ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
39 — การระงับสิทธินำคดีอาญามาฟ้อง
คนบทกฎหมาย
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้
(๑) โดยความตายของผู้กระทำผิด
(๒) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย
(๓) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา ๓๗
(๔) เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง
(๕) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น
(๖) เมื่อคดีขาดอายุความ
(๗) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ
คำแปลภาษาไทย
The right to institute a criminal prosecution is extinguished as follows:
(1) by the death of the offender;
(2) in a case of a compoundable offence, when the complaint has been withdrawn, the charge withdrawn, or the case settled lawfully;
(3) when the case is terminated under Section 37;
(4) when a final judgment has been rendered on the offence charged;
(5) when a law enacted after the commission of the offence abolishes such offence;
(6) when the case is barred by prescription;
(7) when there is a law granting an exemption from punishment.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 39 เป็นบทหลักว่าด้วยการระงับสิทธินำคดีอาญามาฟ้อง โดยรวมเหตุเจ็ดประการเข้าด้วยกัน และเชื่อมโยงกับหลายมาตราก่อนหน้า อนุมาตรา (2) ครอบคลุมการถอนฟ้องหรือยอมความในความผิดต่อส่วนตัวตามมาตรา 35 และ (3) ครอบคลุมการเลิกกันโดยการเปรียบเทียบตามมาตรา 37 เหตุตาม (2) ใช้เฉพาะการยอมความในทางอาญา การยอมความเฉพาะส่วนแพ่งไม่ทำให้สิทธิอาญาระงับ ส่วนเหตุตาม (4) คำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด และ (6) คดีขาดอายุความ เป็นเหตุที่มีการต่อสู้กันมาก เมื่อสิทธิระงับแล้ว ศาลต้องไม่พิพากษาลงโทษ และเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
ความสำคัญต่อ
มาตรานี้มักเป็นจุดชี้ขาดของคดีอาญา จึงควรตรวจสอบทุกเหตุทั้งก่อนและระหว่างพิจารณา การพลาดกำหนดอายุความตาม (6) หรือมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดมาก่อนตาม (4) อาจทำให้คดีสิ้นสุดทันที สำหรับความผิดต่อส่วนตัว ต้องระบุให้ชัดว่าการยอมความเป็นการยอมความในทางอาญา เพราะการยอมความเฉพาะค่าเสียหายทางแพ่งไม่ทำให้คดีอาญาระงับ หากท่านกำลังพิจารณายอมความหรือกังวลว่าคดีขาดอายุความ ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3681/2568 (2025)
การยอมความตามมาตรา 39 (2) หมายถึงการยอมความในทางอาญาเท่านั้น คำแถลงของผู้เสียหายที่ไม่ติดใจคดีส่วนแพ่งแต่ให้คดีส่วนอาญาอยู่ในดุลพินิจของศาล ไม่เป็นการยอมความทางอาญาและไม่ทำให้สิทธิฟ้องระงับ
ผู้เสียหายแถลงต่อศาลว่าไม่ติดใจดำเนินคดีส่วนแพ่งกับจำเลย ส่วนคดีอาญาขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล ศาลวินิจฉัยว่าการยอมความตามมาตรา 39 (2) หมายถึงการยอมความในทางอาญาเท่านั้น คำแถลงดังกล่าวจึงไม่เป็นการยอมความในคดีอาญาและสิทธิฟ้องไม่ระงับ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568 (2025)
เมื่อความผิดต่อส่วนตัวมิได้ดำเนินการภายในอายุความสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 คดีย่อมขาดอายุความและสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามมาตรา 39 (6)
โจทก์ทั้งสองขอแก้ฟ้องเกี่ยวกับเงิน 4,000,000 บาท อันเป็นความผิดต่อส่วนตัว หลังพ้นกำหนดสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ศาลวินิจฉัยว่าคดีในส่วนนั้นขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับตามมาตรา 39 (6)
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568 (2025)
เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในความผิดอันยอมความได้ สิทธินำคดีอาญาในความผิดนั้นมาฟ้องย่อมระงับตามมาตรา 39 (2) และคำขอส่วนแพ่งเรื่องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องย่อมตกไปด้วย
ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะสำหรับจำเลยที่ 1 สิทธินำคดีอาญาในความผิดนั้นมาฟ้องจึงระงับตามมาตรา 39 (2) และคำขอส่วนแพ่งเรื่องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 950 บาท ย่อมตกไปด้วย อันเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเอง
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
อะไรทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ
มาตรา 39 กำหนดเจ็ดเหตุ ได้แก่ ความตายของผู้กระทำผิด การถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความในความผิดต่อส่วนตัว การเลิกกันตามมาตรา 37 คำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด กฎหมายยกเลิกความผิดภายหลัง คดีขาดอายุความ และกฎหมายยกเว้นโทษ
การยอมความส่วนแพ่งทำให้คดีอาญายุติหรือไม่
ไม่ในตัวเอง ตามมาตรา 39 (2) เฉพาะการยอมความในทางอาญาเท่านั้นที่ทำให้สิทธิฟ้องความผิดต่อส่วนตัวระงับ การยอมความเฉพาะค่าเสียหายทางแพ่งไม่ทำให้คดีอาญายุติ
ถ้าคดีอาญาขาดอายุความจะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา 39 (6) เมื่อคดีขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ ศาลลงโทษไม่ได้ และยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยเองได้ในฐานะปัญหาความสงบเรียบร้อย