ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
214 — ข้อความที่ต้องมีในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
คนบทกฎหมาย
นอกจากมีข้อความซึ่งต้องมีในคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องปรากฏข้อความดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) นามหรือตำแหน่งของผู้อุทธรณ์
(๒) ข้อความว่า ยืน ยก แก้หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น
คำแปลภาษาไทย
In addition to the particulars that must appear in the judgment of the court of first instance, the judgment of the Court of Appeal must also contain the following: (1) the name or title of the appellant; (2) a statement affirming, dismissing, amending, or reversing the judgment of the court of first instance.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 214 กำหนดรูปแบบเนื้อหาของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยนำข้อกำหนดของคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาใช้ ซึ่งตามมาตรา 186 รวมถึงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยและบทกฎหมายที่ยกขึ้นปรับ และเพิ่มสองรายการเฉพาะชั้นอุทธรณ์ คือชื่อหรือตำแหน่งผู้อุทธรณ์ และข้อความชัดเจนว่ายืน ยก แก้ หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำพิพากษาที่ขาดข้อความที่ต้องมีอาจถูกโต้แย้งว่าไม่ชอบ แต่ศาลฎีกาถือว่าข้อบกพร่องเล็กน้อยหรือไม่เป็นสาระไม่ทำให้เสียไป เช่นการอ้างปีของพระราชบัญญัติผิด หรือไม่ระบุวรรคที่ชัดเจน ไม่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบหากไม่กระทบผล ในขณะที่การไม่ให้เหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดอาจทำให้คำพิพากษาบกพร่อง
ความสำคัญต่อ
สำหรับคู่ความ มาตรานี้เป็นรายการตรวจสอบที่ใช้ทดสอบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ กล่าวคือควรระบุชื่อผู้อุทธรณ์ชัดเจน และระบุอย่างชัดแจ้งว่ายืน ยก แก้ หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น พร้อมเหตุผลและบทกฎหมายที่คำพิพากษาต้องมี หากคำพิพากษาไม่ชัดเจนเรื่องผลหรือไม่ให้เหตุผลในประเด็นที่ท่านยกขึ้น อาจเป็นเหตุโต้แย้งในชั้นฎีกาได้ แต่พึงทราบว่าข้อบกพร่องที่ไม่เป็นสาระ เช่นอ้างปีพระราชบัญญัติผิด มักไม่ทำให้คำพิพากษาถูกกลับ หากไม่แน่ใจว่าคำพิพากษาให้เหตุผลโดยชอบหรือไม่ ควรปรึกษาทนายความไทย
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6387/2540 (1997)
เมื่อศาลล่างระบุอ้างบทมาตราที่เป็นบทความผิดและบทกำหนดโทษที่ยกขึ้นปรับแก่คดี คำพิพากษาชอบด้วยมาตรา 186 (7) ประกอบมาตรา 214 การไม่ระบุว่าเป็นความผิดตามวรรคใดเป็นเพียงความไม่สมบูรณ์ชัดเจน ไม่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ระบุบทมาตราตามพระราชบัญญัติป่าไม้ที่เป็นบทความผิดและบทกำหนดโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าชอบด้วยมาตรา 186 (7) ประกอบมาตรา 214 การไม่ระบุวรรคเป็นเพียงความไม่สมบูรณ์ชัดเจน มิใช่ข้อบกพร่องที่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5924/2556 (2013)
การที่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์อ้างปีของพระราชบัญญัติที่ถูกยกเลิกแล้ว ไม่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบด้วยมาตรา 186 ประกอบมาตรา 214 และ 215 เมื่อปีที่คลาดเคลื่อนมิใช่ข้อสำคัญและไม่เปลี่ยนผลคำพิพากษา
โจทก์อ้างว่าศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอิงปีของพระราชบัญญัติเช็คที่ถูกยกเลิกแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยชอบแล้ว และการอ้างปีผิดมิใช่ข้อสำคัญที่กระทบผล คำพิพากษาจึงไม่ไม่ชอบด้วยมาตรา 186 ประกอบมาตรา 214 และ 215
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1099/2539 (1996)
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่เพียงแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ยังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเนื้อหาตามมาตรา 214 ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 186 การโต้แย้งด้วยเหตุนี้ถูกยกเมื่อจำเลยรับสารภาพและไม่มีการสืบพยาน
โจทก์อ้างว่าศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาให้คุมความประพฤติโดยไม่แสดงเหตุผล ขัดมาตรา 215, 214 และ 186 (6) เมื่อจำเลยรับสารภาพและคู่ความไม่สืบพยาน ศาลฎีกาเห็นว่าการแก้ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อศาลชอบแล้ว
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องมีอะไรบ้าง
ตามมาตรา 214 ต้องมีข้อความทุกอย่างที่ต้องมีในคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพิ่มด้วยชื่อหรือตำแหน่งผู้อุทธรณ์ และข้อความว่ายืน ยก แก้ หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ข้อผิดพลาดเล็กน้อยทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียไปหรือไม่
ไม่เสมอไป ศาลฎีกาถือว่าข้อบกพร่องที่ไม่เป็นสาระ เช่นอ้างปีพระราชบัญญัติผิด ไม่ทำให้เสียไปหากไม่กระทบผล แต่การไม่ให้เหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดอาจทำให้คำพิพากษาบกพร่อง