ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
143 — อำนาจอัยการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
คนบทกฎหมาย
เมื่อได้รับความเห็นและสำนวนจากพนักงานสอบสวนดังกล่าวในมาตราก่อน ให้พนักงานอัยการปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่มีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ให้ออกคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ถ้าไม่เห็นชอบด้วย ก็ให้สั่งฟ้องและแจ้งให้พนักงานสอบสวนส่งผู้ต้องหามาเพื่อฟ้องต่อไป
(๒) ในกรณีมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ให้ออกคำสั่งฟ้องและฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ถ้าไม่เห็นชอบด้วย ก็ให้สั่งไม่ฟ้อง
ในกรณีหนึ่งกรณีใดข้างต้น พนักงานอัยการมีอำนาจ
(ก) สั่งตามที่เห็นควร ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมหรือส่งพยานคนใดมาให้ซักถามเพื่อสั่งต่อไป
(ข) วินิจฉัยว่าควรปล่อยผู้ต้องหา ปล่อยชั่วคราว ควบคุมไว้ หรือขอให้ศาลขัง แล้วแต่กรณี และจัดการหรือสั่งการให้เป็นไปตามนั้น
ในคดีฆาตกรรม ซึ่งผู้ตายถูกเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ฆ่าตาย หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ อธิบดีกรมอัยการหรือผู้รักษาการแทนเท่านั้นมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
คำแปลภาษาไทย
Upon receiving the opinion and file from the inquiry official as mentioned in the preceding section, the public prosecutor shall proceed as follows:
(1) In the case of an opinion proposing non-prosecution, issue a non-prosecution order; but if he does not concur, order prosecution and notify the inquiry official to send the accused for prosecution.
(2) In the case of an opinion proposing prosecution, issue a prosecution order and prosecute the accused before the court; if he does not concur, order non-prosecution.
In either of the above cases, the public prosecutor has the power:
(a) to order, as he sees fit, the inquiry official to conduct additional investigation or to send any witness for questioning in order to decide further;
(b) to determine whether the accused should be released, provisionally released, kept in custody, or detained by order of the court, as the case may be, and to arrange or order accordingly.
In a homicide case in which the deceased was killed by an official claiming to act in the course of duty, or died while in the custody of an official claiming to act in the course of duty, only the Director-General of the Public Prosecution Department or the person acting in his place has the power to issue a prosecution or non-prosecution order.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรานี้ให้อำนาจสั่งฟ้องแก่พนักงานอัยการ และยืนยันว่าอัยการไม่ผูกพันตามความเห็นของพนักงานสอบสวน อำนาจตาม (ก) สั่งสอบสวนเพิ่มเติม และ (ข) กำหนดการควบคุมตัว เป็นเครื่องมือให้อัยการทำสำนวนให้สมบูรณ์ก่อนสั่ง วรรคท้ายกันคดีที่ตายในการควบคุมหรือด้วยการกระทำของเจ้าพนักงานให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมอัยการเท่านั้น อันเป็นหลักประกันที่เชื่อมโยงกับบทชันสูตรพลิกศพ ทั้งนี้การสอบสวนเพิ่มเติมตาม (ก) ต้องเกี่ยวเนื่องกับความผิดที่สอบสวนมาแต่แรก มิฉะนั้นย่อมไม่รองรับข้อหาที่ฟ้องได้
ความสำคัญต่อ
นี่คือช่วงที่คดีถูกตัดสินในทางปฏิบัติ พนักงานอัยการมิใช่ตำรวจเป็นผู้เลือกว่าจะฟ้องท่านหรือไม่ และสั่งสอบสวนเพิ่มหรือเปลี่ยนสถานะการควบคุมตัวได้ หากญาติเสียชีวิตในการควบคุมหรือด้วยการกระทำของเจ้าพนักงาน โปรดทราบว่าเฉพาะอธิบดีกรมอัยการเท่านั้นที่มีอำนาจสั่ง ซึ่งมีผลต่อวิธีและช่องทางในการติดตามเรื่อง การเข้าใจอำนาจของอัยการในชั้นนี้สำคัญต่อการเตรียมตัวก่อนขึ้นศาล
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3462/2567 (2024)
การสอบสวนเพิ่มเติมตามมาตรา 143 วรรคสอง (ก) ต้องเกี่ยวเนื่องกับความผิดที่สอบสวนมาแต่แรก หากไม่เกี่ยวเนื่องย่อมไม่ชอบและไม่รองรับการแก้ฟ้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
การสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่มิได้เชื่อมโยงกับความผิดมูลฐานอันเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานฟอกเงินที่สอบสวนมาแต่แรก จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 143 วรรคสอง (ก) ประกอบกฎหมายวิธีพิจารณาคดีทุจริต ข้อหาที่แก้ฟ้องมิได้ผ่านการสอบสวนโดยชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2563 (2020)
อัยการที่รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดมีอำนาจในฐานะพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนที่จะให้ความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องและฟ้องคดีต่อศาลตามมาตรา 143
ผู้ได้รับแต่งตั้งให้รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดสุรินทร์ มีอำนาจบริหารคดีในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการในท้องที่ ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลชั้นต้น และให้ความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องในฐานะพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนตามมาตรา 143
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2532 (1989)
การกล่าวอ้างว่าตายด้วยการกระทำของเจ้าพนักงานหรือในระหว่างการควบคุม ตามมาตรา 143 วรรคสาม ต้องยกขึ้นในชั้นที่ถูกกล่าวหา เพื่อให้เสนอสำนวนต่อผู้มีอำนาจได้ถูกต้อง
ศาลเห็นว่าการกล่าวอ้างว่าตนเป็นเจ้าพนักงานฆ่าผู้ตายเพราะปฏิบัติหน้าที่ หรือผู้ตายตายในการควบคุมตามมาตรา 143 วรรคสาม ต้องยกขึ้นในชั้นที่ถูกกล่าวหา เพื่อให้พนักงานสอบสวนเสนอสำนวนต่ออัยการตามมาตรา 142 หรือต่ออธิบดีกรมอัยการตามมาตรา 143 วรรคสาม เมื่อมิได้กล่าวอ้าง การสอบสวนและฟ้องอย่างคดีธรรมดาจึงชอบ
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
อัยการไม่เห็นด้วยกับความเห็นตำรวจได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 143 พนักงานอัยการอาจสั่งฟ้องแม้พนักงานสอบสวนเห็นควรไม่ฟ้อง และอาจสั่งไม่ฟ้องแม้เห็นควรฟ้องได้
ใครสั่งฟ้องคดีที่ตายในการควบคุมของเจ้าพนักงาน
คดีฆาตกรรมที่ผู้ตายถูกเจ้าพนักงานซึ่งอ้างปฏิบัติหน้าที่ฆ่า หรือตายในระหว่างการควบคุม มาตรา 143 ให้เฉพาะอธิบดีกรมอัยการหรือผู้รักษาการแทนเท่านั้นมีอำนาจสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
อัยการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 143 (ก) แต่การสอบสวนเพิ่มเติมต้องเกี่ยวเนื่องกับความผิดที่สอบสวนมาแต่แรก มิฉะนั้นจะไม่รองรับข้อหาที่ฟ้อง