ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

46 — คดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคดีอาญา

คนบทกฎหมาย

ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา

คำแปลภาษาไทย

In adjudicating the civil part, the court must take the facts as they appear in the judgment of the criminal part.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 46 คือหลักผูกพันข้อเท็จจริงสำหรับคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลที่พิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ยุติในคำพิพากษาคดีอาญา มิใช่นำมาสืบใหม่ ให้ผลของคดีอาญามีผลผูกพันในคดีแพ่ง จึงเป็นเหตุให้ลำดับการพิจารณาสำคัญ ดูมาตรา 42 และ 44/2 ที่ให้พิพากษาคดีอาญาก่อนได้ หลักนี้ใช้เฉพาะกรณีที่เกี่ยวเนื่องกันจริงและเฉพาะข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยไว้ ส่วนการปรับความรับผิดทางแพ่งยังเป็นไปตามกฎหมายแพ่งตามมาตรา 47 ศาลจึงอาจถือว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาโดยอาศัยข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาคดีอาญาได้ คำพิพากษาคดีแพ่งที่ไม่ถือข้อเท็จจริงในคดีอาญาย่อมไม่ชอบและถูกโต้แย้งได้

ความสำคัญต่อ

หลักนี้เป็นเหตุให้คดีอาญามักชี้ขาดเนื้อหาคดีแพ่งของท่าน เมื่อศาลอาญาวินิจฉัยข้อเท็จจริงสำคัญไว้แล้ว ศาลแพ่งต้องถือตาม ซึ่งมีผลได้ทั้งสองทาง ข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่หนักแน่นช่วยการเรียกค่าเสียหาย ส่วนการยกฟ้องในข้อเท็จจริงอาจบั่นทอนได้ แต่ไม่เสมอไป เพราะความรับผิดทางแพ่งวินิจฉัยตามมาตรฐานทางแพ่ง หากคำพิพากษาคดีแพ่งที่ให้ท่านแพ้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำพิพากษาคดีอาญาในภายหลัง อาจเป็นเหตุโต้แย้งได้ จึงควรให้สองสำนวนสอดคล้องกัน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568 (2025)

    มาตรา 46 ให้คดีส่วนแพ่งถือข้อเท็จจริงตามคดีอาญา แต่ผลทางกฎหมายเรื่องความรับผิดทางแพ่งยังเป็นไปตามกฎหมายแพ่ง ข้อเท็จจริงจากคดีอาญาจึงถือเป็นการผิดสัญญาได้

    แม้มาตรา 46 จะให้คดีส่วนแพ่งถือข้อเท็จจริงตามคดีอาญา แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมโอนเงิน 135,000 บาท ครบถ้วนแล้วและจำเลยไม่ส่งมอบสินค้าตามกำหนด จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา การพิพากษาคดีส่วนแพ่งจึงเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดตามสัญญา

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2630/2567 (2024)

    เมื่อคดีแพ่งต้องอาศัยมูลความผิดอาญาที่ฟ้อง ย่อมเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา และในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาตามมาตรา 46

    คดีแพ่งของโจทก์ต้องอาศัยมูลความผิดอาญาฐานความผิดต่อเจ้าพนักงานและเกี่ยวกับเอกสารที่จำเลยถูกฟ้อง จึงเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลวินิจฉัยว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามมาตรา 46

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2567 (2024)

    คำพิพากษาคดีแพ่งที่มิได้ถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเป็นคำพิพากษาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบมาตรา 46

    คู่ความได้คำพิพากษาคดีแพ่งให้ชำระเงินกว่า 4,487,770 บาท โดยการเบิกความเท็จ ต่อมาถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานเบิกความเท็จในคดีนั้น ศาลวินิจฉัยว่าคำพิพากษาคดีแพ่งไม่ชอบเพราะมิได้ถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามมาตรา 46 จึงเป็นคำพิพากษาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ศาลแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาหรือไม่

ต้อง ตามมาตรา 46 ในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่อง ศาลต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญา จะวินิจฉัยใหม่ไม่ได้

คำพิพากษาคดีแพ่งที่ไม่ถือข้อเท็จจริงในคดีอาญาถูกโต้แย้งได้หรือไม่

ได้ คำพิพากษาคดีแพ่งที่มิได้ถือข้อเท็จจริงที่ผูกพันจากคำพิพากษาคดีอาญาถือเป็นคำพิพากษาที่ผิดระเบียบและโต้แย้งได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น