ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 71 — การออกหมายขังผู้ต้องหาหรือจำเลย

คนบทกฎหมาย

เมื่อได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาแล้ว
ในระยะใดระหว่างสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา
ศาลจะออกหมายขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ตามมาตรา ๘๗ หรือมาตรา ๘๘ ก็ได้ และให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๖๖
มาใช้บังคับโดยอนุโลมหมายขังคงใช้ได้อยู่จนกว่าศาลจะได้เพิกถอน โดยออกหมายปล่อยหรือออกหมายจำคุกแทนถ้าความปรากฏแก่ศาลว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นมีอายุไม่ถึงสิบแปดปีหรือเป็นหญิงมีครรภ์หรือเพิ่งคลอดบุตรมาไม่ถึงสามเดือน
หรือเจ็บป่วยซึ่งถ้าต้องขังจะถึงอันตรายแก่ชีวิต ศาลจะไม่ออกหมายขังหรือจะออกหมายปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งถูกขังอยู่นั้นก็ได้
แต่ทั้งนี้ไม่ห้ามศาลที่จะมีคำสั่งให้ผู้นั้นอยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานหรือบุคคลที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้
หรือกำหนดวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ถ้าศาลมีคำสั่งเช่นว่านี้ในระหว่างสอบสวน
ให้ใช้ได้ไม่เกินหกเดือนนับแต่วันมีคำสั่ง แต่ถ้ามีคำสั่งในระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือระหว่างพิจารณา
ให้ใช้ได้จนกว่าจะเสร็จการพิจารณา หากภายหลังที่ศาลมีคำสั่ง
ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดหรือพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป
ให้ศาลมีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือพิจารณาออกหมายขังได้ตามที่เห็นสมควร

คำแปลภาษาไทย

When the alleged offender or defendant has been brought before the court, the court may, at any stage during the investigation, the preliminary hearing, or the trial, issue a warrant detaining the alleged offender or defendant under Section 87 or Section 88, and the provisions of Section 66 shall apply mutatis mutandis. A detention warrant remains valid until the court revokes it by issuing a release warrant or an imprisonment warrant in its place. If it appears to the court that the alleged offender or defendant is under eighteen years of age, or is a woman who is pregnant or has given birth less than three months earlier, or is suffering from an illness such that detention would endanger life, the court may decline to issue a detention warrant, or may issue a release warrant for the alleged offender or defendant who is being detained. This, however, does not prevent the court from ordering that such person be placed under the supervision of an official or of a person who consents to take charge of them, or from prescribing any measure to prevent flight or possible harm. If the court makes such an order during the investigation, it shall be effective for not more than six months from the date of the order; but if the order is made during the preliminary hearing or the trial, it shall be effective until the proceedings are concluded. If, after the court has made the order, the alleged offender or defendant fails to comply with the prescribed measure, or the circumstances have changed, the court shall have the power to alter the order or to consider issuing a detention warrant as it deems appropriate.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 71 เป็นบทตั้งต้นเรื่องการขังโดยคำสั่งศาลในหมวดว่าด้วยหมายขัง หมายจำคุก และหมายปล่อย โดยให้อำนาจศาลเมื่อได้ตัวบุคคลมาแล้ว ที่จะขังระหว่างสอบสวน (ตามมาตรา 87) ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง หรือระหว่างพิจารณา (ตามมาตรา 88) โดยนำเหตุตามมาตรา 66 มาใช้โดยอนุโลม และให้หมายขังมีผลต่อเนื่องจนกว่าจะมีหมายปล่อยหรือหมายจำคุกแทน มาตรานี้ยังมีข้อยกเว้นเชิงมนุษยธรรมสำหรับผู้อายุไม่ถึงสิบแปดปี หญิงมีครรภ์หรือเพิ่งคลอด และผู้ที่การขังจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต โดยให้ใช้การควบคุมดูแลหรือกำหนดเงื่อนไขแทนการขัง พร้อมกำหนดระยะเวลาไว้ ศาลย้ำว่าอำนาจขังนี้เป็นขั้นตอนต่างหากจากการจับและควบคุมตัวของตำรวจ แม้จะโต้แย้งการจับก่อนหน้า การขังตามมาตรา 71 เมื่อประทับฟ้องแล้วก็ชอบด้วยกฎหมายในตัว และผู้นั้นยังมีสิทธิขอปล่อยชั่วคราวตามมาตรา 106

ความสำคัญต่อ

สำหรับผู้ต้องหาหรือจำเลย นี่คือมาตราที่ทำให้ถูกควบคุมตัวตลอดคดี และเป็นคนละส่วนกับการจับของตำรวจ การโต้แย้งเพียงการจับไม่ทำให้การขังโดยคำสั่งศาลที่ชอบด้วยกฎหมายสิ้นผล ช่องทางในทางปฏิบัติคือสิทธิขอปล่อยชั่วคราว และสำหรับผู้เยาว์ หญิงมีครรภ์หรือเพิ่งคลอด และผู้เจ็บป่วยร้ายแรง คือ อำนาจศาลที่จะใช้การควบคุมดูแลหรือเงื่อนไขแทนการขัง เนื่องจากการขังอาจยาวตลอดการพิจารณา การยื่นขอปล่อยชั่วคราวโดยเร็วจึงสำคัญ หากท่านหรือคนในครอบครัวถูกควบคุมตัว การให้ทนายความเข้าช่วยแต่เนิ่น ๆ เป็นเรื่องสำคัญ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4265/2561 (2018)

    ศาลออกหมายขังผู้ต้องหาก่อนฟ้องได้ตามมาตรา 71 ประกอบมาตรา 66 เมื่อความผิดมีอัตราโทษเข้าเหตุตามกฎหมาย การขังก่อนฟ้องเป็นการให้ผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจศาล และผู้ต้องห ามีสิทธิขอปล่อยชั่วคราวตามมาตรา 106

    ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี จึงเข้าเหตุที่ศาลจะออกหมายขังได้ ศาลวินิจฉัยว่าการขังตามมาตรา 71 ประกอบมาตรา 66 เป็นกระบวนการก่อนฟ้องที่มุ่งให้ผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจศาลเพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีตัวจำเลยในการพิจารณา ขณะที่มาตรา 106 คงสิทธิของผู้ต้องหาในการขอปล่อยชั่วคราว

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2553 (2010)

    การขังตามมาตรา 71 และ 88 เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว เป็นขั้นตอนต่างหากจากการจับและการสอบสวน และชอบด้วยกฎหมายแม้จะโต้แย้งการสอบสวน

    ศาลวินิจฉัยว่าการจับและการคุมขังเป็นขั้นตอนต่างหากจากการสอบสวน และการสอบสวนชอบหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยในชั้นพิจารณา เมื่ออัยการฟ้องและศาลประทับฟ้องและออกหมายขังระหว่างพิจารณาตามมาตรา 71, 88 การคุมขังจึงชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องเป็นคดีนี้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4752/2549 (2006)

    เมื่ออัยการฟ้องและศาลประทับฟ้องแล้ว ศาลมีอำนาจออกหมายขังจำเลยระหว่างพิจารณาตามมาตรา 71 และ 88 อันเป็นขั้นตอนต่างหากจากการจับและควบคุมตัวของตำรวจ

    ผู้ร้องอ้างว่าการจับและควบคุมตัวโดยตำรวจไม่ชอบ ทำให้การคุมขังระหว่างพิจารณาไม่ชอบ ศาลวินิจฉัยว่าเมื่ออัยการฟ้องและศาลประทับฟ้อง ศาลย่อมมีอำนาจออกหมายขังจำเลยระหว่างพิจารณาตามมาตรา 71 และ 88 ซึ่งเป็นขั้นตอนต่างหากจากการจับและควบคุมตัวของตำรวจ การคุมขังจึงไม่ขัดต่อมาตรา 90

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ศาลออกหมายขังตามมาตรา 71 ได้เมื่อใด

เมื่อได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาศาลแล้ว ศาลอาจสั่งขังในระยะใดระหว่างสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณา ตามมาตรา 87 หรือ 88 โดยใช้เหตุตามมาตรา 66 หมายขังใช้ได้จนกว่าจะมีหมายปล่อยหรือหมายจำคุกแทน

การจับที่ไม่ชอบทำให้การขังโดยศาลไม่ชอบด้วยหรือไม่

ไม่ ศาลถือว่าการจับและการขังเป็นคนละขั้นตอน เมื่ออัยการฟ้องและศาลประทับฟ้องแล้ว การขังตามมาตรา 71 ชอบด้วยกฎหมายในตัว ส่วนข้อโต้แย้งเรื่องการจับเป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่ง

มีบุคคลที่ศาลอาจไม่ออกหมายขังได้หรือไม่

มี หากผู้นั้นอายุไม่ถึงสิบแปดปี เป็นหญิงมีครรภ์หรือเพิ่งคลอดบุตรไม่ถึงสามเดือน หรือเจ็บป่วยซึ่งถ้าขังจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต ศาลอาจไม่ออกหมายขัง หรือสั่งให้อยู่ในความดูแลและกำหนดวิธีการป้องกันแทนได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น