ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 193 ทวิ: การไม่มาศาลในคดีมโนสาเร่
ตัวบทกฎหมาย
ในคดีมโนสาเร่ เมื่อโจทก์ได้ทราบคำสั่งให้มาศาลตามมาตรา ๑๙๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดีให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ
เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตามมาตรา ๑๙๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ถ้าจำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การไว้ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยนำมาตรา ๑๙๘ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าจำเลยได้ยื่นคำให้การไว้ก่อนหรือในวันนัดดังกล่าว ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และให้บังคับตามมาตรา ๒๐๔ มาตรา ๒๐๕ มาตรา ๒๐๖ และมาตรา ๒๐๗ และไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ถ้าศาลมีคำสั่งให้สืบพยานก็ให้ศาลดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๙๓ ตรี มาตรา ๑๙๓ จัตวา และมาตรา ๑๙๓ เบญจ
คำแปลภาษาอังกฤษ
In a small claims case, when the plaintiff, having been notified of the order to appear before the court under section 193, does not appear on the hearing date without leave of the court to postpone the case, the plaintiff shall be deemed not to wish to proceed with the case, and the court shall order the case struck off the cause list.
When the defendant, having received a summons to appear before the court under section 193, does not appear on the hearing date without leave of the court to postpone the case: if the defendant has not filed a defense, the defendant shall be deemed to be in default of a defense, and the court shall render a judgment or order by applying section 198 bis mutatis mutandis; but if the defendant filed a defense before or on that hearing date, the defendant shall be deemed to be in default of appearance, and sections 204, 205, 206, and 207 shall apply. In any case, if the court orders the taking of evidence, the court shall proceed further under section 193 ter, section 193 quater, and section 193 quinque.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 193/2 กำหนดผลของการขาดนัดภายใต้ระบบมาตรา 193 โจทก์ที่ไม่มาศาลโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดีถือว่าไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อ ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ จำเลยที่ไม่มาแยกเป็นสองกรณี คือยังไม่ยื่นคำให้การถือว่าขาดนัดยื่นคำให้การ โดยนำมาตรา 198 ทวิมาใช้ และหากยื่นคำให้การแล้วถือว่าขาดนัดพิจารณา ใช้มาตรา 204 ถึง 207 ทั้งสองกรณี หากมีการสืบพยานให้ดำเนินการต่อตามมาตรา 193 ตรี จัตวา และเบญจ มาตรานี้เชื่อมกับมาตรา 193 ให้ระบบนัดเดียวมีกฎรองรับกรณีขาดนัด
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การมาศาลในวันนัดคดีมโนสาเร่ไม่ใช่เรื่องเลือกได้ หากโจทก์ไม่มา คดีถูกจำหน่าย หากจำเลยไม่มา อาจแพ้คดีโดยขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณา หากมาไม่ได้ ควรยื่นขอเลื่อนคดีล่วงหน้า คำพิพากษาโดยขาดนัดยังโต้แย้งได้ แต่ยากกว่าการมาศาลตั้งแต่แรก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1324/2567 (2024)
เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การตามมาตรา 193 ทวิ วรรคสอง โจทก์ยังต้องนำสืบพยานฝ่ายเดียวตามมาตรา 198 ทวิ และศาลจะพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีมิได้ เว้นแต่คำฟ้องมีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย
ศาลวินิจฉัยว่าแม้จำเลยขาดนัดในคดีมโนสาเร่ตามมาตรา 193 ทวิ วรรคสอง โจทก์ก็ต้องนำสืบพยานไปฝ่ายเดียว และการนำสืบข้อเท็จจริงนอกฟ้องย่อมรับฟังเพื่อพิพากษาให้ไม่ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13049/2558 (2015)
จำเลยไม่ขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 193 ทวิ วรรคสอง เมื่อผู้รับมอบฉันทะที่มีอำนาจมาศาลในวันนัดเพื่อขอเลื่อนคดี การไม่อนุญาตให้เลื่อนมีผลเพียงเสียสิทธิซักค้านพยานในวันนั้น
เสมียนที่จำเลยมอบฉันทะมาศาลเพื่อขอเลื่อนคดี จำเลยจึงไม่ขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 193 ทวิ วรรคสอง การถือว่าจำเลยขาดนัดและสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวจึงไม่ชอบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8381/2551 (2008)
เมื่อศาลชั้นต้นให้ดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อยุ่งยาก มาตรา 196 วรรคสอง ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่มาใช้บังคับ เว้นแต่มาตรา 190 จัตวา ซึ่งตามบทบัญญัติดังกล่าว หากโจทก์ได้ทราบคำสั่งให้มาศาลแล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาล ให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป และศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ส่วนเรื่องค่าขึ้นศาลนั้น เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์ขอเพียงให้แก้คำพิพากษาโดยให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท และคืนส่วนที่เกิน ข้อนี้เป็นผลจากคำขอท้ายอุทธรณ์ มิใช่หลักว่าคดีที่ถูกจำหน่ายเพราะไม่มาศาลเป็นคดีที่คำนวณราคาไม่ได้เสมอไป
ศาลชั้นต้นให้ดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อยุ่งยาก ซึ่งมาตรา 196 วรรคสอง ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่มาใช้บังคับ เว้นแต่มาตรา 190 จัตวา และมาตรา 193 ทวิ วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ปัจจุบันคือมาตรา 193/2 ให้อำนาจศาลสั่งจำหน่ายคดี หากปรากฏว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งให้มาศาลตามมาตรา 193 แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้อง ให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าชอบที่จะสั่งจำหน่ายคดีด้วยเหตุดังกล่าว มิใช่พิพากษายกฟ้องในเนื้อหา ส่วนค่าขึ้นศาลนั้น เมื่อโจทก์อุทธรณ์ขอให้แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท และให้คืนส่วนที่เกิน
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 10 คดี (พ.ศ. 2547 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3622/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1324/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 13666/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 13049/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15018/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8493/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8381/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5098/2550 (2007)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
หากโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดคดีมโนสาเร่จะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา 193 ทวิ วรรคหนึ่ง หากไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดี ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อ ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
หากจำเลยไม่มาศาลจะเป็นอย่างไร
หากยังไม่ยื่นคำให้การ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การตามมาตรา 198 ทวิ หากยื่นคำให้การแล้ว จำเลยขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 204 ถึง 207
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 193 bis (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 193 bis. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-193-2/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 193 ทวิ -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-193-2/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-193-2/"><p>ในคดีมโนสาเร่ เมื่อโจทก์ได้ทราบคำสั่งให้มาศาลตามมาตรา ๑๙๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดีให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตามมาตรา ๑๙๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ถ้าจำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การไว้ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยนำมาตรา ๑๙๘ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าจำเลยได้ยื่นคำให้การไว้ก่อนหรือในวันนัดดังกล่าว ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และให้บังคับตามมาตรา ๒๐๔ มาตรา ๒๐๕ มาตรา ๒๐๖ และมาตรา ๒๐๗ และไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ถ้าศาลมีคำสั่งให้สืบพยานก็ให้ศาลดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๙๓ ตรี มาตรา ๑๙๓ จัตวา และมาตรา ๑๙๓ เบญจ</p><footer>Civil Procedure Code, s. 193 bis (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-193-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา