ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 173/2: การดำเนินการในวันตรวจพยานหลักฐาน
ตัวบทกฎหมาย
ในวันตรวจพยานหลักฐาน
ให้คู่ความส่งพยานเอกสารและพยานวัตถุที่ยังอยู่ในความครอบครองของตนต่อศาลเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตรวจสอบ
เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นอันเนื่องจากสภาพและความจำเป็นแห่งพยานหลักฐานนั้นเอง
หรือพยานหลักฐานนั้นเป็นบันทึกคำให้การของพยาน
หลังจากนั้นให้คู่ความแต่ละฝ่ายแถลงแนวทางการเสนอพยานหลักฐานต่อศาล
และให้ศาลสอบถามคู่ความถึงความเกี่ยวข้องกับประเด็นและความจำเป็นที่ต้องสืบพยานหลักฐานที่อ้างอิงตลอดจนการยอมรับพยานหลักฐานของอีกฝ่ายหนึ่งเสร็จแล้วให้ศาลกำหนดวันสืบพยาน
และแจ้งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ในกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลในวันตรวจพยานหลักฐานให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๖๖
มาใช้บังคับโดยอนุโลมในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดร้องขอ
ศาลจะมีคำสั่งให้สืบพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับประเด็นสำคัญในคดีไว้ล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดวันนัดสืบพยานก็ได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
On the evidence-examination date, the parties shall produce to the court the documentary and material evidence still in their possession, for the other party to inspect, unless the court orders otherwise because of the nature and necessity of that evidence, or the evidence is a record of a witness's statement. Thereafter each party shall state to the court the manner in which it will present its evidence, and the court shall question the parties as to the relevance to the issues and the necessity of taking the evidence relied upon, as well as the admission of the other party's evidence. When this is completed, the court shall fix the date for taking evidence and give the parties advance notice of not less than seven days. Where the prosecutor fails to appear in court on the evidence-examination date, the provisions of Section 166 shall apply mutatis mutandis. Where it is necessary in the interest of justice, when the court considers it appropriate or a party so requests, the court may order that evidence relating to a material issue in the case be taken in advance before the date fixed for taking evidence.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรานี้อยู่ในลักษณะว่าด้วยการพิจารณา กำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นในวันตรวจพยานหลักฐานที่กำหนดตามมาตรา ๑๗๓/๑ คือ การส่งและตรวจสอบเอกสารและวัตถุระหว่างกัน (โดยมีข้อยกเว้นสำหรับพยานหลักฐานที่มีสภาพพิเศษหรือบันทึกคำให้การพยาน) การแถลงแนวทางการนำสืบของคู่ความ และการที่ศาลสอบถามเพื่อจำกัดความเกี่ยวข้องและความจำเป็นและบันทึกการยอมรับพยาน จากนั้นให้ศาลกำหนดวันสืบพยานโดยแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และนำผลการยกฟ้องตามมาตรา ๑๖๖ มาใช้เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันนี้ กล่าวคืออาจถูกยกฟ้องและเข้าสู่กฎการขอยกคดีขึ้นใหม่ภายในสิบห้าวัน วรรคท้ายให้สืบพยานประเด็นสำคัญไว้ล่วงหน้าได้เมื่อความยุติธรรมต้องการ ทั้งนี้ร่วมกับมาตรา ๑๗๓/๑ เป็นแกนของการจัดการคดีก่อนสืบพยานในคดีอาญาที่มีการปฏิเสธ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
โจทก์ต้องมาศาลในวันตรวจพยานหลักฐานเช่นเดียวกับการนัดพิจารณาใด การไม่มาทำให้ต้องด้วยมาตรา 166 คดีอาจถูกยกฟ้อง และการขอให้ยกคดีขึ้นใหม่ต้องร้องภายในสิบห้าวันโดยมีเหตุอันสมควร ทั้งสองฝ่ายควรเตรียมส่งเอกสารและวัตถุ แถลงแนวทางการนำสืบ และตอบคำถามศาลเรื่องความเกี่ยวข้อง เพราะการยอมรับที่บันทึกในวันนี้กำหนดทิศทางการพิจารณา หากพยานสำคัญอาจไม่พร้อมภายหลัง ควรขอให้ศาลสืบพยานไว้ล่วงหน้า ควรเตรียมคดีอย่างรอบคอบกับทนายความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963/2564 (2021)
ตามมาตรา 173/2 วรรคหนึ่ง ตอนท้าย หากโจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้วแต่ไม่มาศาลในวันตรวจพยานหลักฐาน ศาลชอบที่จะยกฟ้องโดยนำมาตรา 166 มาใช้ แต่เมื่อโจทก์อ้างว่าวันนัดถูกยกเลิก ศาลควรไต่สวนเหตุเสียก่อนจึงจะวินิจฉัย
ศาลฎีกาอธิบายว่ามาตรา 173/2 วรรคหนึ่ง ตอนท้าย ให้นำมาตรา 166 มาใช้เมื่อโจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลในวันตรวจพยานหลักฐาน จึงยกฟ้องได้ ข้อเท็จจริงคดีนี้คำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาของโจทก์อ้างเหตุที่ไม่มา ศาลชั้นต้นจึงควรไต่สวนก่อนมีคำสั่ง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3276/2561 (2018)
เมื่อในวันตรวจพยานหลักฐาน โจทก์ปฏิเสธการตรวจพยานหลักฐาน และศาลมีคำสั่งให้นัดสืบพยานต่อไป ย่อมเป็นการที่ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นอันเนื่องจากสภาพและความจำเป็นแห่งพยานหลักฐานตามมาตรา 173/2 และเป็นการยกเลิกไม่กำหนดให้มีวันตรวจพยานหลักฐาน วันดังกล่าวจึงไม่คงสภาพเป็นวันตรวจพยานหลักฐานอีกต่อไป และกรณีอยู่ในบังคับมาตรา 240 วรรคหนึ่ง มิใช่กำหนดเจ็ดวันในการยื่นบัญชีระบุพยานตามมาตรา 173/1
จำเลยที่ 2 โต้แย้งว่าวันที่กำหนดยังคงเป็นวันตรวจพยานหลักฐานไม่ว่าศาลจะมีคำสั่งใดในวันนั้น บัญชีระบุพยานของโจทก์ที่ยื่นไม่เป็นไปตามกำหนดเจ็ดวันตามมาตรา 173/1 จึงรับฟังไม่ได้ ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย โดยวินิจฉัยว่าคำสั่งที่ให้นัดสืบพยานต่อไปเมื่อโจทก์ปฏิเสธการตรวจพยานหลักฐาน เท่ากับมีคำสั่งตามมาตรา 173/2 อันเป็นการยกเลิกไม่กำหนดให้มีวันตรวจพยานหลักฐาน กรณีจึงอยู่ในบังคับมาตรา 240 วรรคหนึ่ง และศาลล่างทั้งสองมีอำนาจให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานนั้นได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 4 คดี (พ.ศ. 2555 ถึง 2564)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 963/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3276/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10328/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4452/2562 (2019)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ในวันตรวจพยานหลักฐานมีการดำเนินการอย่างไร
ตามมาตรา 173/2 คู่ความส่งเอกสารและวัตถุให้ตรวจสอบ แถลงแนวทางการนำสืบ และตอบคำถามศาลเรื่องความเกี่ยวข้องและการยอมรับพยาน แล้วศาลกำหนดวันสืบพยานโดยแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ถ้าโจทก์ไม่มาศาลในวันตรวจพยานหลักฐานจะเป็นอย่างไร
มาตรา 173/2 ให้นำมาตรา 166 มาใช้โดยอนุโลม หากโจทก์ไม่มาศาล ศาลอาจยกฟ้อง และโจทก์อาจขอให้ยกคดีขึ้นใหม่ภายในสิบห้าวันโดยแสดงเหตุอันสมควร
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 173/2 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 173/2. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-173-2/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 173/2 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-173-2/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-173-2/"><p>ในวันตรวจพยานหลักฐาน ให้คู่ความส่งพยานเอกสารและพยานวัตถุที่ยังอยู่ในความครอบครองของตนต่อศาลเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตรวจสอบ เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นอันเนื่องจากสภาพและความจำเป็นแห่งพยานหลักฐานนั้นเอง หรือพยานหลักฐานนั้นเป็นบันทึกคำให้การของพยาน หลังจากนั้นให้คู่ความแต่ละฝ่ายแถลงแนวทางการเสนอพยานหลักฐานต่อศาล และให้ศาลสอบถามคู่ความถึงความเกี่ยวข้องกับประเด็นและความจำเป็นที่ต้องสืบพยานหลักฐานที่อ้างอิงตลอดจนการยอมรับพยานหลักฐานของอีกฝ่ายหนึ่งเสร็จแล้วให้ศาลกำหนดวันสืบพยาน และแจ้งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ในกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลในวันตรวจพยานหลักฐานให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๖๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลมในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งให้สืบพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับประเด็นสำคัญในคดีไว้ล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดวันนัดสืบพยานก็ได้</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 173/2 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-173-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา