38: อำนาจเจ้าพนักงานเปรียบเทียบ
คนบทกฎหมาย
ความผิดตามอนุมาตรา
(จุ๊บ)
(๓) และ
(๔) เรื่องนี้แบ่งแยกก่อนเจ้าพนักงานในมาตรานั้นถือว่าผู้ดูแลรักษาได้รับโทษถึงการตัดสินให้เปรียบเทียบดังนี้
(๑) บางครั้งอาจปรับซึ่งผู้ต้องสงสัยจะเป็นผู้นำในการพิจารณาคดีที่ผู้นำมักจะเชื่อตามนั้นในกรณีที่ผู้วิจัยได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในเวลาอันหนึ่งแต่ไม่เกินห้าวันแล้วคดีก็จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ถ้าผู้วิจัยไม่พิจารณาคดีหรือเมื่อพิจารณาแล้วไม่ต้องชำระเงินค่าปรับภายในเวลากำหนดในวรรคก่อนให้ดำเนินการคดีต่อไป
(๒) ในคดีนี้มีความสำคัญสำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ต้องสงสัยให้เปรียบเทียบเพื่อให้เจ้าหน้าที่กะจำนวนตามที่เห็นควรหรือเป็นคู่ความตกลงกัน
คำแปลภาษาไทย
สำหรับความผิดตามมาตรา (2), (3) และ (4) ของมาตราก่อนหน้า หากเจ้าหน้าที่ที่กล่าวถึงในมาตรานั้นเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดไม่ควรได้รับโทษที่รุนแรงถึงขั้นจำคุก เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการประนีประนอมดังต่อไปนี้:
(1) กำหนดค่าปรับที่ผู้ถูกกล่าวหาต้องชำระ หากผู้ถูกกล่าวหาและผู้เสียหายตกลงกันได้ และผู้ถูกกล่าวหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดภายในระยะเวลาอันสมควรแต่ไม่เกินสิบห้าวัน คดีนั้นจะยุติลง หากผู้ถูกกล่าวหาไม่ตกลงที่จะประนีประนอม หรือตกลงแล้วแต่ไม่ชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนหน้า คดีนั้นจะต้องดำเนินการต่อไป.
(2) ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการชดเชย หากผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาตกลงที่จะประนีประนอม เจ้าหน้าที่จะประเมินจำนวนเงินตามที่เห็นสมควรหรือตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
ส่วน 38 เป็นสากลรองรับมาตรา 37 ความผิดตามมาตรา (2) (3) และ (4) ในกรณีที่พนักงานไม่เชื่อในการควบคุมเจ้าพนักงานในลักษณะนี้โดยเน้นปรับ อนุมาตรา (1) ให้เสร็จสิ้นการดำเนินการตรวจสอบต่อเมื่อผู้วิจัยดูแลตรวจสอบและพิจารณาปรับเวลาภายในเวลาอัน ห้ามไม่เกินสิบห้าวัน การดำเนินการให้ดำเนินคดีต่อไปต่อไปอนุมาตรา (2) ให้เจ้าพนักงานพิจารณาเป็นประธานาธิบดีเมื่อคู่ความพิจารณาคดีเจ้าผู้ปกครองเป็นประธานาธิบดีพนักงานผู้ตรวจสอบตามมาตรา 37 สำหรับเจ้าพนักงานอื่น ๆ จะช่วยเหลือผู้นำชอบ และผู้ที่มิใช่ผู้ค้นคว้าอย่างแท้จริงย่อมเปรียบเทียบไม่ได้
ความสำคัญต่อ
สำหรับการพิจารณาเล็กน้อยที่เข้าเกณฑ์การวิจารณ์ให้เปรียบเทียบและชำระภายในสิบห้าวันทำให้คดีเด็ดขาดแต่ต้องระวังสองเงื่อนไขคือผู้มีอำนาจต้องพิจารณาด้วยหลักการวิจารณ์ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ขาดเงื่อนไขใด ๆ ในการพิจารณาคดีและดำเนินการคดีต่อได้มีที่ในผู้พิจารณาคดีจำนวนหนึ่งที่ต้องพิจารณาที่การพิจารณาคดีซอฟต์วิจารณ์การพิจารณาคดีในสภาที่ปรึกษาทนายความ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2413/2521 (1978)
พนักงานสอบสวนไม่มีหน้าที่เปรียบเทียบตามมาตรา 38 (2) แก่ผู้ที่มิใช่ผู้สืบสวนในคดีคำของบุคคลนั้นถือเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน
บางครั้งจำเลยมิใช่ผู้สงสัยในคดีรถชนพนักงานสอบสวนและทำหน้าที่ตรวจสอบตามมาตรา 38 (2) กล่าวหาของจำเลยถือเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จของเจ้าพนักงาน
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1289/2508 (1965)
ในกรณีที่พนักงานต้องพิจารณาปรับโทษอันเดียวที่ในหลายบทจนคดีเสร็จสิ้นเด็ดขาดตามมาตรา 37 และ 38 จากนั้นจึงจะมีสิทธิที่จะร้องเรียนที่เกี่ยวเนื่องเนื่องจากการนั้นย่อมระงับการดำเนินการตามมาตรา 39 (3)
เหตุของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทเมื่อจำเลยถูกพนักงานสอบสวนพิพากษาปรับคดีเสร็จสิ้นโดยเด็ดขาดตามมาตรา 37 และ 38 จากนั้นศาลวินิจฉัยว่าสิทธิที่โจทก์เป็นจุดยึดถือถือครองที่พิพาทโดยการดำเนินการตามปกติมักจะระงับตามปกติในส่วนที่ 39 (3) ยูเนียนยกอัยการ
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 2565/2565 (2022)
อำนาจการเปรียบเทียบตามมาตรา 38 และ 144 เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน แต่ไม่ได้ระบุไว้จะต้องเป็นของตัวเองเท่านั้นที่เป็นเฉพาะตัวทั้งหมดเพราะมาตรา 128 ขอร้องขอหรือทำให้เจ้าพนักงานอื่นทำการแทนทุกครั้ง
ศาลวินิจฉัยว่าแม้ว่านี่จะเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบของการกระจายทางวิทยุจะเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนตามมาตรา 38 และ 144 ส่วนจำต้องรับผิดชอบเองทุกขั้นตอนมาตรา 128 (1) และ (2) ให้ร้องขอหรือให้เจ้าพนักงานอื่นทำการแทนได้การที่ผู้อื่นช่วยพนักงานสอบสวนเขียนบันทึกและอาจทำให้ไม่ชอบ
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 9 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2565)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4146/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 20/2524 (1981)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2565/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4825/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1289/2508 (1965)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 283/2530 (1987)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2413/2521 (1978)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1420/2509 (1966)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- 39 3
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
เจ้าพนักงานจะโต้แย้งความผิดเล็กน้อยอย่างไร
ตามมาตรา 38 ในกรณีที่น่ารังเกียจไม่ลงโทษเจ้าพนักงานไม่เชื่อปรับในกรณีที่ผู้สืบสวนสอบสวนและชำระเวลาภายในไม่เกินสิบห้าวัน คดีเป็นอันเสร็จสิ้นเด็ดขาด
ต้องจ่ายค่าปรับภายในสิบห้าวันจะมีผล
หากผู้ไม่เชื่อให้เปรียบเทียบหรือเชื่อแล้วไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนดซึ่งไม่เกินสิบห้าวันคดีไม่ถือเป็นการดำเนินคดีต่อไปตามปกติ
ก็สามารถเปรียบเทียบตามมาตรา 38 ได้
ไม่พบผู้ตรวจสอบโดยตรงเท่านั้นที่สามารถเปรียบเทียบได้ในกรณีที่บุคคลนั้นมิใช่ผู้สืบสวนในคดีเจ้าพนักงานไม่มีหน้าที่หรืออำนาจการเปรียบเทียบ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 38 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 38. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-38/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 38 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-38/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-38/"><p>ความผิดตามอนุมาตรา (๒) (๓) (๓) และ (๔) นี่เป็นส่วนก่อนการปกครองเจ้าพนักงานในมาตรานั้นเห็นว่าผู้เข้ารับการรักษาระบบถึงระบบเพื่อให้เป็นไปตามนั้น (๑) ให้เป็นไปตามระเบียบซึ่งผู้วิจัยจะจ่ายให้กับผู้มีอำนาจดูแลระบบตามนั้นในกรณีที่ผู้วิจัยได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่ในเวลาภายในและดูแต่ไม่เกินห้าวันแล้วพิจารณาคดีและพิจารณาคดีถ้าผู้วิจัยไม่พิจารณาวิจารณ์หรือเมื่อพิจารณาแล้วไม่จ่ายค่าปรับภายในเวลากำหนดในวรรคก่อนจะใช้เวลาดำเนินการต่อไป (๒) ในคดีมีประวัติต่อไป (๒) ในคดีที่มีประวัติต่อไป (๒) ผู้บริหารระดับสูงของการทำเช่นนี้ให้ประนีประนอมเพื่อให้เจ้าหน้าที่กะจำนวนตามที่เห็นควรหรือเพื่อเป็นคู่ความตกลงกัน</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 38 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-38/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา