ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 39: การเลื่อนคดีเพื่อรอผลคำวินิจฉัยอื่น

ตัวบทกฎหมาย

ถ้าการที่จะชี้ขาดตัดสินคดีเรื่องใดที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลใดจำต้องอาศัยทั้งหมดหรือแต่บางส่วนซึ่งคำชี้ขาดตัดสินบางข้อที่ศาลนั้นเองหรือศาลอื่นจะต้องกระทำเสียก่อน หรือจำต้องรอให้เจ้าพนักงานฝ่ายธุรการวินิจฉัยชี้ขาดในข้อเช่นนั้นเสียก่อน หรือถ้าปรากฏว่าได้มีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้นซึ่งอาจมีการฟ้องร้องอันอาจกระทำให้การชี้ขาดตัดสินคดีที่พิจารณาอยู่นั้นเปลี่ยนแปลงไป หรือในกรณีอื่นใดซึ่งศาลเห็นว่าถ้าได้เลื่อนการพิจารณาไปจักทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดี เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งเลื่อนการนั่งพิจารณาต่อไปจนกว่าจะได้มีการพิพากษาหรือชี้ขาดในข้อนั้น ๆ แล้วหรือภายในระยะเวลาใด ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้ถ้าศาลมีคำสั่งให้เลื่อนการนั่งพิจารณาดังกล่าวแล้วโดยไม่มีกำหนด เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งให้เริ่มการนั่งพิจารณาต่อไปในวันใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

ถ้าการที่จะชี้ขาดตัดสินคดีเรื่องใดที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลใดจำต้องอาศัยทั้งหมดหรือแต่บางส่วนซึ่งคำชี้ขาดตัดสินบางข้อที่ศาลนั้นเองหรือศาลอื่นจะต้องกระทำเสียก่อน หรือจำต้องรอให้เจ้าพนักงานฝ่ายธุรการวินิจฉัยชี้ขาดในข้อเช่นนั้นเสียก่อน หรือถ้าปรากฏว่าได้มีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้นซึ่งอาจมีการฟ้องร้องอันอาจกระทำให้การชี้ขาดตัดสินคดีที่พิจารณาอยู่นั้นเปลี่ยนแปลงไป หรือในกรณีอื่นใดซึ่งศาลเห็นว่าถ้าได้เลื่อนการพิจารณาไปจักทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดี เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งเลื่อนการนั่งพิจารณาต่อไปจนกว่าจะได้มีการพิพากษาหรือชี้ขาดในข้อนั้น ๆ แล้วหรือภายในระยะเวลาใด ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้ถ้าศาลมีคำสั่งให้เลื่อนการนั่งพิจารณาดังกล่าวแล้วโดยไม่มีกำหนด เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งให้เริ่มการนั่งพิจารณาต่อไปในวันใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 39 ให้อำนาจศาลสั่งเลื่อนการนั่งพิจารณาเมื่อผลของคดีต้องอาศัยข้อวินิจฉัยเบื้องต้นที่ต้องกระทำเสียก่อนในที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นศาลเดียวกัน ศาลอื่น เจ้าพนักงานฝ่ายธุรการ หรือผลคดีอาญาที่อาจเปลี่ยนแปลงการชี้ขาดคดีแพ่ง ทั้งยังมีเหตุปลายเปิดให้เลื่อนได้ในกรณีอื่นใดที่จะทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดี และให้เลื่อนแบบไม่มีกำหนดแล้วสั่งเริ่มพิจารณาต่อในวันใดก็ได้ อำนาจนี้เป็นดุลพินิจมิใช่บทบังคับ ศาลจึงไม่จำต้องรอผลคดีอื่นทุกคดี บทนี้ใช้ร่วมกับหลักการขอเลื่อนคดีของคู่ความตามมาตรา 40 และ 41 และมักถูกอ้างประกอบกฎหมายวิธีพิจารณาพิเศษ เช่น กฎหมายล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการ

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากคดีแพ่งของท่านเกี่ยวพันกับคดีอื่น คดีอาญา หรือคำวินิจฉัยทางปกครองที่ยังไม่ถึงที่สุด ท่านอาจขอให้ศาลเลื่อนคดีตามมาตรา 39 เพื่อไม่ให้ถูกผูกพันด้วยผลที่อาจขัดกัน แต่พึงระลึกว่าการเลื่อนเป็นดุลพินิจ ท่านต้องแสดงให้เห็นว่าการรอผลคดีอื่นจะทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดีจริง และศาลอาจไม่อนุญาตแล้วพิจารณาต่อไปได้ คำสั่งไม่รอผลคดีอื่นเป็นดุลพินิจในการบริหารคดีที่มักโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้ยาก จึงควรเรียงคำร้องอย่างรอบคอบโดยปรึกษาทนายความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8898/2561 (2018)

    เมื่อประเด็นข้อพิพาทเป็นประเด็นเดียวกับที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดในอีกคดีหนึ่งแล้ว การชี้ขาดคดีนี้ย่อมต้องอาศัยคำชี้ขาดในคดีนั้น การเลื่อนคดีตามมาตรา 39 วรรคหนึ่งจึงทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดี

    โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยมีประเด็นข้อพิพาทเดียวกับที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดในอีกคดีหนึ่งแล้ว ผลคดีนี้จึงต้องอาศัยคำชี้ขาดในคดีดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่าหากศาลชั้นต้นเลื่อนคดีนี้ไว้จนกว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุดตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง ย่อมทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดี ต่อมาคดีดังกล่าวถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7384/2561 ว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งย่อมผูกพันคู่ความ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3051/2548 (2005)

    การสั่งเลื่อนคดีเพื่อรอฟังผลคดีอื่นตามมาตรา 39 เป็นดุลพินิจของศาลจะสั่งตามที่เห็นสมควร มิใช่บทบังคับให้ต้องรอฟังผลคดีอื่นทุกคดี การโต้แย้งดุลพินิจดังกล่าวเป็นปัญหาข้อเท็จจริง

    จำเลยฎีกาขอให้งดการอ่านคำพิพากษาไว้ก่อนจนกว่าคดีที่ขอเพิกถอนการขายทอดตลาดจะถึงที่สุด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการสั่งรอฟังผลคดีอื่นตามมาตรา 39 เป็นดุลพินิจของศาลจะสั่งตามที่เห็นสมควร หาใช่บทบังคับให้ต้องรอฟังผลคดีอื่นทุกคดีไม่ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามมาตรา 248 วรรคสอง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3562/2563 (2020)

    เมื่อศาลต้องงดพิจารณาในส่วนคำฟ้องตามกฎหมายฟื้นฟูกิจการ ศาลย่อมมีเหตุสมควรงดการพิจารณาในส่วนฟ้องแย้งไว้ด้วยตามมาตรา 39 เพื่อให้ยกคำฟ้องและฟ้องแย้งขึ้นพิจารณาต่อไปพร้อมกันเมื่อการฟื้นฟูกิจการเสร็จสิ้น

    เนื่องจากต้องงดพิจารณาในส่วนคำฟ้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 90/12 (4) และคำฟ้องกับฟ้องแย้งต้องพิจารณาไปในทางเดียวกัน ศาลฎีกาเห็นสมควรงดการพิจารณาในส่วนฟ้องแย้งไว้ด้วยตามมาตรา 39 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค มาตรา 7 หากต่อมาคดีฟื้นฟูกิจการสิ้นสุดหรือศาลล้มละลายกลางอนุญาตให้ดำเนินคดีในส่วนโจทก์ต่อไป จึงยกคำฟ้องและฟ้องแย้งขึ้นพิจารณาต่อไปพร้อมกัน

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 20 คดี (พ.ศ. 2483 ถึง 2563)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3562/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8898/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4805/2547 (2004)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 495/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7083/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2276/2543 (2000)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 19/2540 (1997)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4978/2538 (1995)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

เราขอให้ศาลรอผลคดีอื่นที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 39 หากการชี้ขาดคดีต้องอาศัยข้อที่ศาลอื่นหรือเจ้าพนักงานต้องวินิจฉัยก่อน หรือขึ้นกับคดีอาญาที่เกี่ยวข้อง ท่านขอให้ศาลเลื่อนไว้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยในข้อนั้นได้ โดยศาลเป็นผู้พิจารณาว่าการเลื่อนจะทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดีหรือไม่

ศาลต้องรอผลคดีอื่นเสมอไปหรือไม่

ไม่ อำนาจเลื่อนคดีตามมาตรา 39 เป็นดุลพินิจของศาล มิใช่บทบังคับ ศาลไม่จำต้องรอผลคดีอื่นทุกคดี และอาจไม่อนุญาตให้เลื่อนแล้วพิจารณาต่อไปได้

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 39 (ประเทศไทย)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 39. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-39/ (accessed 13 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 39
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-39/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-39/"><p>ถ้าการที่จะชี้ขาดตัดสินคดีเรื่องใดที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลใดจำต้องอาศัยทั้งหมดหรือแต่บางส่วนซึ่งคำชี้ขาดตัดสินบางข้อที่ศาลนั้นเองหรือศาลอื่นจะต้องกระทำเสียก่อน หรือจำต้องรอให้เจ้าพนักงานฝ่ายธุรการวินิจฉัยชี้ขาดในข้อเช่นนั้นเสียก่อน หรือถ้าปรากฏว่าได้มีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้นซึ่งอาจมีการฟ้องร้องอันอาจกระทำให้การชี้ขาดตัดสินคดีที่พิจารณาอยู่นั้นเปลี่ยนแปลงไป หรือในกรณีอื่นใดซึ่งศาลเห็นว่าถ้าได้เลื่อนการพิจารณาไปจักทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดี เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งเลื่อนการนั่งพิจารณาต่อไปจนกว่าจะได้มีการพิพากษาหรือชี้ขาดในข้อนั้น ๆ แล้วหรือภายในระยะเวลาใด ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้ถ้าศาลมีคำสั่งให้เลื่อนการนั่งพิจารณาดังกล่าวแล้วโดยไม่มีกำหนด เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งให้เริ่มการนั่งพิจารณาต่อไปในวันใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 39 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-39/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง