กฎหมายอาญา

56: รอการลงโทษและคุมความประพฤติ

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2559

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับ และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปีไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตามหรือลงโทษปรับ ถ้าปรากฏว่าผู้นั้น (๑) ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หรือ (๒) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ (๓) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วเกินกว่าห้าปี แล้วมากระทำความผิดอีก โดยความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และเมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือการรู้สึกความผิด และพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษหรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ไม่ว่าจะเป็นโทษจำคุกหรือปรับอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่าง เพื่อให้โอกาสกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนดแต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้ เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ศาลอาจกำหนดข้อเดียวหรือหลายข้อตามควรแก่กรณีได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้เป็นครั้งคราว เพื่อเจ้าพนักงานจะได้สอบถาม แนะนำ ช่วยเหลือ หรือตักเตือนตามที่เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบอาชีพ หรือจัดให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ (๒) ให้ฝึกหัดหรือทำงานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ (๓) ให้ละเว้นการคบหาสมาคมหรือการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันอีก (๔) ให้ไปรับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ หรือความเจ็บป่วยอย่างอื่น ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด (๕) ให้เข้ารับการฝึกอบรม ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด (๖) ห้ามออกนอกสถานที่อยู่อาศัย หรือห้ามเข้าในสถานที่ใดในระหว่างเวลาที่ศาลกำหนด ทั้งนี้ จะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางด้วยก็ได้ (๗) ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเยียวยาความเสียหายโดยวิธีอื่นให้แก่ผู้เสียหายตามที่ผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายตกลงกัน (๘) ให้แก้ไขฟื้นฟูหรือเยียวยาความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม หรือชดใช้ค่าเสียหายเพื่อการดังกล่าว (๙) ให้ทำทัณฑ์บนโดยกำหนดจำนวนเงินตามที่ศาลเห็นสมควรว่าจะไม่ก่อเหตุร้าย หรือก่อให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน (๑๐) เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเพื่อแก้ไข ฟื้นฟู หรือป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดกระทำหรือมีโอกาสกระทำความผิดขึ้นอีก หรือเงื่อนไขในการเยียวยาผู้เสียหายตามที่เห็นสมควร เงื่อนไขตามที่ศาลได้กำหนดตามความในวรรคสองนั้น ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลตามคำขอของผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น พนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานว่าพฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่การควบคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อศาลเห็นสมควรศาลอาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนข้อหนึ่งข้อใดเสียก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขข้อใดตามที่กล่าวในวรรคสองที่ศาลยังมิได้กำหนดไว้เพิ่มเติมขึ้นอีกก็ได้ หรือถ้ามีการกระทำผิดทัณฑ์บนให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever commits an offence punishable by imprisonment or by fine, and in that case the court is to impose imprisonment not exceeding five years, whether or not a fine is also imposed, or is to impose a fine, if it appears that that person:
(1) has never previously received a punishment of imprisonment;
(2) has previously received a punishment of imprisonment, but it was a punishment for an offence committed negligently, or for a petty offence, or was imprisonment not exceeding six months; or
(3) has previously received a punishment of imprisonment but was released from it more than five years before committing the further offence, the later offence being one committed negligently or a petty offence,
and when the court has taken into account the age, personal history, conduct, intelligence, education and training, health, mental condition, disposition, occupation, and environment of that person, or the nature of the offence, or that person's sense of remorse and efforts to mitigate the harm caused, or any other extenuating circumstance, the court may adjudge that the person is guilty but suspend the determination of the punishment, or determine the punishment but suspend its execution, whether the punishment be imprisonment or a fine or both, so as to give that person an opportunity to reform within such period as the court fixes, which must not exceed five years from the day of the judgment; and the court may or may not fix conditions for controlling that person's conduct.
The conditions for controlling the conduct of an offender under paragraph one may be fixed by the court, one or several as may be appropriate to the case, as follows:
(1) to report in person from time to time to the official designated by the court, so that the official may question, advise, assist, or admonish the offender as it thinks fit as to conduct and occupation, or to arrange for the offender to perform social service or public benefit activities;
(2) to train for or to carry on a regular lawful occupation;
(3) to refrain from association, or from any conduct, that might lead to the commission of a similar offence again;
(4) to undergo treatment for narcotic addiction, for physical or mental deficiency, or for any other illness, at the place and for the period fixed by the court;
(5) to undergo training at the place and for the period fixed by the court;
(6) to be prohibited from leaving the place of residence, or from entering any place, during the times fixed by the court, and for this purpose an electronic device or any other device capable of monitoring or restricting travel may be used;
(7) to pay compensation, or otherwise to remedy the damage, to the injured person as agreed between the offender and the injured person;
(8) to repair, restore, or remedy damage caused to natural resources or to the environment, or to pay compensation for that purpose;
(9) to enter into a bond in such sum as the court thinks fit that the offender will not commit an act of mischief or cause danger to another person or to property;
(10) any other condition that the court thinks fit to fix in order to correct or rehabilitate the offender, or to prevent the offender from committing or having the opportunity to commit an offence again, or any condition for remedying the injured person as the court thinks fit.
As to the conditions fixed by the court under paragraph two, if it later appears to the court, on the application of the offender, of the offender's legal representative, of the offender's curator, of the public prosecutor, or of an official, that the circumstances relating to the control of the offender's conduct have changed, the court may, if it thinks fit, amend, add to, or revoke any of them, or may additionally fix any condition mentioned in paragraph two that it has not already fixed. If there is a breach of a bond, the provisions of Section 47 shall apply mutatis mutandis.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 56 เป็นบทหลักเรื่องการรอการกำหนดโทษ การรอการลงโทษ และการคุมความประพฤติ มีเงื่อนไขเบื้องต้นสามประการ ประการแรก ความผิดนั้นต้องมีโทษจำคุกหรือปรับ ประการที่สอง ในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม หรือจะลงโทษปรับ ประการที่สาม ประวัติของผู้นั้นต้องเข้าลักษณะข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อ คือ ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หรือเคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือเคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่พ้นโทษมาแล้วเกินกว่าห้าปี แล้วมากระทำความผิดอีกโดยความผิดครั้งหลังเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ จากนั้นศาลจะคำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือการรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นอันควรปรานี หากเห็นสมควร ศาลอาจรอการกำหนดโทษ ซึ่งเป็นการพิพากษาว่ามีความผิดโดยยังไม่กำหนดโทษ หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ระยะเวลาที่รอนั้นศาลเป็นผู้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเป็นทางเลือก และวรรคสองกำหนดไว้สิบข้อ ตั้งแต่การไปรายงานตัวหรือทำกิจกรรมบริการสังคม การฝึกหัดหรือทำงานอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ การละเว้นการคบหาสมาคมที่อาจนำไปสู่การกระทำความผิดอีก การบำบัดรักษาการติดยาเสพติดหรือความเจ็บป่วย การเข้ารับการฝึกอบรม การห้ามออกนอกที่อยู่อาศัยหรือเข้าไปในสถานที่ใดในเวลาที่กำหนดซึ่งอาจใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบได้ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายตามที่ตกลงกัน การแก้ไขฟื้นฟูความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม การทำทัณฑ์บน จนถึงเงื่อนไขอื่นตามที่ศาลเห็นสมควร วรรคสามให้ศาลแก้ไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนเงื่อนไขได้เมื่อพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป และให้นำมาตรา 47 มาใช้บังคับเมื่อมีการผิดทัณฑ์บน ส่วนการผิดเงื่อนไขที่รอไว้เป็นไปตามมาตรา 57 ทั้งนี้อัตราห้าปีในวรรคหนึ่งใช้แทนอัตราสามปีเดิม เอกสารเก่าจึงอาจยังระบุสามปีอยู่

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้มักสำคัญที่สุดสำหรับจำเลยที่กระทำความผิดครั้งแรกหรือความผิดไม่ร้ายแรง เพราะอาจได้รับการคุมความประพฤติแทนการจำคุก ตราบที่โทษที่ศาลจะลงไม่เกินห้าปี และประวัติเข้าลักษณะข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อ การรับสารภาพและเหตุบรรเทาโทษเรื่องประวัติ ความประพฤติ และพฤติการณ์ที่หนักแน่น คือสิ่งที่โน้มน้าวให้ศาลรอการลงโทษ พึงทราบว่าการรอการลงโทษมิใช่การยกฟ้อง ศาลบันทึกว่ามีความผิดและปรากฏในประวัติอาชญากรรม และการผิดเงื่อนไขอาจทำให้โทษที่รอไว้มีผล นอกจากนี้การเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนมิได้ตัดสิทธิเสมอไป โทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือโทษที่พ้นมาแล้วเกินห้าปีก่อนกระทำความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษครั้งหลัง ก็ยังเข้าเงื่อนไขได้

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 7430/2568 (2025)

    ตามมาตรา 56 ศาลอาจพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการกำหนดโทษ แล้วปล่อยตัวไปภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อให้โอกาสกลับตัว

    ฐานความผิดตามมาตรา 350 ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 1 ปีตามมาตรา 56 กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4380/2568 (2025)

    ตามมาตรา 56 ศาลอาจรอการกำหนดโทษไว้มีกำหนดเวลาที่แน่นอน ในคดีนี้คือคนละสองปี

    จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้รอการกำหนดโทษจำเลยไว้มีกำหนดคนละ 2 ปีตามมาตรา 56

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1037/2568 (2025)

    ตามมาตรา 56 ศาลอาจกำหนดโทษจำคุกแต่รอการลงโทษไว้ และคุมความประพฤติโดยกำหนดเงื่อนไข เช่น การรายงานตัวเป็นระยะและการบริการสังคม

    ศาลกำหนดโทษจำคุกแต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปีตามมาตรา 56 และคุมความประพฤติ 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้งและทำกิจกรรมบริการสังคม

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 2,099 คดี (พ.ศ. 2508 ถึง 2569)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 736/2569 (2026)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6267/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5398/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4380/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1552/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1327/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1120/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1037/2568 (2025)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ศาลจะรอการลงโทษได้เมื่อใด

ตามมาตรา 56 เมื่อศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม หรือจะลงโทษปรับ และประวัติของผู้นั้นเข้าลักษณะข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อที่มาตรานี้กำหนด ศาลอาจรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษไว้ได้ไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา

เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนจะรอการลงโทษได้หรือไม่

ไม่เสมอไป มาตรานี้เปิดช่องไว้สำหรับผู้ที่ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หรือเคยรับแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือพ้นโทษมาแล้วเกินห้าปีก่อนกระทำความผิดครั้งหลังซึ่งเป็นความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ

การรอการลงโทษเหมือนกับการยกเซอร์กิตหรือไม่

ไม่เหมือน ศาลยังคงพิพากษาว่ามีความผิด เพียงแต่รอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษไว้ ความผิดยังปรากฏในประวัติ และโทษที่รอไว้อาจมีผลได้หากผิดเงื่อนไข

ศาลกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติอะไรได้บ้าง

วรรคสองกำหนดไว้สิบข้อ เช่น การไปรายงานตัวหรือทำกิจกรรมบริการสังคม การทำงานอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ การละเว้นการคบหาสมาคมที่ไม่เหมาะสม การบำบัดรักษาการติดยาเสพติดหรือความเจ็บป่วย การเข้ารับการฝึกอบรม การห้ามออกนอกที่อยู่อาศัยในเวลาที่กำหนดซึ่งอาจใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่ตกลงกับผู้เสียหาย การแก้ไขฟื้นฟูความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม การทำทัณฑ์บน และเงื่อนไขอื่นตามที่ศาลเห็นสมควร

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 56 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 56. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-56/ (accessed 17 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 56
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-56/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-56/"><p>ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับ และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปีไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตามหรือลงโทษปรับ ถ้าปรากฏว่าผู้นั้น (๑) ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หรือ (๒) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ (๓) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วเกินกว่าห้าปี แล้วมากระทำความผิดอีก โดยความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และเมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือการรู้สึกความผิด และพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษหรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ไม่ว่าจะเป็นโทษจำคุกหรือปรับอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่าง เพื่อให้โอกาสกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนดแต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้ เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ศาลอาจกำหนดข้อเดียวหรือหลายข้อตามควรแก่กรณีได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้เป็นครั้งคราว เพื่อเจ้าพนักงานจะได้สอบถาม แนะนำ ช่วยเหลือ หรือตักเตือนตามที่เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบอาชีพ หรือจัดให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ (๒) ให้ฝึกหัดหรือทำงานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ…</p><footer>Penal Code, s. 56 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-56/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง