ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 46: คดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคดีอาญา

ตัวบทกฎหมาย

ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา

คำแปลภาษาอังกฤษ

In adjudicating the civil part, the court must take the facts as they appear in the judgment of the criminal part.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 46 คือหลักผูกพันข้อเท็จจริงสำหรับคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลที่พิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ยุติในคำพิพากษาคดีอาญา มิใช่นำมาสืบใหม่ ให้ผลของคดีอาญามีผลผูกพันในคดีแพ่ง จึงเป็นเหตุให้ลำดับการพิจารณาสำคัญ ดูมาตรา 42 และ 44/2 ที่ให้พิพากษาคดีอาญาก่อนได้ หลักนี้ใช้เฉพาะกรณีที่เกี่ยวเนื่องกันจริงและเฉพาะข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยไว้ ส่วนการปรับความรับผิดทางแพ่งยังเป็นไปตามกฎหมายแพ่งตามมาตรา 47 ศาลจึงอาจถือว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาโดยอาศัยข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาคดีอาญาได้ คำพิพากษาคดีแพ่งที่ไม่ถือข้อเท็จจริงในคดีอาญาย่อมไม่ชอบและถูกโต้แย้งได้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หลักนี้เป็นเหตุให้คดีอาญามักชี้ขาดเนื้อหาคดีแพ่งของท่าน เมื่อศาลอาญาวินิจฉัยข้อเท็จจริงสำคัญไว้แล้ว ศาลแพ่งต้องถือตาม ซึ่งมีผลได้ทั้งสองทาง ข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่หนักแน่นช่วยการเรียกค่าเสียหาย ส่วนการยกฟ้องในข้อเท็จจริงอาจบั่นทอนได้ แต่ไม่เสมอไป เพราะความรับผิดทางแพ่งวินิจฉัยตามมาตรฐานทางแพ่ง หากคำพิพากษาคดีแพ่งที่ให้ท่านแพ้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำพิพากษาคดีอาญาในภายหลัง อาจเป็นเหตุโต้แย้งได้ จึงควรให้สองสำนวนสอดคล้องกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568 (2025)

    มาตรา 46 มีผลเพียงประการเดียว คือในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา มาตรานี้มิได้กำหนดผลทางกฎหมายของข้อเท็จจริงนั้น ซึ่งเป็นเรื่องของมาตรา 47 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่าคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจำเลยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดหรือไม่ การที่ศาลยกฟ้องคดีส่วนอาญาจึงไม่ทำให้คดีส่วนแพ่งตกไป เมื่อข้อเท็จจริงที่ฟังได้ในคดีอาญาแสดงว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยย่อมต้องรับผิดตามสัญญาแม้โจทก์จะแพ้คดีอาญาก็ตาม

    โจทก์ร่วมสั่งซื้อชุดนอนจำนวน 5,000 ชุด ผ่านเฟซบุ๊กของจำเลย และโอนเงิน 135,000 บาท ให้ครบถ้วนแล้ว เมื่อจำเลยไม่ส่งมอบสินค้า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา 343 ประกอบมาตรา 341 และตามมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พร้อมขอให้คืนเงิน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 343 วรรคแรก และให้คืนเงิน ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญา โดยวินิจฉัยว่าในเฟซบุ๊กของจำเลยมีข้อความว่า เปิดพรีออเดอร์ล๊อตใหม่ และข้อความที่โจทก์ร่วมสนทนากับจำเลยแสดงชัดว่าโจทก์ร่วมทราบในขณะนั้นแล้วว่าจำเลยยังไม่มีสินค้าอยู่ในครอบครอง จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริง ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงและไม่เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ส่วนคดีส่วนแพ่งนั้น แม้มาตรา 46 ให้ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญา แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมโอนเงิน 135,000 บาท ครบถ้วนแล้ว และจำเลยไม่ส่งมอบสินค้าภายในเวลาที่ตกลงกัน จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา และเมื่อมาตรา 47 วรรคหนึ่ง ให้คำพิพากษาคดีส่วนแพ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดในทางแพ่งโดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจำเลยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดหรือไม่ จำเลยจึงต้องคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2630/2567 (2024)

    เมื่อคดีแพ่งต้องอาศัยมูลความผิดอาญาที่ฟ้อง ย่อมเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา และในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาตามมาตรา 46

    คดีแพ่งของโจทก์ต้องอาศัยมูลความผิดอาญาฐานความผิดต่อเจ้าพนักงานและเกี่ยวกับเอกสารที่จำเลยถูกฟ้อง จึงเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลวินิจฉัยว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามมาตรา 46

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2567 (2024)

    การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาอ้างว่าคำพิพากษาคดีแพ่งไม่ชอบเพราะมิได้ถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามมาตรา 46 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 27 ย่อมไม่ทำให้ได้รับการเพิกถอนการบังคับคดี เมื่อศาลวินิจฉัยคำร้องนั้นไปโดยอาศัยเหตุอื่น คดีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย และมิได้วินิจฉัยประเด็นตามมาตรา 46

    จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี โดยอ้างประการหนึ่งว่าคำพิพากษาในคดีนี้ไม่ชอบเพราะมิได้ถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาที่ลงโทษโจทก์ฐานเบิกความเท็จ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 46 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 27 แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยคำร้องไปโดยอาศัยเหตุอื่น กล่าวคือโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลายขอออกหมายบังคับคดีโดยสอดคล้องกับมติที่ประชุมเจ้าหนี้และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยินยอม จึงถือเป็นการช่วยเหลือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 79 ไม่มีเหตุเพิกถอน ศาลฎีกามิได้วินิจฉัยประเด็นตามมาตรา 46 แต่อย่างใด

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 340 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3664/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1351/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 788/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 613/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4675/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1509/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 821/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6010/2564 (2021)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาหรือไม่

ต้อง ตามมาตรา 46 ในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่อง ศาลต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญา จะวินิจฉัยใหม่ไม่ได้

คำพิพากษาคดีแพ่งที่ไม่ถือข้อเท็จจริงในคดีอาญาถูกโต้แย้งได้หรือไม่

ได้ คำพิพากษาคดีแพ่งที่มิได้ถือข้อเท็จจริงที่ผูกพันจากคำพิพากษาคดีอาญาถือเป็นคำพิพากษาที่ผิดระเบียบและโต้แย้งได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 46 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 46. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-46/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 46
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-46/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-46/"><p>ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 46 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-46/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง