลงโทษผู้กระทำความผิด.
(8) "การแจ้งความ" หมายถึง การกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เสียหาย ว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จัก ได้กระทำความผิด.
(9) "หมายจับ" หมายถึง คำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรที่ออกตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งสั่งให้เจ้าหน้าที่จับกุม กักขัง คุมขัง หรือปล่อยตัวผู้กระทำความผิด จำเลย หรือนักโทษ หรือทำการค้น รวมถึงสำเนาที่รับรองถูกต้องของหมายจับหรือหมายค้น การแจ้งทางโทรเลขว่าได้มีการออกหมายจับหรือหมายค้นแล้ว และสำเนาหมายจับหรือหมายค้นที่ส่งทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น ๆ ทั้งหมดตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 77.
(10) "การสืบสวน" หมายถึง การค้นหาข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือตำรวจดำเนินการภายในอำนาจและหน้าที่ของตนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเพื่อเรียนรู้รายละเอียดของความผิด.
(11) "การสอบสวน" หมายถึง การรวบรวมหลักฐานและการดำเนินการอื่น ๆ ทั้งหมดภายใต้บทบัญญัติของประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบสวนดำเนินการเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา เพื่อเรียนรู้ข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิด และเพื่อนำผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีและลงโทษ.
(12) "การตรวจสอบเบื้องต้น" หมายถึง กระบวนการของศาลในการตรวจสอบคดีเพื่อตัดสินว่าคดีต่อจำเลยมีพื้นฐานเบื้องต้นหรือไม่.
(13) "สถานที่ส่วนตัว" หมายถึงสถานที่อื่นที่ไม่ใช่สถานที่สาธารณะตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา.
(14) "โจทก์" หมายถึง อัยการ หรือผู้เสียหายที่ดำเนินคดีอาญาต่อศาล หรือทั้งสองอย่างในกรณีที่อัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน.
(15) "ฝ่าย" หมายถึงโจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง.
(16) "เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจ" หมายถึง เจ้าหน้าที่ที่กฎหมายมอบอำนาจและมอบหมายหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน รวมทั้งผู้คุมเรือนจำ เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมการเดินเรือ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ เมื่อปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจับกุมและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายซึ่งตนมีหน้าที่ต้องจับกุมหรือปราบปราม.
(17) "เจ้าหน้าที่บริหารหรือตำรวจอาวุโส" หมายถึง เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้: (ก) ปลัดกระทรวงมหาดไทย; (ข) รองปลัดกระทรวงมหาดไทย; (ค) ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย; (ง) ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย; (จ) อธิบดีกรมการปกครองส่วนภูมิภาค; (ฉ) รองอธิบดีกรมการปกครองส่วนภูมิภาค; (ช) ผู้อำนวยการกองสืบสวนและกิจการกฎหมาย กรมการปกครองส่วนภูมิภาค; (ซ) หัวหน้าส่วนและหัวหน้าหน่วยในกองสืบสวนและกิจการกฎหมาย กรมการปกครองส่วนภูมิภาค; (ฌ) ผู้ตรวจราชการกรมการปกครองส่วนภูมิภาค; (ญ) ผู้ว่าราชการจังหวัด; (ค) รองผู้ว่าราชการจังหวัด; (ล) ผู้ว่าราชการจังหวัด; (ม) นายอำเภอ; (น) ผู้ช่วยนายอำเภอซึ่งเป็นหัวหน้าสำนักงานสาขาอำเภอ; (อ) อธิบดีกรมตำรวจ; (ป) รองอธิบดีกรมตำรวจ; (ค) ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ; (ร) ผู้บัญชาการตำรวจ; (s) รองผู้บัญชาการตำรวจ; (t) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ; (u) ผู้บัญชาการตำรวจ; (v) รองผู้บัญชาการตำรวจ; (w) ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัด; (x) รองผู้บัญชาการตำรวจจังหวัด; (y) ผู้กำกับการตำรวจ; (z) ผู้กำกับการตำรวจจังหวัดประจำเขต; (aa) รองผู้กำกับการตำรวจ; (bb) รองผู้กำกับการตำรวจจังหวัดประจำเขต; (cc) สารวัตรตำรวจอาวุโส; (dd) สารวัตรตำรวจ; (ee) ผู้บัญชาการกองร้อยตำรวจ; (ff) หัวหน้าสถานีตำรวจที่มีตำแหน่งตั้งแต่ร้อยตำรวจโทขึ้นไปหรือเทียบเท่า; (gg) หัวหน้าสถานีตำรวจสาขาที่มีตำแหน่งตั้งแต่ร้อยตำรวจโทขึ้นไปหรือเทียบเท่า; ทั้งนี้รวมถึงบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ข้างต้นด้วย โดยที่บุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ใน (ee), (ff) และ (gg) ต้องมีตำแหน่งตั้งแต่ร้อยตำรวจโทขึ้นไปหรือเทียบเท่าเช่นกัน.
(18) "สิ่งของ" หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายได้ใดๆ ที่อาจใช้เป็นหลักฐานในคดีอาญา รวมทั้งจดหมาย โทรเลข และเอกสารอื่นๆ.
(19) "บันทึกการดำเนินคดีของศาล" หมายถึง เอกสารใดๆ ที่ศาลบันทึกไว้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมดในการดำเนินคดีอาญาในศาลนั้น.
(20) "บันทึก" หมายถึง เอกสารใดๆ ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือตำรวจบันทึกไว้เป็นหลักฐานในการสอบสวนความผิดทางอาญา รวมทั้งบันทึกคำร้องเรียนและการแจ้งความ.
(21) "การควบคุมตัว" หมายถึง การกักขังหรือควบคุมตัวบุคคลที่ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจในระหว่างการสอบสวนและสืบสวน.
(22) "การควบคุมตัวโดยศาล" หมายถึง การกักขังจำเลยหรือผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดโดยศาล.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
ส่วน 2 กำหนดบทซึ่งตามมาตรา 1 ใช้บังคับตลอดทั้งกฎหมายบัญญัติคำพูดในบทใด ๆ จะขัดกับนิยามนั้น คุณสมบัติของระบบควบคุมร้องกันมากที่สุดคือ "ผู้บริสุทธิ์" ตามมาตรา 2 (4) ส่วนสูงขาดชี้อำนาจนิติบัญญัติคดีและเป็นโจทก์เรียกค่าสินไหมในทั้งยังรวมถึงผู้ตรวจสอบแทนตามมาตรา 4, 5 และ 6 ด้วยจัตุรัสตีความส่วนที่ 2 (4) โดยเคร่งครัดผู้นำเพียงตามสัญญาหรือมิใช่เจ้าของสิทธิ หรือกล่าวโทษในการละเมิดมักจะไม่ถือเป็นข้อได้เปรียบโดยนิตินัยอำนาจศาล
ความสำคัญต่อ
การที่ท่านเป็น "ผู้มักจะ" ตามมาตรา 2 (4) มักจะเป็นด่านแรกของคดีอาญาเพราะเป็นจุดเริ่มต้นชี้ขาดว่านักร้องทุกข์ทรมานเป็นโจทก์หรือเรียกค่าสินไหมอาจเป็นได้ ข้อพิพาทที่เป็นเรื่องผิดสัญญาโดยทั่วไป มักจะดำเนินต่อไปว่ากันกล่าวแพ่งมิใช่คดีอาญา นักเรียนในอำนาจการพิจารณาคดีที่ปรึกษาทนายความไทยก่อนดำเนินการคดี
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 1327/2568 (2025)
สำนักงานที่เป็นเพียงเรื่องผิดสัญญาทำให้คู่กรณีของผู้ควบคุมระบบตามมาตรา 2 (4) และเมื่อไม่มีแพลตฟอร์มดังกล่าวย่อมไม่มีอำนาจการตัดสินใจ
โจทก์เซอร์กรณีกรณีอาคารที่ออกแบบโดยไม่เป็นไปตามหลักวิชาชีพจนต้องรื้อถอนศาลวินิจฉัยว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสัญญาตามการเรียกร้องกันในคดีส่วนแพ่ง โจทก์เซิร์ฟเวอร์เปิดให้ผู้บริหารตามมาตรา 2 (4) กรรมการมีอำนาจพิจารณาคดีนี้กฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการตามปกติยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 618/2568 (2025)
ตัวแทนจำหน่ายที่มิใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าไม่ใช้เป็นประจำตามมาตรา 2 (4) และไม่ใช่ผู้ตรวจสอบการจัดการแทนตามมาตรา 4, 5 และ 6 บันทึกเข้าร่วมเป็นโจทก์ไม่ได้
โจทก์ร่วมเป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย ขากรรไกรเจ้าของเครื่องหมายการค้า ศาลวินิจฉัยว่าจึงไม่ใช่ผู้มีอำนาจตามมาตรา 2 (4) และไม่ใช่ผู้มีอำนาจจัดการแทนตามมาตรา 4, 5 และ 6 ย่อมไม่มีเข้าร่วมสิทธิเป็นโจทก์หรือขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมอีกครั้ง
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 324/2568 (2025)
ผู้มีอำนาจตรวจสอบที่มีส่วนประมาทไม่ถือเป็นส่วนใหญ่โดยนิตินัยตามมาตรา 2 (4) ญาติผู้ดูแลระบบจัดการแทนตามมาตรา 5 (2) และเข้าร่วมเป็นโจทก์ไม่ได้
ข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ตัดสินชีวิตส่วนใหญ่ประมาทในความผิดของรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ถึงจุดสำคัญของอัยการตามมาตรา 2 (4) ภริยาผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจปกครองตามมาตรา 5 (2) กรรมการมีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามมาตรา 30 การที่ศาลด้านล่างเข้าร่วมเป็นโจทก์จึงไม่ชอบ
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 398 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2569)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 266/2569 (2026)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1327/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3119/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3639/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7749/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8082/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4770/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 633/2567 (2024)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 83 120
- ป.อ. มาตรา 91 116
- ป.อ. มาตรา 78 86
- ป.อ. มาตรา 90 63
- 225 56
- ป.อ. มาตรา 29 49
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา
ตามมาตรา 2 (4) ผู้มีอำนาจส่วนใหญ่คือผู้ได้รับรายงานจากความเชื่อผิดๆ ผู้ควบคุมการจัดการแทนมาตรา 4, 5 และ 6 กรรมการที่เพียงอย่างเดียวเรื่องผิดคำมักจะไม่เข้าระดับสูง
ผู้สอบสวนกับจำเลยต่างกันอย่างไร
ตามมาตรา 2 ผู้วิจัยคือเหตุผลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนผิดแต่ยังไม่ถูกพิจารณาต่อศาลส่วนจำเลยคือผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลแล้วในข้อหาว่าความผิดผิด
นิยามผู้มีอำนาจตามมาตรา 2 (4) ใช้ทุกที่ในกฎหมายหรือไม่
เสมอไปตามมาตรา 1 ถ้อยคำในบทควบคุมน้ำหนักเหนือนิยามได้ดังที่อนุสาวรีย์วินิจฉัยเรื่องสิทธิเรียกค่าสินไหม นอกจากนี้ตามมาตรา 44/1
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 2 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 2. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-2/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 2 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-2/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-2/"><p>ในประมวลกฎหมายนี้ (๑) “ศาล” หมายความถึงศาลยุติธรรมหรือผู้พิพากษา ซึ่งมีอำนาจทำการอันเกี่ยวกับคดีอาญา (๒) “ผู้ต้องหา” หมายความถึงบุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำความผิด แต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล (๓) “จำเลย” หมายความถึงบุคคลซึ่งถูกฟ้องยังศาลแล้วโดยข้อหาว่าได้กระทำความผิด (๔) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๔, ๕ และ ๖ (๕) “พนักงานอัยการ” หมายความถึงเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ทั้งนี้ จะเป็นข้าราชการในกรมอัยการหรือเจ้าพนักงานอื่นผู้มีอำนาจเช่นนั้นก็ได้ (๖) “พนักงานสอบสวน” หมายความถึงเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน (๗) “คำร้องทุกข์” หมายความถึงการที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ (๘) “คำกล่าวโทษ” หมายความถึงการที่บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ว่ามีบุคคลรู้ตัวหรือไม่ก็ดี ได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งขึ้น (๙) “หมายอาญา” หมายความถึงหนังสือบงการที่ออกตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการจับ ขัง จำคุก…</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 2 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา