ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 214: ข้อความที่ต้องมีในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ตัวบทกฎหมาย

นอกจากมีข้อความซึ่งต้องมีในคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องปรากฏข้อความดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) นามหรือตำแหน่งของผู้อุทธรณ์
(๒) ข้อความว่า ยืน ยก แก้หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คำแปลภาษาอังกฤษ

In addition to the particulars that must appear in the judgment of the court of first instance, the judgment of the Court of Appeal must also contain the following: (1) the name or title of the appellant; (2) a statement affirming, dismissing, amending, or reversing the judgment of the court of first instance.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 214 กำหนดรูปแบบเนื้อหาของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยนำข้อกำหนดของคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาใช้ ซึ่งตามมาตรา 186 รวมถึงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยและบทกฎหมายที่ยกขึ้นปรับ และเพิ่มสองรายการเฉพาะชั้นอุทธรณ์ คือชื่อหรือตำแหน่งผู้อุทธรณ์ และข้อความชัดเจนว่ายืน ยก แก้ หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำพิพากษาที่ขาดข้อความที่ต้องมีอาจถูกโต้แย้งว่าไม่ชอบ แต่ศาลฎีกาถือว่าข้อบกพร่องเล็กน้อยหรือไม่เป็นสาระไม่ทำให้เสียไป เช่นการอ้างปีของพระราชบัญญัติผิด หรือไม่ระบุวรรคที่ชัดเจน ไม่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบหากไม่กระทบผล ในขณะที่การไม่ให้เหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดอาจทำให้คำพิพากษาบกพร่อง

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับคู่ความ มาตรานี้เป็นรายการตรวจสอบที่ใช้ทดสอบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ กล่าวคือควรระบุชื่อผู้อุทธรณ์ชัดเจน และระบุอย่างชัดแจ้งว่ายืน ยก แก้ หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น พร้อมเหตุผลและบทกฎหมายที่คำพิพากษาต้องมี หากคำพิพากษาไม่ชัดเจนเรื่องผลหรือไม่ให้เหตุผลในประเด็นที่ท่านยกขึ้น อาจเป็นเหตุโต้แย้งในชั้นฎีกาได้ แต่พึงทราบว่าข้อบกพร่องที่ไม่เป็นสาระ เช่นอ้างปีพระราชบัญญัติผิด มักไม่ทำให้คำพิพากษาถูกกลับ หากไม่แน่ใจว่าคำพิพากษาให้เหตุผลโดยชอบหรือไม่ ควรปรึกษาทนายความไทย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6387/2540 (1997)

    เมื่อศาลล่างระบุอ้างบทมาตราที่เป็นบทความผิดและบทกำหนดโทษที่ยกขึ้นปรับแก่คดี คำพิพากษาชอบด้วยมาตรา 186 (7) ประกอบมาตรา 214 การไม่ระบุว่าเป็นความผิดตามวรรคใดเป็นเพียงความไม่สมบูรณ์ชัดเจน ไม่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ระบุบทมาตราตามพระราชบัญญัติป่าไม้ที่เป็นบทความผิดและบทกำหนดโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าชอบด้วยมาตรา 186 (7) ประกอบมาตรา 214 การไม่ระบุวรรคเป็นเพียงความไม่สมบูรณ์ชัดเจน มิใช่ข้อบกพร่องที่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5924/2556 (2013)

    การที่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์อ้างปีของพระราชบัญญัติที่ถูกยกเลิกแล้ว ไม่ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบด้วยมาตรา 186 ประกอบมาตรา 214 และ 215 เมื่อปีที่คลาดเคลื่อนมิใช่ข้อสำคัญและไม่เปลี่ยนผลคำพิพากษา

    โจทก์อ้างว่าศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอิงปีของพระราชบัญญัติเช็คที่ถูกยกเลิกแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยชอบแล้ว และการอ้างปีผิดมิใช่ข้อสำคัญที่กระทบผล คำพิพากษาจึงไม่ไม่ชอบด้วยมาตรา 186 ประกอบมาตรา 214 และ 215

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1099/2539 (1996)

    คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นย่อมชอบด้วยมาตรา ๑๘๖ (๖) เมื่อการแก้นั้นเป็นการใช้ดุลพินิจฟังข้อเท็จจริงและแสดงเหตุที่ไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์แล้ว ไม่จำต้องแสดงเหตุผลโดยพิสดารในคดีที่จำเลยให้การรับสารภาพและคู่ความไม่สืบพยาน ส่วนข้อที่ยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์แต่มิได้บรรยายมาในคำฟ้อง เช่น ข้อที่ว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนจึงรอการลงโทษไม่ได้นั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้น ทั้งในคดีอาญายังเป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ไม่มีโอกาสต่อสู้ ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้จึงชอบแล้ว

    จำเลยให้การรับสารภาพในคดียาเสพติด โดยโจทก์และจำเลยไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกแต่ให้รอการลงโทษ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยไปรายงานตัวต่อจ่าศาลจังหวัดอุทัยธานีเดือนละครั้งภายในกำหนด ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่าคำพิพากษาที่แก้นั้นมิได้แสดงเหตุผล จึงไม่ชอบด้วยมาตรา ๒๑๕, ๒๑๔ และ ๑๘๖ (๖) ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการแก้ดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจฟังข้อเท็จจริงและแสดงเหตุที่ไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ของโจทก์แล้ว คำพิพากษาจึงชอบด้วยมาตรา ๑๘๖ (๖) ทั้งข้อที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนนั้น โจทก์มิได้บรรยายมาในคำฟ้อง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและเป็นผลร้ายแก่จำเลย ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยจึงชอบแล้ว พิพากษายกฎีกาโจทก์ ทั้งนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยอาศัยมาตรา ๑๘๖ (๖) ส่วนมาตรา ๒๑๔ และ ๒๑๕ เป็นข้ออ้างของผู้ฎีกา มิใช่เหตุแห่งคำวินิจฉัย

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 6 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2556)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6387/2540 (1997)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3112/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 688/2502 (1959)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 749/2491 (1948)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5924/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1099/2539 (1996)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องมีอะไรบ้าง

ตามมาตรา 214 ต้องมีข้อความทุกอย่างที่ต้องมีในคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพิ่มด้วยชื่อหรือตำแหน่งผู้อุทธรณ์ และข้อความว่ายืน ยก แก้ หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อผิดพลาดเล็กน้อยทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียไปหรือไม่

ไม่เสมอไป ศาลฎีกาถือว่าข้อบกพร่องที่ไม่เป็นสาระ เช่นอ้างปีพระราชบัญญัติผิด ไม่ทำให้เสียไปหากไม่กระทบผล แต่การไม่ให้เหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดอาจทำให้คำพิพากษาบกพร่อง

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 214 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 214. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-214/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 214
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-214/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-214/"><p>นอกจากมีข้อความซึ่งต้องมีในคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องปรากฏข้อความดังต่อไปนี้ด้วย (๑) นามหรือตำแหน่งของผู้อุทธรณ์ (๒) ข้อความว่า ยืน ยก แก้หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 214 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-214/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง