ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 272: การออกคำบังคับ

ตัวบทกฎหมาย

ถ้าศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งอย่างใดซึ่งต้องมีการบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ให้ศาลออกคำบังคับทันทีที่ได้อ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น และให้ถือว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทราบคำบังคับแล้วในวันนั้น
ในคดีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณา และลูกหนี้ตามคำพิพากษา ทนายความ หรือผู้รับมอบฉันทะจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งดังกล่าวให้มาฟังคำพิพากษาหรือคำสั่ง มิได้อยู่ในศาลในเวลาที่ออกคำบังคับ ให้บังคับตามมาตรา ๑๙๙ ทวิ หรือมาตรา ๒๐๗ แล้วแต่กรณี

คำแปลภาษาอังกฤษ

Where the court has rendered a judgment or order requiring execution against a judgment debtor, the court shall issue a decree immediately upon reading, or being deemed to have read, that judgment or order, and the judgment debtor shall be deemed to have known the decree on that day.
In a case where the judgment debtor has defaulted in filing a defence or defaulted in appearance, and the judgment debtor, the lawyer, or the agent authorised by any of them to hear the judgment or order is not present in court at the time the decree is issued, Section 199 bis or Section 207, as the case may be, shall apply.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 272 เป็นบทเปิดภาค 4 ลักษณะ 2 ส่วนที่ 2 ว่าด้วยคำบังคับ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เปลี่ยนคำพิพากษาให้บังคับได้ คำบังคับคือคำสั่งของศาลที่สั่งให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาปฏิบัติ และต้องมาก่อนการบังคับคดี หากไม่มีคำบังคับที่ชอบก็ไม่มีสิ่งใดให้บังคับ มาตรานี้วางหลักเรื่องเวลาว่าคำบังคับออกเมื่ออ่านคำพิพากษาและถือว่าทราบในวันนั้น และใช้คู่กับมาตรา 273 ซึ่งกำหนดเนื้อหาและระยะเวลาปฏิบัติตาม กรณีลูกหนี้ขาดนัดและไม่อยู่ขณะออกคำบังคับ ให้เป็นไปตามมาตรา 199 ทวิ หรือมาตรา 207 อันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีขาดนัดมักต้องขอให้ศาลออกและส่งคำบังคับ

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

อย่าข้ามคำบังคับ การบังคับคดีที่ไม่มีคำบังคับที่ชอบ หรืออาศัยคำพิพากษาที่สิ้นผลไปแล้ว อาจถูกเพิกถอนได้ หากคดีเดิมถูกจำหน่ายหรือลูกหนี้ไม่เคยถูกสั่งให้ชำระ คำบังคับและการบังคับคดีย่อมถูกเพิกถอน และผู้ที่มิได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะถูกบังคับในคดีนั้นไม่ได้ หากชนะคดีโดยขาดนัด พึงจำว่าคำบังคับมักไม่มีผลในวันพิพากษา จึงควรรีบขอให้ศาลออกและส่งคำบังคับก่อนที่ระยะเวลาบังคับคดีจะเดิน เพราะเวลานี้เชื่อมโยงกับระยะเวลาสิบปีตามมาตรา 274 โดยตรง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4380/2568 (2025)

    คำบังคับออกได้เฉพาะกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งต้องมีการบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หากไม่มีคำพิพากษาเช่นนั้นต่อบุคคลใด บุคคลนั้นย่อมไม่ใช่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาและใช้คดีนั้นบังคับคดีไม่ได้

    ศาลอธิบายว่าคำบังคับซึ่งเป็นคำสั่งให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาปฏิบัติตามคำพิพากษา ต้องมีคำพิพากษาที่ต้องบังคับคดีแก่ลูกหนี้นั้นตามมาตรา 272 และมาตรา 273 เมื่อศาลมิได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและไม่มีสิทธิบังคับคดีในคดีนั้น ต้องไปว่ากล่าวเป็นคดีต่างหาก

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567 (2024)

    การจำหน่ายคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความเพราะจำเลยถึงแก่ความตาย ไม่ทำให้คดีส่วนแพ่งตกไปด้วย สิทธิในคดีส่วนแพ่งยังคงมีอยู่ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47 วรรคหนึ่ง และคำพิพากษาในส่วนแพ่งก็ยังคงอยู่ คำบังคับที่ออกตามมาตรา 272 ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาส่วนแพ่งจึงชอบด้วยกฎหมาย มิใช่กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

    จำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) และศาลจำหน่ายคดีส่วนอาญา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีส่วนแพ่งไม่ตกไปด้วย สิทธิของโจทก์ร่วมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 และมาตรา 44/1 ยังคงมีอยู่ ทนายจำเลยยังมีอำนาจและหน้าที่จัดการดำเนินคดีเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของจำเลยต่อไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 828 จนกว่าทายาทหรือผู้แทนของจำเลยจะเข้ามา และเมื่อไม่มีผู้ใดเข้ามาภายในกำหนด 1 ปี ตามมาตรา 42 โจทก์ย่อมบังคับคดีต่อไปได้ คำบังคับที่ออกเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 15 วัน จึงชอบด้วยกฎหมาย

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10731/2558 (2015)

    ในคดีแพ่ง คำพิพากษาก่อให้เกิดหนี้ตามคำพิพากษาและศาลต้องออกคำบังคับ แต่เมื่อพิพากษาโดยขาดนัดและศาลไม่อาจออกคำบังคับในวันพิพากษาเพราะลูกหนี้ไม่อยู่ ย่อมเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะยื่นคำแถลงขอให้ศาลออกคำบังคับ

    โดยมติที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อคำพิพากษาในคดีแพ่งก่อให้เกิดหนี้ตามคำพิพากษา ศาลต้องออกคำบังคับกำหนดวิธี ระยะเวลา และเงื่อนไขการปฏิบัติตามมาตรา 272 เมื่อจำเลยแพ้คดีโดยขาดนัดและศาลไม่อาจออกคำบังคับในวันพิพากษาได้ จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้ออกคำบังคับ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 32 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4380/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10731/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4899-4901/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3002/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 781/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6850/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6940/2537 (1994)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2419/2537 (1994)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คำบังคับตามมาตรา 272 คืออะไร?

คำบังคับคือคำสั่งของศาลที่สั่งให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาปฏิบัติตามคำพิพากษา ออกเมื่ออ่านคำพิพากษา และถือว่าลูกหนี้ทราบในวันนั้น การบังคับคดีจะทำได้ต่อเมื่อมีคำบังคับที่ชอบ

ถ้าลูกหนี้ขาดนัดและไม่มีใครอยู่ในศาลจะทำอย่างไร?

กรณีลูกหนี้ขาดนัดและไม่มีทั้งลูกหนี้ ทนายความ หรือผู้รับมอบฉันทะอยู่ขณะออกคำบังคับ ให้ใช้มาตรา 199 ทวิ หรือมาตรา 207 เจ้าหนี้จึงมักต้องขอให้ศาลออกและส่งคำบังคับ

ออกคำบังคับได้หรือไม่ถ้าคำพิพากษาไม่มีอยู่แล้ว?

ไม่ได้ หากคดีถูกจำหน่ายหรือไม่มีคำพิพากษาให้บุคคลนั้นชำระหนี้ ย่อมไม่มีหนี้ที่บังคับได้ คำบังคับที่ออกทั้งที่เป็นเช่นนั้นย่อมไม่ชอบและถูกเพิกถอนได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272
  • อ้างอิงแบบวิชาการ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-272/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 272
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-272/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-272/"><p>ถ้าศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งอย่างใดซึ่งต้องมีการบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ให้ศาลออกคำบังคับทันทีที่ได้อ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น และให้ถือว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทราบคำบังคับแล้วในวันนั้น ในคดีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณา และลูกหนี้ตามคำพิพากษา ทนายความ หรือผู้รับมอบฉันทะจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งดังกล่าวให้มาฟังคำพิพากษาหรือคำสั่ง มิได้อยู่ในศาลในเวลาที่ออกคำบังคับ ให้บังคับตามมาตรา ๑๙๙ ทวิ หรือมาตรา ๒๐๗ แล้วแต่กรณี</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-272/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง