มาตรา 195 — นำบทบัญญัติอื่นมาใช้กับคดีมโนสาเร่
คนบทกฎหมาย
นอกจากที่บัญญัติมาแล้ว ให้นำบทบัญญัติอื่นในประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับแก่การพิจารณาและการชี้ขาดตัดสินคดีมโนสาเร่ด้วยโดยอนุโลม
คำแปลภาษาไทย
Apart from what has already been provided, the other provisions of this Code shall also apply mutatis mutandis to the trial and the adjudication of small claims cases.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 195 เป็นบทอุดช่องว่างของหมวด 1 ว่าด้วยคดีมโนสาเร่ บทบัญญัติพิเศษเรื่องคดีมโนสาเร่กำหนดขั้นตอนไว้เพียงบางส่วน ส่วนที่เหลือให้นำบทบัญญัติอื่นของประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม เช่น หลักเกณฑ์ทั่วไปเรื่องการแก้ไขคำคู่ความ การรับฟังพยานหลักฐาน และการอุทธรณ์ฎีกา ย่อมใช้กับคดีมโนสาเร่ เว้นแต่มีบทพิเศษเรื่องคดีมโนสาเร่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ศาลยังอาศัยมาตรา 195 นำหลักเรื่องความสงบเรียบร้อยและอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบมาใช้กับคดีมโนสาเร่ด้วย
ความสำคัญต่อ
อย่าเข้าใจว่าหมวดคดีมโนสาเร่เป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ในตัวเอง หากประเด็นของคุณไม่มีบทพิเศษเรื่องคดีมโนสาเร่บัญญัติไว้ ต้องใช้บทบัญญัติทั่วไปของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง รวมถึงกำหนดเวลาแก้ไขคำให้การและเหตุคัดค้านกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ การให้ทนายช่วยระบุว่าบทใดใช้กับขั้นตอนใดจะช่วยไม่ให้พลาดกำหนดเวลาที่ยืมมาจากบททั่วไป
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10389/2553 (2010)
เนื่องจากมาตรา 195 ให้นำบทบัญญัติในคดีสามัญมาใช้กับคดีมโนสาเร่ การขอแก้ไขคำให้การในคดีมโนสาเร่จึงอยู่ภายใต้หลักทั่วไป กล่าวคือ เมื่อไม่มีการชี้สองสถานต้องยื่นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นได้ก่อนนั้นหรือเป็นการแก้ไขในเรื่องความสงบเรียบร้อยของประชาชน
จำเลยขอแก้ไขคำให้การภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จและหลังศาลอนุญาตให้ถอนทนาย เนื่องจากเป็นคดีมโนสาเร่ มาตรา 195 จึงให้นำหลักทั่วไปเรื่องการแก้ไขคำคู่ความมาใช้ ศาลจึงพิจารณาว่าคำร้องที่ยื่นล่าช้าเข้าข้อยกเว้นเรื่องเหตุอันสมควรหรือความสงบเรียบร้อยหรือไม่
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6541/2547 (2004)
โดยอาศัยมาตรา 195 ประกอบมาตรา 27 และบทบัญญัติในชั้นอุทธรณ์ฎีกา ศาลสูงมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองเพื่อเพิกถอนคำพิพากษาและคำสั่งที่ทำโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติที่มุ่งให้การพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความยุติธรรม เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะมิได้มีคำขอเช่นนั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำพิพากษาและคำสั่งที่ทำโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติที่มุ่งให้การพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความยุติธรรม เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 27 ประกอบมาตรา 195, 243, 246 และ 247 จึงเพิกถอนคำพิพากษาและส่งสำนวนคืน
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
บทบัญญัติทั่วไปของ ป.วิ.แพ่ง ใช้กับคดีมโนสาเร่หรือไม่
ใช้ ตามมาตรา 195 เมื่อบทพิเศษเรื่องคดีมโนสาเร่ไม่ได้บัญญัติไว้ ให้นำบทบัญญัติอื่นของประมวลกฎหมายมาใช้กับการพิจารณาและการชี้ขาดคดีมโนสาเร่โดยอนุโลม
คู่ความแก้ไขคำให้การในคดีมโนสาเร่ได้หรือไม่
ได้ โดยนำหลักทั่วไปเรื่องการแก้ไขคำคู่ความมาใช้ผ่านมาตรา 195 กรณีไม่มีการชี้สองสถาน ต้องยื่นคำร้องก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรหรือเป็นเรื่องความสงบเรียบร้อย