ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 345: เงินค้างจ่ายตกเป็นของแผ่นดินใน 5 ปี
ตัวบทกฎหมาย
บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน
คำแปลภาษาอังกฤษ
All money remaining unclaimed at the court or with the executing officer, if the person entitled to it does not claim it within five years, shall become the property of the State.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
บทบัญญัติสั้น ๆ นี้เป็นส่วนที่ 11 ว่าด้วยเงินค้างจ่าย กำหนดอายุความห้าปีในการเรียกรับเงินที่ค้างอยู่ที่ศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อพ้นกำหนดเงินจะตกเป็นของแผ่นดินโดยอัตโนมัติ และสิทธิเรียกร้องระงับไปไม่ว่าจะล่าช้าด้วยเหตุใด ศาลใช้บังคับอย่างเคร่งครัดทั้งกับเงินที่วางเพื่อชำระหนี้และเงินค่าขึ้นศาลที่ขอคืน โดยนับห้าปีตั้งแต่วันที่ผู้มีสิทธิเริ่มเรียกรับได้ สะท้อนนโยบายที่ไม่ให้เงินค้างอยู่ในระบบศาลอย่างไม่มีกำหนด
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากท่านมีสิทธิได้รับเงินวาง เงินค่าธรรมเนียมคืน หรือเงินบังคับคดีที่ค้างอยู่ที่ศาล ควรรีบมารับก่อนครบห้าปี เพราะเมื่อพ้นกำหนดแล้วเงินจะตกเป็นของแผ่นดินและไม่มีการอุทธรณ์ใดคืนให้ได้ อายุความนับตั้งแต่วันที่ท่านมีสิทธิรับเงินได้ครั้งแรก ไม่ใช่นับจากวันที่มีผู้เตือนภายหลัง ควรบันทึกกำหนดวันไว้ และหากมารับด้วยตนเองไม่ได้ให้มอบอำนาจให้ทนายความมารับแทน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3626/2565 (2022)
มาตรา 345 หมายถึงให้คู่ความหรือผู้มีสิทธิได้รับเงินดำเนินการขอรับเงินให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดห้าปีนับแต่คดีถึงที่สุด หากพ้นกำหนดแล้วเงินยังคงค้างจ่ายอยู่ ย่อมตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการจัดทำระบบบัญชีการเงินของศาลและการนำเงินส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน กำหนดห้าปีเริ่มนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด มิใช่นับแต่วันที่อ้างว่าสิทธิรับเงินเกิดขึ้น มิฉะนั้นระยะเวลาการรับเงินจะยืดเยื้อออกไปไม่สิ้นสุด ซึ่งมิใช่เจตนารมณ์ของบทบัญญัตินี้ และการที่ศาลอนุญาตให้คืนและออกเช็คแล้ว ก็หาทำให้กำหนดเวลาหยุดนับไม่ ตราบที่ยังมิได้มารับเงิน
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2557 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมและสั่งคืนค่าขึ้นศาล 10,000 บาท แก่โจทก์ โดยทนายโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงมาศาล จึงถือว่าทราบคำสั่งในวันดังกล่าวแล้ว ต่อมาวันที่ 28 มกราคม 2558 โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับเงินคืน ศาลชั้นต้นตรวจคืนและออกเช็คแล้ว แต่ไม่มีผู้มารับ เงินจึงยังค้างจ่ายอยู่ในศาล โจทก์เพิ่งมาแถลงขอรับอีกครั้งเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ตามมาตรา 345 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ต้องขอรับเงินให้เสร็จสิ้นภายในห้าปีนับแต่คดีถึงที่สุด เมื่อพ้นกำหนดแล้ว เงินย่อมตกเป็นของแผ่นดิน ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าเมื่อศาลอนุญาตแล้วจะมารับเมื่อใดก็ได้จะทำให้ระยะเวลายืดเยื้อไม่สิ้นสุด ซึ่งมิใช่เจตนารมณ์ของบทบัญญัติ ส่วนข้อที่ว่าต้องเริ่มนับแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 นั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 2 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1306/2566 (2023)
เงินที่วางไว้ที่ศาลเพื่อชำระหนี้ซึ่งผู้มีสิทธิไม่มารับภายในห้าปี ตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา 345 แม้เจ้าหน้าที่ศาลจะเคยเสนอจ่ายให้ผู้รับที่ไม่ถูกต้องก็ตาม
จำเลยวางเงิน 20,000 บาท เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2557 ผู้เสียหายยื่นคำแถลงขอรับแต่ไม่มารับ เมื่อล่วงเลยห้าปี จึงนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2564 ศาลเห็นว่าการที่ผู้เสียหายไม่มารับภายในห้าปีทำให้เงินตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา 345
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2565 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4753/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3626/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1306/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1305/2566 (2023)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องมารับเงินที่ค้างอยู่ที่ศาลภายในกี่ปี
มาตรา 345 กำหนดห้าปี เงินที่ค้างอยู่ที่ศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี หากไม่มารับภายในห้าปี จะตกเป็นของแผ่นดินและเรียกคืนไม่ได้อีก
กฎห้าปีใช้กับเงินค่าขึ้นศาลที่ขอคืนด้วยหรือไม่
ใช่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 345 ใช้กับเงินค่าขึ้นศาลที่ขอคืนด้วย หากไม่มารับให้เสร็จสิ้นภายในห้าปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด เงินย่อมตกเป็นของแผ่นดิน
อายุความห้าปีเริ่มนับเมื่อใด
นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ศาลฎีกาไม่รับฟังข้ออ้างที่ว่าให้เริ่มนับแต่วันที่ศาลอนุญาตให้คืนเงินในภายหลัง เพราะจะทำให้ระยะเวลาการรับเงินยืดเยื้อออกไปไม่สิ้นสุด ทั้งการยื่นคำแถลงขอรับเงิน หรือการที่ศาลอนุญาตและออกเช็คแล้ว ก็หาทำให้กำหนดเวลาหยุดนับไม่ ตราบที่ยังมิได้มารับเงิน
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 345 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 345. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-345/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 345 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-345/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-345/"><p>บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน</p><footer>Civil Procedure Code, s. 345 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-345/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา