ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 273: เนื้อหาและระยะเวลาในคำบังคับ
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าในคำบังคับได้กำหนดให้ใช้เงิน หรือให้ส่งทรัพย์สิน หรือให้กระทำกา รหรืองดเว้นกระทำการอย่างใด ๆ ให้ศาลระบุไว้ในคำบังคับนั้นโดยชัดแจ้ง ซึ่งระยะเวลาและเงื่อนไขอื่น ๆ อันจะต้องใช้เงิน ส่งทรัพย์สิน กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการใด ๆ นั้น แต่ถ้าเป็นคดีมโนสาเร่ ศาลไม่จำต้องให้เวลาแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเกินกว่าสิบห้าวันในอันที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
ในคดีที่มีเหตุตามมาตรา ๒๗๒ วรรคสอง ให้ศาลให้เวลาแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาในอันที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เริ่มนับแต่วันที่ถือว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทราบคำบังคับแล้ว เว้นแต่ศาลจะได้กำหนดไว้โดยชัดแจ้งในเวลาที่ออกคำบังคับหรือในภายหลังว่าให้นับแต่วันใดวันหนึ่งตามที่ศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ในระหว่างที่ระยะเวลาตามคำบังคับยังไม่ครบกำหนดหรือการปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขในคำบังคับยังไม่เสร็จสิ้น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของตนก็ได้
ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคสี่แล้ว คำสั่งนั้นยังคงมีผลต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล แต่ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิได้ขอบังคับคดีภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับเพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้ถือว่าคำสั่งนั้นเป็นอันยกเลิกเมื่อสิ้นระยะเวลาเช่นว่านั้น
คำแปลภาษาอังกฤษ
ถ้าในคำบังคับได้กำหนดให้ใช้เงิน หรือให้ส่งทรัพย์สิน หรือให้กระทำกา รหรืองดเว้นกระทำการอย่างใด ๆ ให้ศาลระบุไว้ในคำบังคับนั้นโดยชัดแจ้ง ซึ่งระยะเวลาและเงื่อนไขอื่น ๆ อันจะต้องใช้เงิน ส่งทรัพย์สิน กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการใด ๆ นั้น แต่ถ้าเป็นคดีมโนสาเร่ ศาลไม่จำต้องให้เวลาแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเกินกว่าสิบห้าวันในอันที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
ในคดีที่มีเหตุตามมาตรา ๒๗๒ วรรคสอง ให้ศาลให้เวลาแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาในอันที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เริ่มนับแต่วันที่ถือว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทราบคำบังคับแล้ว เว้นแต่ศาลจะได้กำหนดไว้โดยชัดแจ้งในเวลาที่ออกคำบังคับหรือในภายหลังว่าให้นับแต่วันใดวันหนึ่งตามที่ศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ในระหว่างที่ระยะเวลาตามคำบังคับยังไม่ครบกำหนดหรือการปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขในคำบังคับยังไม่เสร็จสิ้น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของตนก็ได้
ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคสี่แล้ว คำสั่งนั้นยังคงมีผลต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล แต่ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิได้ขอบังคับคดีภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับเพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้ถือว่าคำสั่งนั้นเป็นอันยกเลิกเมื่อสิ้นระยะเวลาเช่นว่านั้น
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 273 กำหนดเนื้อหาของคำบังคับที่มาตรา 272 ให้ศาลออก หน้าที่หลักคือความชัดเจน คำบังคับต้องระบุระยะเวลาและเงื่อนไขในการปฏิบัติ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายรู้แน่ชัดว่าต้องทำอะไรภายในเมื่อใด จากนั้นมาตรานี้ปรับระยะเวลาปฏิบัติ โดยจำกัดไม่เกินสิบห้าวันในคดีมโนสาเร่ และกำหนดขั้นต่ำเจ็ดวันเมื่อลูกหนี้ขาดนัดตามมาตรา 272 วรรคสอง โดยเริ่มนับแต่วันที่ถือว่าทราบ เว้นแต่ศาลกำหนดวันเริ่มอื่นเพื่อความยุติธรรม วรรคสี่และวรรคห้าให้เจ้าหนี้ขอคุ้มครองชั่วคราวระหว่างนั้นได้ แต่การคุ้มครองสิ้นผลหากเจ้าหนี้ไม่ขอบังคับคดีภายในสิบห้าวันนับแต่ครบกำหนดปฏิบัติ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
พึงอ่านคำบังคับให้ละเอียด ระยะเวลาและเงื่อนไขที่ระบุไว้คือสิ่งที่ผูกพันท่าน และโดยปกติเริ่มนับแต่วันที่ถือว่าท่านทราบ มิใช่วันที่ได้รับ ในการนับวัน โดยทั่วไปไม่นับวันแรกรวมเข้าด้วย ระยะเวลาจึงเริ่มในวันรุ่งขึ้นจากวันส่งหรือปิดคำบังคับ เจ้าหนี้ควรระวังระยะเวลาสิบห้าวันที่ต้องดำเนินการต่อ เพราะคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอาจสิ้นผลหากไม่ขอบังคับคดีทันกำหนด หากข้อความในคำบังคับไม่ชัดเจน ควรหารือศาลแทนการคาดเดา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7018/2544 (2001)
ตามมาตรา 273 วรรคหนึ่ง เมื่อคำบังคับกำหนดให้ใช้เงิน ส่งทรัพย์สิน หรือกระทำการ ศาลต้องระบุไว้ในคำบังคับโดยชัดแจ้งซึ่งระยะเวลาและเงื่อนไขอื่นในการปฏิบัติ
ข้อพิพาทเป็นเรื่องว่าจะขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินตามคำพิพากษาตามยอมได้หรือไม่ ศาลฎีกายกมาตรา 273 วรรคหนึ่งซึ่งกำหนดให้คำบังคับต้องระบุระยะเวลาและเงื่อนไขในการปฏิบัติโดยชัดแจ้ง แล้วพิจารณาคำบังคับของศาลชั้นต้นที่ให้บังคับตามยอมพร้อมคำเตือนว่าอาจถูกยึดทรัพย์ตามมาตรฐานดังกล่าว
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5642/2540 (1997)
ระยะเวลาที่กำหนดในคำบังคับตามมาตรา 273 วรรคสาม เริ่มนับแต่วันที่ส่งคำบังคับ และให้นับตามหลักการนับระยะเวลาทั่วไปโดยไม่นับวันแรกรวมเข้าด้วย ระยะเวลาจึงเริ่มในวันรุ่งขึ้นจากวันปิดคำบังคับ
คำบังคับกำหนดให้จำเลยปฏิบัติตามภายในเจ็ดวันนับแต่วันได้รับ ศาลฎีกานำหลักการนับระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้ประกอบมาตรา 273 วรรคสาม และเห็นว่าไม่นับวันแรกรวมเข้าด้วย ระยะเวลาเจ็ดวันจึงเริ่มนับแต่วันรุ่งขึ้นจากวันปิดคำบังคับ มิใช่วันปิดคำบังคับ
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 12 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4380/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5652/2540 (1997)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5642/2540 (1997)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1938/2527 (1984)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 452/2491 (1948)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6337/2534 (1991)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14811/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7018/2544 (2001)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีเวลาปฏิบัติตามคำบังคับเท่าใด?
ศาลกำหนดระยะเวลาไว้ในคำบังคับ คดีมโนสาเร่ไม่เกินสิบห้าวัน กรณีลูกหนี้ขาดนัดต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยปกติเริ่มนับแต่วันที่ถือว่าลูกหนี้ทราบคำบังคับ
ระยะเวลาปฏิบัติตามคำบังคับเริ่มนับเมื่อใด?
เริ่มนับแต่วันที่ถือว่าลูกหนี้ทราบคำบังคับ เว้นแต่ศาลกำหนดวันเริ่มอื่น การนับโดยทั่วไปไม่นับวันแรก จึงเริ่มในวันรุ่งขึ้นจากวันส่งหรือปิดคำบังคับ
เจ้าหนี้ขอคุ้มครองระหว่างรอครบกำหนดได้หรือไม่?
ได้ ตามวรรคสี่เจ้าหนี้อาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวขอวิธีการคุ้มครอง แต่คำสั่งนั้นสิ้นผลหากเจ้าหนี้ไม่ขอบังคับคดีภายในสิบห้าวันนับแต่ครบกำหนดปฏิบัติตามคำบังคับ
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 273 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 273. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-273/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 273 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-273/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-273/"><p>ถ้าในคำบังคับได้กำหนดให้ใช้เงิน หรือให้ส่งทรัพย์สิน หรือให้กระทำกา รหรืองดเว้นกระทำการอย่างใด ๆ ให้ศาลระบุไว้ในคำบังคับนั้นโดยชัดแจ้ง ซึ่งระยะเวลาและเงื่อนไขอื่น ๆ อันจะต้องใช้เงิน ส่งทรัพย์สิน กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการใด ๆ นั้น แต่ถ้าเป็นคดีมโนสาเร่ ศาลไม่จำต้องให้เวลาแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเกินกว่าสิบห้าวันในอันที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ในคดีที่มีเหตุตามมาตรา ๒๗๒ วรรคสอง ให้ศาลให้เวลาแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาในอันที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เริ่มนับแต่วันที่ถือว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทราบคำบังคับแล้ว เว้นแต่ศาลจะได้กำหนดไว้โดยชัดแจ้งในเวลาที่ออกคำบังคับหรือในภายหลังว่าให้นับแต่วันใดวันหนึ่งตามที่ศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ในระหว่างที่ระยะเวลาตามคำบังคับยังไม่ครบกำหนดหรือการปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขในคำบังคับยังไม่เสร็จสิ้น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของตนก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคสี่แล้ว คำสั่งนั้นยังคงมีผลต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล แต่ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิได้ขอบังคับคดีภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับเพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้ถือว่าคำสั่งนั้นเป็นอันยกเลิกเมื่อสิ้นระยะเวลาเช่นว่านั้น</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 273 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-273/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา