ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 43: อัยการเรียกทรัพย์หรือราคาแทนผู้เสียหาย

ตัวบทกฎหมาย

คดีลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกหรือรับของโจร ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายด้วย

คำแปลภาษาอังกฤษ

คดีลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกหรือรับของโจร ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายด้วย

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 43 ให้รัฐเรียกทรัพย์คืนแทนผู้เสียหายในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ระบุไว้ ได้แก่ ลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอก และรับของโจร โดยผู้เสียหายไม่ต้องฟ้องแพ่งเป็นคดีต่างหาก หน้าที่เรียกทรัพย์ตกแก่พนักงานอัยการเมื่อยื่นฟ้องคดีอาญา ทั้งนี้บัญชีฐานความผิดเป็นการจำกัด ความผิดนอกบัญชี เช่น ทำให้เสียทรัพย์ ไม่ก่ออำนาจให้อัยการเรียกทรัพย์หรือราคาตามมาตรานี้ ผู้เสียหายต้องใช้ช่องทางเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 มาตรานี้ทำงานร่วมกับมาตรา 44 เรื่องวิธีและเวลายื่นคำขอ และมาตรา 50 ที่ให้ผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากท่านเป็นผู้เสียหายจากการลักทรัพย์ ฉ้อโกง หรือความผิดในบัญชี การเรียกทรัพย์คืนจะไปพร้อมกับคดีอาญาโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมศาลต่างหาก ท่านจึงมักไม่ต้องฟ้องแพ่งเองเพียงเพื่อเอาทรัพย์หรือราคาคืน แต่ต้องระวังขอบเขต หากฐานความผิดไม่อยู่ในบัญชี อัยการเรียกแทนตามมาตรานี้ไม่ได้ ท่านต้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเอง ก่อนคาดหวังว่าอัยการจะเรียกแทน ควรตรวจฐานความผิดให้ชัด และหากจำนวนสูงควรปรึกษาทนายความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4380/2568 (2025)

    ฐานความผิดในมาตรา 43 เป็นบัญชีจำกัด ความผิดฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ไม่อยู่ในบัญชี อัยการจึงเรียกให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามมาตรา 43 ไม่ได้

    โจทก์ฟ้องเฉพาะฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และมิได้มีคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ศาลวินิจฉัยว่าฐานทำให้เสียทรัพย์มิใช่ความผิดที่บัญญัติไว้ในมาตรา 43 จึงไม่มีเหตุที่โจทก์จะเรียกให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ทั้งโจทก์ร่วมก็มิได้ยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2568 (2025)

    ในคดีลักทรัพย์ สิทธิของผู้เสียหายที่จะเรียกทรัพย์หรือราคาคืนตามมาตรา 43 ดำเนินการผ่านช่องทางคดีส่วนแพ่งตามมาตรา 44 และ 44/1 ได้

    ศาลอธิบายว่า มาตรา 43 ให้ผู้เสียหายในคดีลักทรัพย์มีสิทธิเรียกทรัพย์หรือราคาที่สูญเสียคืน มาตรา 44 ให้อัยการขอรวมหรือยื่นคำร้องระหว่างพิจารณาได้ และมาตรา 44/1 ให้ผู้เสียหายเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ แล้วนำมาปรับกับการขอคืนแหวนทองคำที่ถูกลักหรือใช้ราคาแทน

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568 (2025)

    เมื่อโจทก์ขอเรียกทรัพย์คืนตามมาตรา 43 ในคดีฉ้อโกง ไม่ต้องมีคำสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนแพ่งต่างหาก

    จำเลยถูกลงโทษฐานร่วมกันฉ้อโกงและให้คืนเงิน 1,100,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย ศาลตั้งข้อสังเกตว่าเพราะเป็นการขอตามมาตรา 43 จึงไม่ต้องมีคำสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนแพ่ง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 122 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1037/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2289/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3399/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4380/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2212/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2659/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1869/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 747/2565 (2022)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ความผิดใดที่อัยการเรียกทรัพย์คืนแทนผู้เสียหายได้

มาตรา 43 ระบุ ลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอก และรับของโจร เฉพาะความผิดในบัญชีนี้เท่านั้นที่ก่อหน้าที่ให้อัยการเรียกทรัพย์แทน

ถ้าคดีของฉันเป็นทำให้เสียทรัพย์ ไม่ใช่ลักทรัพย์ จะทำอย่างไร

ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ไม่อยู่ในบัญชีมาตรา 43 อัยการจึงเรียกทรัพย์หรือราคาแทนตามมาตรานี้ไม่ได้ ท่านต้องยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 แทน

เมื่ออัยการเรียกทรัพย์คืนตามมาตรา 43 ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลหรือไม่

ไม่ต้อง เมื่อเรียกทรัพย์คืนตามมาตรา 43 ไม่ต้องมีคำสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม เพราะเป็นการเรียกโดยอัยการภายในคดีอาญา

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 43. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-43/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 43
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-43/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-43/"><p>คดีลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกหรือรับของโจร ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายด้วย</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-43/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง