193 — การนัดพิจารณาและไกล่เกลี่ยคดีมโนสาเร่
คนบทกฎหมาย
ในคดีมโนสาเร่ ให้ศาลกำหนดวันนัดพิจารณาโดยเร็วและออกหมายเรียกไปยังจำเลย ในหมายนั้นให้จดแจ้งประเด็นแห่งคดีและจำนวนทุนทรัพย์หรือราคาที่เรียกร้อง และข้อความว่าให้จำเลยมาศาลเพื่อการไกล่เกลี่ย ให้การ และสืบพยานในวันเดียวกัน และให้ศาลสั่งให้โจทก์มาศาลในวันนัดพิจารณานั้นด้วย
ในวันนัดพิจารณา เมื่อโจทก์และจำเลยมาพร้อมกันแล้ว ให้ศาลไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในข้อที่พิพาทนั้นก่อน
ถ้าคู่ความไม่อาจตกลงกันหรือไม่อาจประนีประนอมยอมความกันได้และจำเลยยังไม่ได้ยื่นคำให้การ ให้ศาลสอบถามคำให้การของจำเลย โดยจำเลยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือ หรือจะให้การด้วยวาจาก็ได้ ในกรณียื่นคำให้การเป็นหนังสือให้นำมาตรา ๑๙๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีให้การด้วยวาจา ให้ศาลบันทึกคำให้การรวมทั้งเหตุแห่งการนั้นไว้ อ่านให้จำเลยฟัง แล้วให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ
ถ้าจำเลยไม่ให้การตามวรรคสาม ให้ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจมีคำสั่งไม่ยอมเลื่อนเวลาให้จำเลยยื่นคำให้การ โดยให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดโดยนำมาตรา ๑๙๘ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้สืบพยาน ก็ให้ศาลดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๙๓ ตรี มาตรา ๑๙๓ จัตวา และมาตรา ๑๙๓ เบญจ
คำแปลภาษาไทย
In a small claims case, the court shall fix a hearing date without delay and issue a summons to the defendant. In the summons, the court shall state the issues of the case and the amount in controversy or the value claimed, and a statement that the defendant is to appear before the court for conciliation, for filing a defense, and for the taking of evidence on the same day; and the court shall order the plaintiff also to appear before the court on that hearing date.
On the hearing date, when the plaintiff and the defendant appear together, the court shall first conciliate the parties so that they may reach agreement or compromise on the matter in dispute.
If the parties cannot reach agreement or compromise and the defendant has not yet filed a defense, the court shall inquire into the defendant's defense; the defendant may file a written defense or make the defense orally. In the case of a written defense, section 191 paragraph two shall apply mutatis mutandis. In the case of an oral defense, the court shall record the defense together with the grounds thereof, read it to the defendant, and have the defendant sign it as evidence.
If the defendant fails to give a defense under paragraph three, the court shall have the discretionary power to order that no extension of time be granted to the defendant to file a defense, and the defendant shall be deemed to be in default of a defense, and the court shall render a judgment or order adjudicating the case by applying section 198 bis mutatis mutandis; but where the court orders the taking of evidence, the court shall proceed further under section 193 ter, section 193 quater, and section 193 quinque.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 193 เป็นแกนปฏิบัติของวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ โดยรวมการไกล่เกลี่ย การให้การ และการสืบพยานไว้ในวันนัดเดียว และกำหนดให้หมายเรียกระบุประเด็นแห่งคดี จำนวนทุนทรัพย์ และหน้าที่ของจำเลยที่ต้องมาศาลเพื่อทั้งสามการนั้น วรรคสองกำหนดหน้าที่ศาลต้องไกล่เกลี่ยก่อน วรรคสามให้ยื่นคำให้การด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือ โดยนำมาตรา 191 วรรคสองมาใช้แก้ไขคำให้การเป็นหนังสือ วรรคสี่ถือว่าจำเลยที่ไม่ให้การขาดนัดยื่นคำให้การ โดยนำมาตรา 198 ทวิมาใช้ และส่งต่อไปยังมาตรา 193 ตรี จัตวา และเบญจ เมื่อมีการสืบพยาน
ความสำคัญต่อ
ควรถือว่าวันนัดแรกเป็นวันชี้ขาด เพราะการไกล่เกลี่ย การให้การ และการสืบพยานอาจทำในวันเดียว ทั้งสองฝ่ายจึงต้องเตรียมพร้อม อย่าคาดว่าจะมีหลายนัดแยกกัน จำเลยที่ไม่มาศาลและไม่ให้การเสี่ยงถูกถือว่าขาดนัดยื่นคำให้การ เนื่องจากศาลต้องไกล่เกลี่ยก่อน คดีมโนสาเร่จึงเหมาะแก่การเจรจาตกลง
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3433/2558 (2015)
หน้าที่ไกล่เกลี่ยตามมาตรา 193 วรรคสอง ถือว่าปฏิบัติครบถ้วนเมื่อศาลได้ไกล่เกลี่ยคู่ความจริง แม้หมายเรียกจะไม่มีข้อความให้จำเลยมาศาลเพื่อการไกล่เกลี่ย
แม้หมายเรียกจะไม่มีข้อความเรื่องการไกล่เกลี่ย แต่ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยจริง จึงถือว่าปฏิบัติตามมาตรา 193 วรรคสองแล้ว
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1186/2558 (2015)
ในคดีมโนสาเร่ จำเลยที่ได้รับหมายเรียกโดยชอบต้องมาให้การในวันนัดตามมาตรา 193 เมื่อจำเลยไม่มาให้การ การที่ศาลถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและมีคำพิพากษาจึงมิใช่กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ
จำเลยได้รับหมายโดยชอบแต่ไม่มาให้การในวันนัดคดีมโนสาเร่ ศาลวินิจฉัยว่าการถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การตามมาตรา 193 และพิพากษาคดีไม่เป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10260/2556 (2013)
แม้มาตรา 193 วรรคสี่ ให้ศาลไม่ยอมเลื่อนเวลาและถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การได้ แต่เมื่อจำเลยได้ยื่นคำให้การไว้ในกำหนดแล้ว ศาลยังมีดุลพินิจอนุญาตให้เลื่อนได้ รวมถึงการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ
จำเลยยื่นคำให้การไว้ในกำหนดแล้ว ศาลวินิจฉัยว่ามาตรา 193 วรรคสี่ ไม่ตัดดุลพินิจศาลที่จะอนุญาตให้จำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การได้จนถึงวันนัดที่เลื่อนไป
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ในวันนัดพิจารณาคดีมโนสาเร่เกิดอะไรขึ้น
ตามมาตรา 193 ศาลจะไกล่เกลี่ยคู่ความก่อน หากไม่ตกลงกันและจำเลยยังไม่ให้การ ศาลจะสอบถามคำให้การและอาจสืบพยานต่อในวันเดียวกัน
จำเลยให้การด้วยวาจาในคดีมโนสาเร่ได้หรือไม่
ได้ มาตรา 193 วรรคสาม ให้จำเลยยื่นคำให้การเป็นหนังสือหรือให้การด้วยวาจาก็ได้ คำให้การด้วยวาจาจะถูกจดบันทึก อ่านให้ฟัง และลงลายมือชื่อ
หากจำเลยไม่ให้การจะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา 193 วรรคสี่ ศาลอาจไม่ยอมเลื่อนเวลา ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และพิพากษาโดยนำมาตรา 198 ทวิมาใช้บังคับ