ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 276: การพิจารณาสั่งบังคับคดี
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้บังคับคดี ถ้าศาลเห็นว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำบังคับแล้ว ทั้งระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว และคำขอได้ระบุข้อความไว้ครบถ้วน ให้ศาลกำหนดวิธีการบังคับคดีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้และตามมาตรา ๒๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังต่อไปนี้
(๑) ถ้าการบังคับคดีต้องทำโดยทางเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ศาลออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเพื่อดำเนินการต่อไปตามที่กำหนดไว้ในหมายนั้น
(๒) ถ้าการบังคับคดีอาจทำได้โดยไม่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการตามที่เห็นสมควรเท่าที่สภาพแห่งการบังคับคดีจะเปิดช่องให้กระทำได้
(๓) ถ้าเป็นการขอให้ศาลสั่งจับกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษา ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการนั้น
ในคดีมโนสาเร่ ก่อนออกหมายบังคับคดี หากศาลเห็นเป็นการสมควร ศาลจะออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นมาสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาเพื่อพิจารณาว่าสมควรจะออกหมายบังคับคดีหรือไม่ก็ได้
ในกรณีที่ผู้ขอบังคับคดีขอให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับการบังคับคดี หากมีเหตุสงสัยว่าไม่สมควรบังคับคดีแก่ทรัพย์สินใดหรือมีเหตุสมควรอย่างอื่นเพื่อคุ้มครองบุคคลภายนอกที่อาจได้รับความเสียหายจากการดำเนินการดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ขอบังคับคดีวางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายอันจะพึงเกิดขึ้นเนื่องจากการดำเนินการบังคับคดีดังกล่าว ถ้าผู้ขอบังคับคดีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งยกคำขอให้ดำเนินการบังคับคดีนั้นเสีย ส่วนเงินหรือหลักประกันที่วางไว้ต่อศาลดังกล่าว เมื่อศาลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องวางไว้ต่อไป จะสั่งคืนหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได้ คำสั่งของศาลตามวรรคนี้ให้เป็นที่สุด
ในกรณีตามวรรคสาม ถ้าเกิดความเสียหายจากการบังคับคดีโดยความผิดหรือเลินเล่อของผู้ขอบังคับคดี ผู้ที่ได้รับความเสียหายอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการดำเนินการบังคับคดีเพื่อขอให้ศาลสั่งให้ผู้ขอบังคับคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ตนได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกการพิจารณาเป็นสำนวนต่างหากจากคดีเดิม และเมื่อศาลไต่สวนแล้วเห็นว่าคำร้องนั้นฟังได้ ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ขอบังคับคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ผู้ที่ได้รับความเสียหายอาจร้องขอให้ศาลบังคับคดีแก่บุคคลนั้นเสมือนหนึ่งว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา
คำแปลภาษาอังกฤษ
When the judgment creditor applies for execution, if the court is of the view that the judgment debtor has known, or is deemed to have known, the decree, that the period fixed for compliance with the decree has expired, and that the application states all the required particulars, the court shall determine the method of execution as provided in this Code and under Section 213 of the Civil and Commercial Code, as follows:
(1) if the execution must be carried out through an executing officer, the court shall issue a writ of execution appointing an executing officer and notify the executing officer to proceed as specified in the writ;
(2) if the execution may be carried out without appointing an executing officer, the court shall order such method as it considers appropriate, so far as the nature of the execution permits;
(3) if the application is for the court to order the arrest and detention of the judgment debtor, the proceedings shall continue under the provisions governing that matter.
In a summary case, before issuing a writ of execution, the court may, if it considers it appropriate, issue a summons to the judgment debtor or another person to inquire about compliance with the judgment, in order to consider whether a writ of execution should be issued.
Where the applicant for execution requests any action relating to execution, if there is doubt whether execution should be carried out against any property, or another proper cause to protect a third party who may be harmed by such action, before the court grants the application, the court has power to order the applicant to deposit money or provide security with the court in the amount and within the time the court considers appropriate, as security for compensation for damage that may arise from such execution. If the applicant fails to comply, the court shall dismiss the application for such execution. As for the money or security deposited, when the court considers it no longer necessary, it may order its return or the cancellation of the security. An order of the court under this paragraph shall be final.
In the case under paragraph three, if damage arises from execution through the fault or negligence of the applicant, the injured person may file an application with the court within thirty days from the date of the execution, requesting the court to order the applicant to pay compensation for the damage caused. In such a case, the court has power to order the matter to be tried separately from the original case, and when the court, after inquiry, is of the view that the application is well founded, it shall order the applicant to pay compensation in the amount the court considers appropriate. If that person fails to comply with the court's order, the injured person may apply to the court to enforce against that person as if that person were a judgment debtor.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 276 เป็นขั้นกลั่นกรองของศาลในภาค 4 ลักษณะ 2 ส่วนที่ 4 คือการตัดสินว่าจะบังคับคดีหรือไม่และอย่างไร หลังเจ้าหนี้ยื่นคำขอตามมาตรา 275 ศาลต้องพอใจก่อนในสามเรื่อง คือลูกหนี้ทราบคำบังคับ ครบกำหนดปฏิบัติ และคำขอครบถ้วน แล้วจึงกำหนดวิธีการตามประมวลกฎหมายนี้และมาตรา 213 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ วรรคหนึ่งมีสามทาง คือออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี กำหนดวิธีการโดยไม่ต้องตั้งเจ้าพนักงาน หรือจับกุมและกักขัง วรรคต่อมาเพิ่มการคุ้มครองบุคคลภายนอก โดยให้ศาลสั่งวางประกันเมื่ออาจเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และให้ผู้เสียหายขอค่าสินไหมทดแทนได้ภายในสามสิบวัน บังคับได้เสมือนลูกหนี้ตามคำพิพากษา
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การบังคับคดีไม่จำเป็นต้องมีเจ้าพนักงานบังคับคดีเสมอไป บางขั้นตอน เช่น การวางเงินค่าซื้อเพื่อให้มีการโอน ศาลสั่งได้โดยตรงตามวรรคหนึ่ง (2) แต่ก็ยังต้องขอภายในระยะเวลาสิบปีตามมาตรา 274 หากการยึดหรืออายัดที่วางแผนไว้อาจกระทบสิทธิบุคคลภายนอก พึงคาดว่าศาลจะสั่งให้วางประกันก่อนและควรเตรียมค่าใช้จ่าย บุคคลภายนอกที่เสียหายจากการบังคับคดีที่ไม่ชอบมีช่องทางเร่งด่วนสามสิบวันในการเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ขอบังคับคดี ซึ่งเป็นความเสี่ยงจริงของเจ้าหนี้ที่บังคับคดีเกินเลย การเลือกทรัพย์อย่างรอบคอบช่วยเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1685/2568 (2025)
การบังคับคดีที่ทำได้โดยไม่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง (2) เช่น การวางเงินค่าซื้อเพื่อให้มีการโอน ก็ยังต้องขอบังคับคดีภายในระยะเวลาสิบปีตามมาตรา 274
ตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์ขอวางเงินค่าที่ดินต่อศาลเพื่อให้มีการโอนที่ดิน ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จะเป็นการบังคับคดีโดยวิธีอื่นที่ไม่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง (2) แต่โจทก์ก็ยังต้องขอบังคับคดีภายในระยะเวลาสิบปีตามมาตรา 274
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5469/2564 (2021)
มาตรา 277 ให้อำนาจศาลเพียงออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร เพื่อให้ได้ความเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีเท่านั้น มิได้ให้อำนาจศาลวินิจฉัยว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้วมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินนั้นไปเสียทีเดียว เมื่อไต่สวนเสร็จแล้ว เจ้าหนี้ต้องไปขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 298
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนตามมาตรา 277 เกี่ยวกับเงินที่อ้างว่าจำเลยที่ 1 นำเข้าฝากในบัญชีของจำเลยที่ 2 กับบุคคลอื่น ศาลชั้นต้นได้ไต่สวนแล้ว ต่อมาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเงินในบัญชีเป็นของจำเลยที่ 1 และพิพากษาให้อายัดโดยให้โจทก์วางเงินประกันความเสียหาย ศาลฎีกาพิพากษากลับ โดยวินิจฉัยว่ามาตรา 277 มิได้ให้อำนาจศาลวินิจฉัยความเป็นเจ้าของและสั่งอายัด เมื่อไต่สวนเสร็จแล้ว โจทก์ต้องไปดำเนินการขออายัดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 298
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 33 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3001/2568 (2025) การทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้จัดการมรดกเสียงข้างมากหลังสัญญาเดิมหมด ไม่เป็นการผิดสัญญาประนีประนอม
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1685/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5094/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 73/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10340-10378/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14811/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1584/2546 (2003)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6293/2545 (2002)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ก่อนสั่งบังคับคดี ศาลต้องตรวจอะไร?
ตามมาตรา 276 ศาลต้องพอใจว่าลูกหนี้ทราบหรือถือว่าทราบคำบังคับแล้ว ครบกำหนดเวลาปฏิบัติตามคำบังคับแล้ว และคำขอครบถ้วน จากนั้นจึงกำหนดวิธีการบังคับคดี
การบังคับคดีต้องมีเจ้าพนักงานบังคับคดีทุกกรณีหรือไม่?
ไม่ ตามมาตรา 276 (1) (2) หากบังคับคดีได้โดยไม่ต้องตั้งเจ้าพนักงาน ศาลอาจกำหนดวิธีการที่เหมาะสมได้โดยตรง เช่น ให้วางเงินเพื่อให้มีการโอน แต่ก็ต้องขอภายในระยะเวลาสิบปีตามมาตรา 274
บุคคลภายนอกที่เสียหายจากการบังคับคดีได้รับความคุ้มครองอย่างไร?
ศาลอาจสั่งให้ผู้ขอบังคับคดีวางประกันก่อนดำเนินการ และบุคคลภายนอกที่เสียหายจากการบังคับคดีโดยความผิดของผู้ขออาจยื่นคำร้องภายในสามสิบวันเพื่อขอค่าสินไหมทดแทน ซึ่งบังคับแก่ผู้ขอได้เสมือนเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 276 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ประเทศไทย) มาตรา 276. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-276/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 276 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-276/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-276/"><p>เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้บังคับคดี ถ้าศาลเห็นว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำบังคับแล้ว ทั้งระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว และคำขอได้ระบุข้อความไว้ครบถ้วน ให้ศาลกำหนดวิธีการบังคับคดีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้และตามมาตรา ๒๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังต่อไปนี้ (๑) ถ้าการบังคับคดีต้องทำโดยทางเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ศาลออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเพื่อดำเนินการต่อไปตามที่กำหนดไว้ในหมายนั้น (๒) ถ้าการบังคับคดีอาจทำได้โดยไม่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการตามที่เห็นสมควรเท่าที่สภาพแห่งการบังคับคดีจะเปิดช่องให้กระทำได้ (๓) ถ้าเป็นการขอให้ศาลสั่งจับกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษา ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการนั้น ในคดีมโนสาเร่ ก่อนออกหมายบังคับคดี หากศาลเห็นเป็นการสมควร ศาลจะออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นมาสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาเพื่อพิจารณาว่าสมควรจะออกหมายบังคับคดีหรือไม่ก็ได้ ในกรณีที่ผู้ขอบังคับคดีขอให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับการบังคับคดี หากมีเหตุสงสัยว่าไม่สมควรบังคับคดีแก่ทรัพย์สินใดหรือมีเหตุสมควรอย่างอื่นเพื่อคุ้มครองบุคคลภายนอกที่อาจได้รับความเสียหายจากการดำเนินการดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ขอบังคับคดีวางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายอันจะพึงเกิดขึ้นเนื่องจากการดำเนินการบังคับคดีดังกล่าว ถ้าผู้ขอบังคับคดีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งยกคำขอให้ดำเนินการบังคับคดีนั้นเสีย ส่วนเงินหรือหลักประกันที่วางไว้ต่อศาลดังกล่าว เมื่อศาลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องวางไว้ต่อไป จะสั่งคืนหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได้ คำสั่งของศาลตามวรรคนี้ให้เป็นที่สุด ในกรณีตามวรรคสาม ถ้าเกิดความเสียหายจากการบังคับคดีโดยความผิดหรือเลินเล่อของผู้ขอบังคับคดี ผู้ที่ได้รับความเสียหายอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการดำเนินการบังคับคดีเพื่อขอให้ศาลสั่งให้ผู้ขอบังคับคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ตนได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกการพิจารณาเป็นสำนวนต่างหากจากคดีเดิม และเมื่อศาลไต่สวนแล้วเห็นว่าคำร้องนั้นฟังได้ ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ขอบังคับคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ผู้ที่ได้รับความเสียหายอาจร้องขอให้ศาลบังคับคดีแก่บุคคลนั้นเสมือนหนึ่งว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 276: <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-276/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา