341: ฉ้อโกง
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever dishonestly deceives another person by asserting a false statement, or by concealing a fact which should be disclosed, and by that deception obtains property from the person deceived or from a third person, or causes the person deceived or a third person to make, revoke or destroy a document of right, commits the offence of cheating and fraud and shall be liable to imprisonment not exceeding three years, or a fine not exceeding sixty thousand baht, or both.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 341 เป็นฐานความผิดหลักในหมวดฉ้อโกง องค์ประกอบคือเจตนาทุจริต การหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และผลคือได้ทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้บุคคลดังกล่าวทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ฐานพื้นฐานนี้เป็นจุดอ้างอิงของบทฉกรรจ์ในหมวดเดียวกัน ทั้งการแสดงตนเป็นคนอื่นหรืออาศัยความอ่อนแอของผู้เสียหาย ฉ้อโกงประชาชน และฉ้อโกงผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษหนักกว่า หากอุบายหลอกลวงผู้เสียหายหลายคราวและแต่ละคราวแยกจากกัน ย่อมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน มิใช่ความผิดต่อเนื่องกรรมเดียว
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ฉ้อโกงพื้นฐานตามมาตรา 341 เป็นความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา 348 การประนีประนอมและถอนคำร้องทุกข์โดยแท้จริงจึงทำให้คดีอาญาระงับได้ ต่างจากฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดินและยอมความไม่ได้แม้ตกลงกันแล้ว โทษสูงไม่เกินสามปีหรือปรับ คดีที่กระทำครั้งแรกหรือมีการชดใช้จำนวนมากจึงมักจบด้วยการประนีประนอม ประเด็นที่พบบ่อยคือการหลอกลวงหลายครั้งเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม ซึ่งมีผลต่อโทษรวมโดยตรง เพราะการหลอกลวงที่แยกจากกันนับแยกเป็นแต่ละกรรม
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3133/2568 (2025)
เมื่อผู้เสียหายถูกหลอกลวงและโอนเงินหลายครั้ง และผู้กระทำสามารถยับยั้งได้เองในแต่ละครั้ง การกระทำย่อมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน มิใช่กรรมเดียวโดยมีเจตนาเดียว
ศาลเห็นว่าผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้โอนเงินในแต่ละครั้ง และจำเลยยับยั้งได้เอง จึงมิใช่เรื่องต่อเนื่องจากการกระทำครั้งแรกโดยมีเจตนาเดียว การกระทำจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 238/2568 (2025)
บุคคลสองคนที่ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงิน เป็นตัวการร่วมในความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 และอาจถูกสั่งให้คืนเงินที่ได้ไป
จำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 ในฐานะตัวการร่วม และถูกสั่งให้ร่วมกันคืนเงินที่ได้จากผู้เสียหาย โดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 782 คดี (พ.ศ. 2502 ถึง 2569)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 736/2569 (2026)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3664/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3133/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1037/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 238/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3161/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3639/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5770/2568 (2025)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
ฉ้อโกงตามมาตรา 341 ยอมความได้อย่างนั้น
ยอมความได้ มาตรา 348 กำหนดให้ความผิดในหมวดฉ้อโกงเป็นความผิดอันยอมความได้ เว้นแต่ฐานฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 การประนีประนอมและถอนคำร้องทุกข์โดยแท้จริงจึงทำให้คดีอาญาระงับได้ ทั้งนี้ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามมาตรา 96
ฉ้อโกงพื้นฐานมีดาวเคราะห์บางส่วน
มาตรา 341 กฎหมายกำหนดให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
พระเจ้าถูกเชื่อว่าเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม
หากการแยกส่วนจากกันเป็นส่วนๆ ที่ยับยั้งได้เอง ย่อมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันมิให้เกิดความผิดต่อเนื่องทางกรรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือส่วนหนึ่งของระบบรวม...
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 341 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 341. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-341/ (accessed 20 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 341 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-341/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-341/"><p>ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 341 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-341/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา