30: กักขังแทนค่าปรับ
ตัวบทกฎหมาย
ในการกักขังแทนค่าปรับ ให้ถืออัตราห้าร้อยบาทต่อหนึ่งวัน และไม่ว่าในกรณีความผิดกระทงเดียวหรือหลายกระทง ห้ามกักขังเกินกำหนดหนึ่งปี เว้นแต่ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ปรับตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป ศาลจะสั่งให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปีก็ได้ ในการคำนวณระยะเวลานั้น ให้นับวันเริ่มกักขังแทนค่าปรับรวมเข้าด้วยและให้นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังนั้นออกจากจำนวนเงินค่าปรับ โดยถืออัตราห้าร้อยบาทต่อหนึ่งวัน เว้นแต่ผู้นั้นต้องคำพิพากษาให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับ ในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าจะต้องหักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากเวลาจำคุกตามมาตรา ๒๒ ก็ให้หักออกเสียก่อนเหลือเท่าใดจึงให้หักออกจากเงินค่าปรับ เมื่อผู้ต้องโทษปรับถูกกักขังแทนค่าปรับครบกำหนดแล้ว ให้ปล่อยตัวในวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ถ้านำเงินค่าปรับมาชำระครบแล้ว ให้ปล่อยตัวไปทันที
คำแปลภาษาอังกฤษ
In detention in lieu of a fine, the rate shall be five hundred baht per day; and whether the case concerns a single count or several counts, the detention must not exceed one year, except that where the court imposes a fine of two hundred thousand baht or more, the court may order detention in lieu of the fine for a period exceeding one year but not exceeding two years.
In calculating that period, the day on which the detention in lieu of the fine begins shall be included and shall be counted as one full day, without regard to the number of hours.
Where the person sentenced to a fine was held in custody before the court gave judgment, the number of days of that custody shall be deducted from the amount of the fine at the rate of five hundred baht per day, except where that person is sentenced to both imprisonment and a fine. In that case, if the days of custody are to be deducted from the term of imprisonment under Section 22, they shall first be deducted from the imprisonment, and only the remainder shall be deducted from the fine.
When the person sentenced to a fine has completed the term of detention in lieu of the fine, that person shall be released on the day following the day on which the term expires. If the fine is paid in full, that person shall be released immediately.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 30 ทำให้ระบบบังคับค่าปรับสมบูรณ์ โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนและเพดานของการกักขังแทนค่าปรับ คือวันละห้าร้อยบาท กักขังไม่เกินหนึ่งปี หรือไม่เกินสองปีเมื่อค่าปรับตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป อัตราดังกล่าวทำให้แปลงค่าปรับเป็นจำนวนวันกักขังสูงสุดได้ วรรคสองสอดคล้องกับมาตรา 22 เรื่องการหักวันคุมขังก่อนพิพากษา คือวันที่ถูกคุมขังแล้วให้หักออกจากค่าปรับในอัตราต่อวันเดียวกัน แต่เมื่อโทษมีทั้งจำคุกและปรับ ให้นำวันคุมขังไปหักออกจากโทษจำคุกก่อน เหลือเท่าใดจึงหักออกจากค่าปรับ ลำดับการหักนี้ประกันว่าจำเลยจะไม่เสียประโยชน์เมื่อถูกลงทั้งสองโทษ
ความสำคัญต่อ
มาตรานี้ช่วยให้คำนวณกรณีเลวร้ายที่สุดของค่าปรับที่ไม่ชำระได้ โดยนำค่าปรับหารด้วยวันละห้าร้อยบาทเพื่อดูจำนวนวันกักขังสูงสุด ภายใต้เพดานหนึ่งปี หรือสองปีสำหรับค่าปรับตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป หากท่านถูกคุมขังก่อนพิพากษา ควรยืนยันให้หักวันเหล่านั้น โดยหักออกจากโทษจำคุกก่อนแล้วจึงหักออกจากค่าปรับเมื่อถูกลงทั้งสองโทษ เนื่องจากการกักขังแทนค่าปรับมีเพดานและนำวันคุมขังมาหักได้ อีกทั้งอาจผ่อนชำระหรือทำงานบริการสังคมแทนได้ การปล่อยให้ผิดนัดจึงมักไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ควรปรึกษาก่อนปล่อยให้ค่าปรับค้างชำระ
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 2,987 คดี (พ.ศ. 2507 ถึง 2569)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7422/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6267/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5398/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3139/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1552/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1327/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1120/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1037/2568 (2025)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
การกักแทนค่าปรับคำนวณอย่างไร
ตามมาตรา 30 การกักขังแทนค่าปรับคิดอัตราวันละห้าร้อยบาท จึงนำค่าปรับหารด้วยอัตราดังกล่าวเพื่อหาจำนวนวัน ภายใต้เพดานที่กำหนด
กักแทนค่าปรับสูงสุด
การกักขังแทนค่าปรับเกินหนึ่งปีไม่ได้ เว้นแต่ค่าปรับตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป ศาลอาจสั่งกักขังได้ไม่เกินสองปี
วันที่ถูกคุมก่อนที่การลงโทษจะหักจากค่าปรับอย่างไร
ได้ตามมาตรา 30 วันที่ถูกคุมขังก่อนที่จะพิพากษาให้หักอย่างต่อเนื่องทุกวันในเวลาเดียวกันทั้งที่ลงทั้งโทษและปรับให้หักออกจากคุกในคุกก่อนเหลืออยู่จึงหักออกจากค่าปรับ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 30 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 30. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-30/ (accessed 17 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 30 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-30/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-30/"><p>ในการกักขังแทนค่าปรับ ให้ถืออัตราห้าร้อยบาทต่อหนึ่งวัน และไม่ว่าในกรณีความผิดกระทงเดียวหรือหลายกระทง ห้ามกักขังเกินกำหนดหนึ่งปี เว้นแต่ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ปรับตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป ศาลจะสั่งให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปีก็ได้ ในการคำนวณระยะเวลานั้น ให้นับวันเริ่มกักขังแทนค่าปรับรวมเข้าด้วยและให้นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังนั้นออกจากจำนวนเงินค่าปรับ โดยถืออัตราห้าร้อยบาทต่อหนึ่งวัน เว้นแต่ผู้นั้นต้องคำพิพากษาให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับ ในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าจะต้องหักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากเวลาจำคุกตามมาตรา ๒๒ ก็ให้หักออกเสียก่อนเหลือเท่าใดจึงให้หักออกจากเงินค่าปรับ เมื่อผู้ต้องโทษปรับถูกกักขังแทนค่าปรับครบกำหนดแล้ว ให้ปล่อยตัวในวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ถ้านำเงินค่าปรับมาชำระครบแล้ว ให้ปล่อยตัวไปทันที</p><footer>Penal Code, s. 30 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-30/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา