ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

26 — การโอนคดีโดยประธานศาลฎีกา

คนบทกฎหมาย

หากว่าตามลักษณะของความผิด ฐานะของจำเลย จำนวนจำเลย ความรู้สึกของประชาชนส่วนมากแห่งท้องถิ่นนั้น หรือเหตุผลอย่างอื่น อาจมีการขัดขวางต่อการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา หรือน่ากลัวว่าจะเกิดความไม่สงบหรือเหตุร้ายอย่างอื่นขึ้น หรืออาจเกิดผลกระทบต่อประโยชน์ที่สำคัญอื่นของรัฐ เมื่อโจทก์หรือจำเลยร้องขอหรือศาลที่คดีนั้นอยู่ระหว่างพิจารณาทำความเห็นเสนอต่อประธานศาลฎีกาขอให้โอนคดีไปศาลอื่น ถ้าประธานศาลฎีกาเห็นควรอนุญาต ก็ให้สั่งโอนคดีไปยังศาลดังที่ประธานศาลฎีการะบุไว้คำสั่งของประธานศาลฎีกาให้เป็นที่สุด

คำแปลภาษาไทย

If, by reason of the nature of the offense, the status of the defendant, the number of defendants, the sentiment of the majority of the people of that locality, or any other reason, there may be obstruction to the preliminary hearing or the trial, or there is cause to fear that unrest or other serious incidents may arise, or that important interests of the State may be affected, then, upon the request of the plaintiff or the defendant, or where the court in which the case is pending submits an opinion to the President of the Supreme Court requesting transfer of the case to another court, if the President of the Supreme Court sees fit to grant it, the President shall order the case transferred to the court specified by the President of the Supreme Court. The order of the President of the Supreme Court shall be final.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 26 ให้ช่องทางการโอนคดีเป็นกรณีพิเศษ สงวนไว้สำหรับสถานการณ์ที่กระทบต่อการพิจารณาที่เป็นธรรมหรือปลอดภัย ได้แก่ ลักษณะของความผิด ฐานะหรือจำนวนจำเลย ความรู้สึกของประชาชนในท้องถิ่นอย่างรุนแรง หรือความเสี่ยงต่อความไม่สงบหรือประโยชน์สำคัญของรัฐ ต่างจากการโอนคดีตามปกติในมาตรา 23 ที่ย้ายคดีระหว่างศาลที่ต่างมีอำนาจ มาตรา 26 ให้ส่งคดีไปยังศาลอื่นโดยผู้มีอำนาจตุลาการสูงสุด อาจเริ่มโดยโจทก์ จำเลย หรือความเห็นของศาลที่พิจารณาคดี และการวินิจฉัยอยู่ที่ประธานศาลฎีกาซึ่งคำสั่งเป็นที่สุด ไม่อาจโต้แย้งต่อไปได้ มาตรานี้ร่วมกับมาตรา 23 เป็นระบบการโอนคดีที่ครบถ้วนและเฉพาะของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ความสำคัญต่อ

มาตรา 26 เป็นเครื่องมือคุ้มครองที่ใช้ไม่บ่อยแต่ทรงพลัง สำหรับคดีที่การพิจารณาอย่างเป็นธรรมในศาลเดิมมีความเสี่ยงจริง เช่น จากความรู้สึกของคนในท้องถิ่นที่รุนแรงหรือปัญหาความปลอดภัย เนื่องจากคำสั่งของประธานศาลฎีกาเป็นที่สุด คำร้องจึงต้องมีเหตุผลหนักแน่นตั้งแต่ต้น เพราะไม่มีการอุทธรณ์คำสั่งนั้น มาตรานี้เป็นคนละช่องทางกับการโอนตามเขตอำนาจและความสะดวกตามปกติ และไม่อาจทำได้ผ่านหลักวิธีพิจารณาทางแพ่ง หากท่านเชื่อว่าสภาพในท้องถิ่นทำให้การพิจารณาที่เป็นธรรมเป็นไปไม่ได้ ทนายความไทยที่มีใบอนุญาตช่วยประเมินได้ว่าเข้าหลักเกณฑ์อันเข้มงวดของมาตรา 26 หรือไม่และจัดทำคำร้องให้

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8484/2549 (2006)

    ประธานศาลฎีกาอาจอนุญาตให้โอนคดีไปยังศาลอื่นตามมาตรา 26 ก่อนการไต่สวนมูลฟ้อง ตามคำร้องของโจทก์ได้

    โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดสุโขทัย และก่อนไต่สวนมูลฟ้องได้ยื่นคำร้องขอโอนคดีไปศาลอาญา ซึ่งประธานศาลฎีกาอนุญาตตามมาตรา 26 สำนวนแสดงให้เห็นว่ามาตรา 26 เป็นกลไกในการย้ายคดีไปยังศาลอื่นตามคำร้องของโจทก์

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1330/2532 (1989)

    เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติเรื่องการโอนคดีไว้โดยเฉพาะในมาตรา 23 และ 26 จึงนำหลักการโอนคดีทางแพ่งมาใช้กับคดีอาญาผ่านมาตรา 15 ไม่ได้

    ศาลเห็นว่าคดีอาญามีระบบการโอนคดีของตนเองตามมาตรา 23 และ 26 จำเลยจึงนำบทบัญญัติการโอนคดีทางแพ่งมาใช้ผ่านมาตรา 15 ไม่ได้ ซึ่งยืนยันว่ามาตรา 23 และ 26 ร่วมกันเป็นช่องทางเฉพาะในการโอนคดีอาญา

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ประธานศาลฎีกาสั่งโอนคดีอาญาได้เมื่อใด

ตามมาตรา 26 เมื่อลักษณะของคดี ความรู้สึกของประชาชนในท้องถิ่น จำนวนหรือฐานะของจำเลย หรือความเสี่ยงต่อความไม่สงบหรือประโยชน์ของรัฐ อาจขัดขวางการพิจารณาที่เป็นธรรม ประธานศาลฎีกาอาจสั่งโอนคดีไปยังศาลอื่นได้

คำสั่งโอนคดีของประธานศาลฎีกาอุทธรณ์ได้หรือไม่

ไม่ได้ มาตรา 26 กำหนดว่าคำสั่งของประธานศาลฎีกาเป็นที่สุด จึงไม่อาจโต้แย้งต่อไปได้

ใครขอโอนคดีตามมาตรา 26 ได้บ้าง

โจทก์หรือจำเลยขอได้ หรือศาลที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณาอาจทำความเห็นเสนอต่อประธานศาลฎีกาขอให้โอนคดีเองก็ได้

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น