ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 59: การออกและเพิกถอนหมาย

ตัวบทกฎหมาย

ศาลจะออกคำสั่งหรือหมายจับ หมายค้น หรือหมายขัง
ตามที่ศาลเห็นสมควรหรือโดยมีผู้ร้องขอก็ได้
ในกรณีที่ผู้ร้องขอเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
ต้องเป็นพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่ระดับสามหรือตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป
ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีเหตุอันควรโดยผู้ร้องขอไม่อาจไปพบศาลได้
ผู้ร้องขออาจร้องขอต่อศาลทางโทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์
หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นที่เหมาะสมเพื่อขอให้ศาลออกหมายจับหรือหมายค้นก็ได้
ในกรณีเช่นว่านี้เมื่อศาลสอบถามจนปรากฏว่ามีเหตุที่จะออกหมายจับหรือหมายค้นได้ตามมาตรา
๕๙/๑ และมีคำสั่งให้ออกหมายนั้นแล้ว
ให้จัดส่งสำเนาหมายเช่นว่านี้ไปยังผู้ร้องขอโดยทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์
หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา
เมื่อได้มีการออกหมายตามวรรคสามแล้ว
ให้ศาลดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขอหมายมาพบศาลเพื่อสาบานตัวโดยไม่ชักช้า
โดยจดบันทึกถ้อยคำของบุคคลดังกล่าวและลงลายมือชื่อของศาลผู้ออกหมายไว้
หรือจะใช้เครื่องบันทึกเสียงก็ได้โดยจัดให้มีการถอดเสียงเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของศาลผู้ออกหมาย
บันทึกที่มีการลงลายมือชื่อรับรองดังกล่าวแล้ว ให้เก็บไว้ในสารบบของศาล
หากความปรากฏต่อศาลในภายหลังว่าได้มีการออกหมายไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ศาลอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเช่นว่านั้นได้ ทั้งนี้
ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอจัดการแก้ไขเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควรก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

The court may issue an order or a warrant of arrest, search warrant, or detention warrant as it deems appropriate, or upon application. Where the applicant is an administrative or police official, the applicant must be an administrative official of level three or above, or a police officer holding the rank of police sub-lieutenant or an equivalent rank or above. In a case of urgent necessity supported by reasonable grounds, where the applicant is unable to appear before the court, the applicant may apply to the court by telephone, fax, electronic media, or other appropriate information technology media, requesting the court to issue an arrest warrant or search warrant. In such a case, when the court has made inquiry until it appears that there are grounds to issue the arrest warrant or search warrant under Section 59/1 and has ordered its issuance, a copy of such warrant shall be sent to the applicant by fax, electronic media, or other information technology media, in accordance with the criteria and methods prescribed in the regulations of the President of the Supreme Court. Once a warrant has been issued under paragraph three, the court shall, without delay, arrange for the persons concerned with the application for the warrant to appear before the court to be sworn, recording the statements of such persons and affixing the signature of the court that issued the warrant; or a sound recorder may be used, with the recording transcribed into writing and signed by the court that issued the warrant. The certified signed record shall be kept in the court's file. If it later appears to the court that a warrant was issued in violation of the provisions of law, the court may order the revocation, amendment, or alteration of such warrant; and the court may also order the applicant to make corrections to remedy the damage caused to the persons concerned, as it deems appropriate.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

บทบัญญัตินี้กำหนดวิธีการร้องขอและออกหมายจับ หมายค้น และหมายขังในภาคทั่วไปของประมวลกฎหมาย โดยกำหนดตำแหน่งหรือยศขั้นต่ำของเจ้าพนักงานผู้ร้องขอ อนุญาตให้ร้องขอทางไกลได้ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน และกำหนดให้ผู้เกี่ยวข้องสาบานตัวและจดบันทึกถ้อยคำเก็บไว้ในสารบบของศาล อันเป็นการสร้างพยานหลักฐานรองรับการออกหมายเร่งด่วนทุกครั้ง บทบัญญัตินี้อ้างถึงมาตรา ๕๙/๑ ว่าด้วยระดับพยานหลักฐานและการต้องให้เหตุผลในคำสั่ง และอ้างถึงบทว่าด้วยเหตุออกหมาย เช่น มาตรา ๖๖ วรรคสี่มีความสำคัญเพราะให้อำนาจศาลเพิกถอนหรือแก้ไขหมายที่ออกโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และสั่งเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากมีหมายออกต่อท่านในกรณีเร่งด่วน วรรคสี่มีความสำคัญ เพราะศาลอาจเพิกถอนหรือแก้ไขหมายที่ปรากฏภายหลังว่าออกโดยมิชอบ และสั่งเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ จึงเป็นช่องทางโต้แย้งหมายที่บกพร่องแทนที่จะยอมรับไปเฉยๆ เนื่องจากการขอหมายขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่เสนอต่อศาลและตำแหน่งหรือยศของผู้ร้องขอ ทนายความสามารถตรวจสำนวนได้ ท่านสามารถปรึกษาทนายความไทยเพื่อประเมินว่าหมายที่ออกต่อท่านชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 479/2555 (2012)

    การออกหมายจับไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายประสงค์จะให้ผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์ได้ตามมาตรา ๑๙๓ เพราะกรอบตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม และมาตรา ๕๙/๑ มุ่งให้กระบวนการดำเนินไปโดยไม่ติดขัด

    ศาลอธิบายว่า หากให้ผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์คำสั่งออกหมายจับได้ จะทำให้กระบวนการยุติธรรมประสบอุปสรรคและล่าช้า เมื่ออ่านมาตรา ๕๙ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๕๙/๑ การออกหมายจับเป็นไปตามขั้นตอนการร้องขอเร่งด่วนที่กำหนดไว้ และไม่อยู่ในบังคับที่จะอุทธรณ์ได้ตามมาตรา ๑๙๓

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11720/2555 (2012)

    การออกหมายจับผู้ต้องหาเป็นอำนาจเฉพาะตัวของผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และตามมาตรา ๕๙ วรรคสี่ ศาลอาจเพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายจับที่ปรากฏภายหลังว่าออกโดยฝ่าฝืนกฎหมายได้

    ในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาตามมาตรา ๖๖ เพื่อให้ได้ตัวมาสอบสวนตามมาตรา ๑๓๔ ศาลชี้ว่า ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจออกหมายจับ และมาตรา ๕๙ วรรคสี่ ให้ศาลเพิกถอนหรือแก้ไขหมายจับที่ออกโดยฝ่าฝืนกฎหมายได้ภายหลัง โดยหมายจับยังคงใช้ได้จนกว่าจะจับได้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 10 คดี (พ.ศ. 2498 ถึง 2560)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8748/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7799-7800/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11720/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6602/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 873/2504 (1961)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 339/2498 (1955)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7547/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 479/2555 (2012)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ตำรวจร้องขอหมายทางโทรศัพท์ในกรณีฉุกเฉินได้หรือไม่

ได้ มาตรา ๕๙ วรรคสาม อนุญาตให้ร้องขอทางโทรศัพท์ โทรสาร หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้ร้องขอไม่อาจไปพบศาลได้ และภายหลังต้องให้ผู้เกี่ยวข้องมาสาบานตัว

ศาลเพิกถอนหมายที่ออกโดยมิชอบได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา ๕๙ วรรคสี่ หากปรากฏภายหลังว่าออกหมายโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ศาลอาจเพิกถอนหรือแก้ไขหมายและสั่งเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 59 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 59. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-59/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 59
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-59/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-59/"><p>ศาลจะออกคำสั่งหรือหมายจับ หมายค้น หรือหมายขัง ตามที่ศาลเห็นสมควรหรือโดยมีผู้ร้องขอก็ได้ ในกรณีที่ผู้ร้องขอเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ต้องเป็นพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่ระดับสามหรือตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีเหตุอันควรโดยผู้ร้องขอไม่อาจไปพบศาลได้ ผู้ร้องขออาจร้องขอต่อศาลทางโทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นที่เหมาะสมเพื่อขอให้ศาลออกหมายจับหรือหมายค้นก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้เมื่อศาลสอบถามจนปรากฏว่ามีเหตุที่จะออกหมายจับหรือหมายค้นได้ตามมาตรา ๕๙/๑ และมีคำสั่งให้ออกหมายนั้นแล้ว ให้จัดส่งสำเนาหมายเช่นว่านี้ไปยังผู้ร้องขอโดยทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา เมื่อได้มีการออกหมายตามวรรคสามแล้ว ให้ศาลดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขอหมายมาพบศาลเพื่อสาบานตัวโดยไม่ชักช้า โดยจดบันทึกถ้อยคำของบุคคลดังกล่าวและลงลายมือชื่อของศาลผู้ออกหมายไว้ หรือจะใช้เครื่องบันทึกเสียงก็ได้โดยจัดให้มีการถอดเสียงเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของศาลผู้ออกหมาย บันทึกที่มีการลงลายมือชื่อรับรองดังกล่าวแล้ว ให้เก็บไว้ในสารบบของศาล หากความปรากฏต่อศาลในภายหลังว่าได้มีการออกหมายไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ศาลอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเช่นว่านั้นได้ ทั้งนี้ ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอจัดการแก้ไขเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควรก็ได้</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 59 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-59/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง