ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

186 — ข้อสำคัญที่คำพิพากษาต้องมี

คนบทกฎหมาย

คำพิพากษาหรือคำสั่งต้องมีข้อสำคัญเหล่านี้เป็นอย่างน้อย
(๑) ชื่อศาลและวันเดือนปี
(๒) คดีระหว่างใครโจทก์ใครจำเลย
(๓) เรื่อง
(๔) ข้อหาและคำให้การ
(๕) ข้อเท็จจริงซึ่งพิจารณาได้ความ
(๖) เหตุผลในการตัดสินทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
(๗) บทมาตราที่ยกขึ้นปรับ
(๘) คำชี้ขาดให้ยกฟ้องหรือลงโทษ
(๙) คำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลางหรือในเรื่องฟ้องทางแพ่งคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวกับความผิดลหุโทษ ไม่จำต้องมีอนุมาตรา
(๔)
(๕) และ
(๖)

คำแปลภาษาไทย

A judgment or order must at least contain the following essential particulars:
(1) the name of the court and the date;
(2) the case between whom, who is the prosecutor and who is the defendant;
(3) the subject matter;
(4) the charge and the plea;
(5) the facts established on the trial;
(6) the reasons for the decision on both questions of fact and questions of law;
(7) the sections of law applied;
(8) the ruling to dismiss the charge or to impose a penalty;
(9) the court's decision concerning the exhibits or concerning the civil claim.
A judgment in a case involving a petty offence need not contain sub-paragraphs (4), (5), and (6).

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 186 กำหนดโครงสร้างบังคับของคำพิพากษาในลักษณะ 3 คำพิพากษาและคำสั่ง แต่ละอนุมาตราเป็นส่วนที่ศาลต้องวินิจฉัย ศาลฎีกาถือว่าการขาดข้อเหล่านี้ทำให้คำพิพากษาไม่ชอบ เช่น ไม่วินิจฉัยเรื่องริบของกลางตาม (9) หรือไม่ให้เหตุผลและไม่มีคำชี้ขาดในประเด็นอุทธรณ์ตาม (6) และ (8) คำพิพากษาที่เพียงคัดลอกศาลล่างโดยไม่มีเหตุผลของตนเองอาจไม่ครบ (5) ถึง (8) ข้อกำหนดที่เบากว่าสำหรับคดีลหุโทษสะท้อนความเล็กน้อยของคดี ในทางปฏิบัติมาตรานี้รองรับการทบทวนชั้นอุทธรณ์ เพราะคำพิพากษาที่ขาดองค์ประกอบเหล่านี้อาจถูกแก้ไขหรือย้อนสำนวน

ความสำคัญต่อ

สำหรับผู้อ่านคำพิพากษา มาตรานี้เป็นรายการตรวจสอบ คำวินิจฉัยที่ชอบต้องระบุข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความ ให้เหตุผลทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อ้างบทมาตราที่ยกขึ้นปรับ มีคำชี้ขาดที่ชัดเจน และวินิจฉัยเรื่องของกลางและฟ้องแพ่ง หากคำพิพากษาขาดองค์ประกอบที่กำหนด เช่น ไม่สั่งริบของกลางหรือไม่ให้เหตุผล ช่องว่างนั้นอาจเป็นเหตุอุทธรณ์และศาลสูงอาจแก้ไขได้ เมื่อตรวจคำพิพากษาของท่าน ควรดูว่า (9) วินิจฉัยเรื่องของกลางและฟ้องแพ่งครบถ้วนหรือไม่ เพราะกระทบสิ่งที่ได้หรือเสียโดยตรง ควรให้ทนายยืนยันความครบถ้วนก่อนสิ้นกำหนดอุทธรณ์

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 7491/2568 (2025)

    แม้จะพิพากษายกฟ้อง ศาลก็ต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับของกลางที่โจทก์ขอให้ริบตามมาตรา 186(9) ประกอบมาตรา 215 การไม่วินิจฉัยเป็นการไม่ชอบและศาลสูงแก้ไขได้

    แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ก็ชอบที่จะต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับอาวุธปืนของกลางที่โจทก์ขอให้ริบตามมาตรา 186(9) ประกอบมาตรา 215 ศาลฎีกาเห็นว่าการไม่วินิจฉัยเป็นการไม่ชอบและแก้ไขให้ริบอาวุธปืนของกลางซึ่งเป็นทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิด

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2567 (2024)

    ศาลอุทธรณ์ที่ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้เพิ่มโทษ ย่อมไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาและพิพากษา คำพิพากษาจึงไม่ชอบด้วยมาตรา 185 วรรคสอง และมาตรา 186(6)(8)

    ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้เพิ่มโทษปรับจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาเห็นว่าการไม่ให้เหตุผลและไม่มีคำชี้ขาดไม่เป็นไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาและพิพากษา ไม่ชอบด้วยมาตรา 185 วรรคสอง และมาตรา 186(6)(8) และวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวเองเพื่อมิให้คดีล่าช้า

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2567 (2024)

    คำพิพากษาหรือคำสั่งต้องมีข้อสำคัญตามมาตรา 186 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (9) รวมถึงข้อเท็จจริงที่ได้ความ เหตุผลทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย บทมาตราที่ยกขึ้นปรับ และคำชี้ขาด คำพิพากษาที่เพียงคัดลอกศาลล่างโดยไม่มีเหตุผลของตนเองเป็นการไม่ชอบ

    จำเลยโต้แย้งว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพียงคัดลอกคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพิ่มเติมเล็กน้อยและไม่ให้เหตุผลของการวินิจฉัย ศาลฎีกาย้ำว่าคำพิพากษาต้องมีข้อสำคัญตามมาตรา 186 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (9) และ (5) ถึง (8) กำหนดให้มีข้อเท็จจริงที่ได้ความ เหตุผลทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย บทมาตราที่ยกขึ้นปรับ และคำชี้ขาด

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

คำพิพากษาคดีอาญาต้องมีอะไรบ้าง

มาตรา 186 กำหนดอย่างน้อยต้องมีชื่อศาลและวันเดือนปี คู่ความ เรื่อง ข้อหาและคำให้การ ข้อเท็จจริงที่ได้ความ เหตุผลทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย บทมาตราที่ยกขึ้นปรับ คำชี้ขาด และคำวินิจฉัยเรื่องของกลางหรือฟ้องแพ่ง

คำพิพากษาที่ขาดข้อสำคัญที่กำหนดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาวางแนวว่าการขาดองค์ประกอบตามมาตรา 186 เช่น ไม่วินิจฉัยเรื่องของกลางหรือไม่ให้เหตุผล ทำให้คำพิพากษาบกพร่องและถูกแก้ไขในชั้นอุทธรณ์ได้

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น