ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

341: ฉ้อโกง

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever dishonestly deceives another person by asserting a false statement, or by concealing a fact which should be disclosed, and by that deception obtains property from the person deceived or from a third person, or causes the person deceived or a third person to make, revoke or destroy a document of right, commits the offence of cheating and fraud and shall be liable to imprisonment not exceeding three years, or a fine not exceeding sixty thousand baht, or both.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 341 เป็นฐานความผิดหลักในหมวดฉ้อโกง องค์ประกอบคือเจตนาทุจริต การหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และผลคือได้ทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้บุคคลดังกล่าวทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ฐานพื้นฐานนี้เป็นจุดอ้างอิงของบทฉกรรจ์ในหมวดเดียวกัน ทั้งการแสดงตนเป็นคนอื่นหรืออาศัยความอ่อนแอของผู้เสียหาย ฉ้อโกงประชาชน และฉ้อโกงผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษหนักกว่า หากอุบายหลอกลวงผู้เสียหายหลายคราวและแต่ละคราวแยกจากกัน ย่อมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน มิใช่ความผิดต่อเนื่องกรรมเดียว

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ฉ้อโกงพื้นฐานตามมาตรา 341 เป็นความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา 348 การประนีประนอมและถอนคำร้องทุกข์โดยแท้จริงจึงทำให้คดีอาญาระงับได้ ต่างจากฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดินและยอมความไม่ได้แม้ตกลงกันแล้ว โทษสูงไม่เกินสามปีหรือปรับ คดีที่กระทำครั้งแรกหรือมีการชดใช้จำนวนมากจึงมักจบด้วยการประนีประนอม ประเด็นที่พบบ่อยคือการหลอกลวงหลายครั้งเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม ซึ่งมีผลต่อโทษรวมโดยตรง เพราะการหลอกลวงที่แยกจากกันนับแยกเป็นแต่ละกรรม

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3133/2568 (2025)

    เมื่อผู้เสียหายถูกหลอกลวงและโอนเงินหลายครั้ง และผู้กระทำสามารถยับยั้งได้เองในแต่ละครั้ง การกระทำย่อมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน มิใช่กรรมเดียวโดยมีเจตนาเดียว

    ศาลเห็นว่าผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้โอนเงินในแต่ละครั้ง และจำเลยยับยั้งได้เอง จึงมิใช่เรื่องต่อเนื่องจากการกระทำครั้งแรกโดยมีเจตนาเดียว การกระทำจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 238/2568 (2025)

    บุคคลสองคนที่ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงิน เป็นตัวการร่วมในความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 และอาจถูกสั่งให้คืนเงินที่ได้ไป

    จำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 ในฐานะตัวการร่วม และถูกสั่งให้ร่วมกันคืนเงินที่ได้จากผู้เสียหาย โดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 782 คดี (พ.ศ. 2502 ถึง 2569)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 736/2569 (2026)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3664/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3133/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1037/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 238/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3161/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3639/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5770/2568 (2025)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ฉ้อโกงตามมาตรา 341 ยอมความได้อย่างนั้น

ยอมความได้ มาตรา 348 กำหนดให้ความผิดในหมวดฉ้อโกงเป็นความผิดอันยอมความได้ เว้นแต่ฐานฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 การประนีประนอมและถอนคำร้องทุกข์โดยแท้จริงจึงทำให้คดีอาญาระงับได้ ทั้งนี้ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามมาตรา 96

ฉ้อโกงพื้นฐานมีดาวเคราะห์บางส่วน

มาตรา 341 กฎหมายกำหนดให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

พระเจ้าถูกเชื่อว่าเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม

หากการแยกส่วนจากกันเป็นส่วนๆ ที่ยับยั้งได้เอง ย่อมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันมิให้เกิดความผิดต่อเนื่องทางกรรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือส่วนหนึ่งของระบบรวม...

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 341 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 341. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-341/ (accessed 20 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 341
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-341/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-341/"><p>ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 341 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-341/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง