ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 120: การนำสืบหักล้างความน่าเชื่อของพยาน
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าคู่ความฝ่ายใดอ้างว่าคำเบิกความของพยานคนใดที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้าง หรือที่ศาลเรียกมาไม่ควรเชื่อฟัง โดยเหตุผลซึ่งศาลเห็นว่ามีมูล ศาลอาจยอมให้คู่ความฝ่ายนั้นนำพยานหลักฐานมาสืบสนับสนุนข้ออ้างของตนได้แล้วแต่จะเห็นควร
คำแปลภาษาอังกฤษ
ถ้าคู่ความฝ่ายใดอ้างว่าคำเบิกความของพยานคนใดที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้าง หรือที่ศาลเรียกมาไม่ควรเชื่อฟัง โดยเหตุผลซึ่งศาลเห็นว่ามีมูล ศาลอาจยอมให้คู่ความฝ่ายนั้นนำพยานหลักฐานมาสืบสนับสนุนข้ออ้างของตนได้แล้วแต่จะเห็นควร
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 120 วางช่องทางที่มีการควบคุมสำหรับการหักล้างความน่าเชื่อถือของพยาน คู่ความที่อ้างว่าพยานของอีกฝ่ายหรือพยานที่ศาลเรียกมาไม่ควรเชื่อฟัง หากศาลเห็นว่าเหตุที่ยกขึ้นมีมูล ก็อาจได้รับอนุญาตให้นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างความน่าเชื่อนั้น อำนาจนี้เป็นดุลพินิจและมีเงื่อนไขที่ศาลต้องเห็นว่ามีมูล จึงป้องกันมิให้การพิจารณาถูกเบี่ยงเบนด้วยข้อกล่าวหาที่ไร้มูล บทนี้เสริมกับหลักการสืบพยานในมาตรา 116 ถึง 119 โดยเปิดให้นำสืบหักล้างในเรื่องน้ำหนักคำเบิกความ ในคดีอาญาใช้ประกอบมาตรา 228 และมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากพยานสำคัญของอีกฝ่ายไม่น่าเชื่อถือ มาตรานี้คือช่องทางที่ท่านจะนำเรื่องนั้นเข้าสู่สำนวน คือระบุเหตุที่เป็นรูปธรรมและมีมูล แล้วขออนุญาตศาลนำสืบหักล้าง มิใช่เพียงกล่าวอ้างว่าพยานเบิกความเท็จ เนื่องจากศาลมีดุลพินิจที่จะไม่อนุญาต เหตุที่เสนอจึงต้องเจาะจงและมีหลักฐานสนับสนุน แนวทางที่ศาลชั่งน้ำหนักความน่าเชื่อของพยานปรากฏอยู่ในคำพิพากษาศาลฎีกาหลายเรื่อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5172/2566 (2023)
มาตรา 120 ให้คู่ความที่อ้างว่าพยานของอีกฝ่ายไม่ควรเชื่อฟังโดยเหตุที่ศาลเห็นว่ามีมูล นำพยานหลักฐานมาสืบสนับสนุนข้ออ้างได้ และในคดีอาญาใช้ประกอบกับอำนาจศาลสืบพยานเพิ่มเติมตามมาตรา 228 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ศาลฎีกาวางหลักว่า ตามมาตรา 120 ประกอบมาตรา 228 และมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อคู่ความอ้างว่าคำเบิกความของพยานอีกฝ่ายไม่ควรเชื่อฟังโดยเหตุที่ศาลเห็นว่ามีมูล ศาลอาจอนุญาตให้นำพยานหลักฐานมาสืบสนับสนุนได้ และได้นำมาปรับใช้กับการนำสืบหักล้างของฝ่ายจำเลย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8379/2557 (2014)
พยานหลักฐานที่นำสืบตามมาตรา 120 เพื่อสนับสนุนข้ออ้างว่าพยานอีกฝ่ายไม่ควรเชื่อฟัง มิใช่การกระทำที่อ้างว่าเป็นความผิด จึงไม่อยู่ในบังคับของหลักการบรรยายฟ้องและการระบุพยานตามปกติที่ใช้กับพยานหลักฐานที่นำสืบพิสูจน์คดี
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานหักล้างที่อนุญาตตามมาตรา 120 ประกอบมาตรา 228 และมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อสนับสนุนข้ออ้างว่าพยานอีกฝ่ายไม่ควรเชื่อฟัง มิใช่การกระทำที่อ้างว่าเป็นความผิดและมิใช่พยานที่ต้องระบุตามปกติ จึงอยู่นอกหลักการบรรยายฟ้องและระบุพยานทั่วไป
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2731/2556 (2013)
การจะอนุญาตให้คู่ความนำสืบพยานหลักฐานหักล้างตามมาตรา 120 เป็นดุลพินิจของศาล ศาลชั้นต้นที่ไม่ยอมรับเอกสารซึ่งอีกฝ่ายไม่มีโอกาสคัดค้านความถูกต้องจึงมิได้กระทำโดยไม่ชอบ
เนื่องจากมีการนำเอกสารเข้าสืบโดยที่อีกฝ่ายไม่มีโอกาสคัดค้านความถูกต้องแท้จริง อันขัดต่อมาตรา 88 และมาตรา 90 ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 120 ศาลชั้นต้นมีดุลพินิจที่จะยอมให้นำสืบหรือไม่ก็ได้ การไม่ยอมรับเอกสารดังกล่าวจึงมิได้ขัดต่อกฎหมาย
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 10 คดี (พ.ศ. 2498 ถึง 2566)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5172/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1547-1548/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1204/2542 (1999)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2288/2522 (1979)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1973/2505 (1962)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8379/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7005-7006/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1547/2543 (2000)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
นำสืบว่าพยานของอีกฝ่ายเบิกความเท็จได้หรือไม่
ตามมาตรา 120 หากศาลเห็นว่าเหตุที่ท่านยกขึ้นมีมูล ท่านอาจได้รับอนุญาตให้นำพยานหลักฐานมาสืบว่าพยานของอีกฝ่ายไม่ควรเชื่อฟัง ทั้งนี้อยู่ในดุลพินิจของศาล
ศาลต้องอนุญาตให้นำสืบหักล้างพยานเสมอไปหรือไม่
ไม่ มาตรา 120 ให้เป็นดุลพินิจ ศาลจะอนุญาตให้นำสืบได้เฉพาะเมื่อเห็นว่าเหตุที่ยกขึ้นสงสัยความน่าเชื่อของพยานมีมูล อันเป็นการป้องกันการกล่าวหาที่ไร้มูล
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 120 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 120. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-120/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 120 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-120/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-120/"><p>ถ้าคู่ความฝ่ายใดอ้างว่าคำเบิกความของพยานคนใดที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้าง หรือที่ศาลเรียกมาไม่ควรเชื่อฟัง โดยเหตุผลซึ่งศาลเห็นว่ามีมูล ศาลอาจยอมให้คู่ความฝ่ายนั้นนำพยานหลักฐานมาสืบสนับสนุนข้ออ้างของตนได้แล้วแต่จะเห็นควร</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 120 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-120/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา