ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 139: การบันทึกและรวมสำนวนการสอบสวน
ตัวบทกฎหมาย
ให้พนักงานสอบสวนบันทึกการสอบสวนตามหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยการสอบสวนและให้เอาบันทึก เอกสารอื่นซึ่งได้มา อีกทั้งบันทึกและเอกสารทั้งหลายซึ่งเจ้าพนักงานอื่นผู้สอบสวนคดีเดียวกันนั้นส่งมารวมเข้าสำนวนไว้เอกสารที่ยื่นเป็นพยานให้รวมเข้าสำนวน ถ้าเป็นสิ่งของอย่างอื่นให้ทำบัญชีรายละเอียดรวมเข้าสำนวนไว้เพื่อประโยชน์ในการติดตามพยานให้ไปตามกำหนดนัดของศาล
ให้พนักงานสอบสวนบันทึกรายชื่อของพยานบุคคลทั้งหมดพร้อมที่อยู่หรือสถานที่ติดต่อ
หมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นที่ใช้ในการติดต่อพยานเหล่านั้นเก็บไว้ ณ
ที่ทำการของพนักงานสอบสวน
คำแปลภาษาอังกฤษ
The inquiry official shall record the investigation according to the general principles of this Code concerning investigation, and shall place into the case file the records and other documents obtained, together with all records and documents that other officials investigating the same case have forwarded. Documents submitted as evidence shall be included in the case file; if they are other objects, a detailed inventory shall be made and included in the case file. For the benefit of tracing witnesses so that they attend on the dates appointed by the court, the inquiry official shall record the names of all witnesses together with their addresses or places of contact, telephone numbers, or other channels used to contact those witnesses, and shall keep this at the office of the inquiry official.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตราปิดท้ายหมวด 1 การสอบสวนสามัญ กำหนดหน้าที่บันทึกและรวมสำนวนของพนักงานสอบสวน ต้องบันทึกการสอบสวนตามหลักทั่วไปของประมวลกฎหมายนี้ รวมบันทึก เอกสาร และของกลางทั้งหมด รวมถึงสิ่งที่เจ้าพนักงานอื่นที่สอบสวนคดีเดียวกันส่งมา และทำบัญชีรายละเอียดสำหรับสิ่งของ อีกหน้าที่หนึ่งที่เพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยเตรียมการพิจารณา คือให้เก็บรายชื่อพยานทั้งหมดพร้อมที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือช่องทางติดต่ออื่นไว้ ณ ที่ทำการของพนักงานสอบสวน เพื่อให้ติดตามพยานมาศาลได้ มาตรานี้ค้ำจุนความครบถ้วนของสำนวนที่ต่อมาส่งให้พนักงานอัยการและศาล
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
สำนวนการสอบสวนเป็นแกนของการดำเนินคดี พนักงานสอบสวนจึงจะละทิ้งคำให้การเดิมโดยถือว่าไม่สำคัญไม่ได้ สำนวนต้องสะท้อนสิ่งที่รวบรวมมาจริง หากท่านเป็นพยานหรือผู้เสียหาย พึงคาดหมายว่าข้อมูลติดต่อของท่านจะถูกเก็บไว้เพื่อให้ศาลเรียกได้ และหากท่านเป็นผู้ต้องหา ความครบถ้วนและถูกต้องของสำนวนอาจมีผลต่อการต่อสู้คดี หากต้องการเข้าใจว่าสำนวนการสอบสวนกระทบคดีของท่านอย่างไร ควรปรึกษาทนายความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2537 (1994)
ตามมาตรา 139 พนักงานสอบสวนต้องบันทึกการสอบสวนและรวมบันทึกกับเอกสารทั้งหลายที่ได้มาเข้าสำนวน จะอ้างว่าบันทึกคำให้การเดิมไม่สำคัญเพราะทำขึ้นใหม่แล้วไม่ได้
ศาลฎีกาอธิบายว่ามาตรา 139 กำหนดให้พนักงานสอบสวนบันทึกการสอบสวนและนำบันทึกกับเอกสารที่ได้มาทั้งหมดรวมเข้าสำนวน พนักงานสอบสวนที่ทำบันทึกคำให้การขึ้นใหม่จะอ้างว่าบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาและผู้กล่าวหาเดิมไม่สำคัญไม่ได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2537)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 929/2537 (1994)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3603/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4396/2528 (1985)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2390/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3640/2531 (1988)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 64/2521 (1978)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1673/2493 (1950)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
พนักงานสอบสวนต้องรวมอะไรไว้ในสำนวน
ตามมาตรา 139 พนักงานสอบสวนต้องบันทึกการสอบสวนและรวมบันทึก เอกสาร และของกลางทั้งหมด รวมถึงสิ่งที่เจ้าพนักงานอื่นที่สอบสวนคดีเดียวกันส่งมา โดยทำบัญชีรายละเอียดสำหรับสิ่งของ
พนักงานสอบสวนทิ้งคำให้การเดิมแล้วทำใหม่ได้หรือไม่
ไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามมาตรา 139 พนักงานสอบสวนจะอ้างว่าบันทึกคำให้การเดิมไม่สำคัญเมื่อทำขึ้นใหม่แล้วไม่ได้ ต้องรวมบันทึกที่ได้มาทั้งหมดเข้าสำนวน
ทำไมพนักงานสอบสวนต้องเก็บช่องทางติดต่อพยาน
มาตรา 139 กำหนดให้เก็บรายชื่อพยานทั้งหมดพร้อมที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือช่องทางติดต่ออื่นไว้ ณ ที่ทำการของพนักงานสอบสวน เพื่อให้ติดตามพยานมาตามกำหนดนัดของศาลได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 139 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 139. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-139/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 139 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-139/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-139/"><p>ให้พนักงานสอบสวนบันทึกการสอบสวนตามหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยการสอบสวนและให้เอาบันทึก เอกสารอื่นซึ่งได้มา อีกทั้งบันทึกและเอกสารทั้งหลายซึ่งเจ้าพนักงานอื่นผู้สอบสวนคดีเดียวกันนั้นส่งมารวมเข้าสำนวนไว้เอกสารที่ยื่นเป็นพยานให้รวมเข้าสำนวน ถ้าเป็นสิ่งของอย่างอื่นให้ทำบัญชีรายละเอียดรวมเข้าสำนวนไว้เพื่อประโยชน์ในการติดตามพยานให้ไปตามกำหนดนัดของศาล ให้พนักงานสอบสวนบันทึกรายชื่อของพยานบุคคลทั้งหมดพร้อมที่อยู่หรือสถานที่ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นที่ใช้ในการติดต่อพยานเหล่านั้นเก็บไว้ ณ ที่ทำการของพนักงานสอบสวน</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 139 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-139/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา