ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง: สิ่งที่นายจ้างต้องเตรียมก่อนเดือนตุลาคม 2569

ตรวจสอบโดย ThaiLawOnline สำนักงานกฎหมายไทยที่ได้รับใบอนุญาตและดำเนินกิจการในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ทนายความผู้รับผิดชอบสำนวน: วิชุดา อรรถเมธากุล, น.ม., ใบอนุญาตเนติบัณฑิตไทย เลขที่ 3149/2556.

ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ

เริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปควรตรวจสอบว่าลูกจ้างรายใดต้องเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างก่อนจัดทำเงินเดือนเดือนตุลาคม การมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติไม่ได้ทำให้นายจ้างพ้นหน้าที่ หากไม่แน่ใจเรื่องขอบเขตการบังคับใช้หรือข้อยกเว้นเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือการจัดสวัสดิการตามกฎหมาย ให้ตรวจสอบกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่รับผิดชอบ

1. ตรวจสอบรายชื่อลูกจ้างและข้อยกเว้น

ให้ฝ่ายเงินเดือนตรวจสอบจำนวนลูกจ้าง สถานะการจ้าง และการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นรายคน อย่าสรุปว่ากองทุนที่ครอบคลุมผู้บริหารจะครอบคลุมลูกจ้างทุกคนด้วย เก็บหลักฐานที่รองรับข้อยกเว้นแต่ละกรณี การจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเป็นหน้าที่อีกส่วนหนึ่ง ไม่ใช่หลักฐานการได้รับยกเว้นจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

2. ขึ้นทะเบียนผ่านระบบทางการ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศเปิดการขึ้นทะเบียนออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 ขั้นตอนที่แจ้งคือ สมัครใช้งาน e-Service กำหนดรหัส PIN ยื่นรายชื่อลูกจ้างเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก และพิมพ์หนังสือสำคัญการขึ้นทะเบียน เตรียมข้อมูลนายจ้างและลูกจ้างให้ถูกต้องก่อนเริ่ม ใช้ระบบทางการของกรม ไม่ส่งเอกสารประจำตัวให้คนกลางที่ติดต่อมาโดยไม่ได้ร้องขอ

3. ตั้งค่าการหักเงินสะสมและเงินสมทบ

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2574 ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมร้อยละ 0.25 ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่ายเงินสมทบร้อยละ 0.25 ตัวอย่างเช่น หากฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณคือ 30,000 บาท ให้หักจากลูกจ้าง 75 บาท และนายจ้างสมทบ 75 บาท รวมส่ง 150 บาท ตรวจสอบว่าเงินรายการใดถือเป็นค่าจ้างสำหรับกองทุนนี้ อย่านำวิธีคำนวณประกันสังคมมาใช้โดยไม่ตรวจสอบ และอธิบายรายการหักใหม่ในสลิปเงินเดือน

กฎกระทรวงกำหนดอัตราฯ พ.ศ. 2568 กำหนดการปรับอัตราครั้งถัดไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นเงินสะสมของลูกจ้างร้อยละ 0.50 และเงินสมทบของนายจ้างร้อยละ 0.50 วันที่ในปี 2573 เป็นกำหนดการเดิม ไม่ควรนำมาใช้กับกำหนดเริ่มจัดเก็บที่เลื่อนแล้ว

4. กำหนดผู้รับผิดชอบนำส่งก่อนครบกำหนด

ระเบียบกำหนดให้นำส่งเงินสะสมของลูกจ้าง เงินสมทบของนายจ้าง และรายการรายชื่อลูกจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป สำหรับเงินเดือนเดือนตุลาคม ควรวางแผนให้เสร็จภายในวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2569 ก่อนวันที่ 15 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ วันที่ 13 เป็นกำหนดงานภายใน ไม่ใช่การอ้างว่ามีประกาศขยายกำหนดเพราะวันหยุด มอบหมายผู้ดำเนินการชำระเงินและผู้ตรวจสอบใบเสร็จให้ชัดเจน

5. กระทบยอดและเก็บหลักฐาน

เก็บหนังสือสำคัญการขึ้นทะเบียน รายชื่อลูกจ้าง หลักฐานข้อยกเว้น วิธีคำนวณเงินเดือน และใบเสร็จรับเงินไว้ด้วยกัน ตรวจสอบลูกจ้างเข้าใหม่และออกจากงานทุกเดือน การไม่ได้หักเงินจากค่าจ้างไม่ทำให้นายจ้างพ้นความรับผิดในการนำส่ง การนำส่งล่าช้าหรือไม่ครบมีเงินเพิ่มตามกฎหมาย จึงไม่ควรถือว่าการนำส่งครั้งแรกเป็นเพียงการทดลองระบบ

แหล่งข้อมูลทางการและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเริ่มจัดเก็บ

Ministerial Regulation: 2026 to 2031 rates and the 2031 increase

ระเบียบการนำส่งเงินและกำหนดเวลารายเดือน

ประกาศการเปิดระบบขึ้นทะเบียนออนไลน์วันที่ 15 กันยายน 2569

ระบบทางการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

คู่มือกฎหมายแรงงานไทย

กฎหมายการจ้างงานสำหรับนายจ้าง

ข่าวสารกฎหมายไทย ฟรีทางอีเมล

อัปเดตข่าวสารกฎหมายไทยในภาษาเข้าใจง่าย ที่ส่งผลกระทบต่อชาวต่างชาติ: อสังหาริมทรัพย์, วีซ่า, การสมรส, ธุรกิจ และพินัยกรรม จดหมายข่าวสั้นเพียงฉบับเดียวต่อเดือน จากสำนักงานกฎหมายที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2549 ไม่มีการส่งสแปม ยกเลิกรับได้ทุกเมื่อ.

เกี่ยวกับผู้แต่ง

เขียนและตรวจทานโดย Sebastien H. Brousseau, LL.B., วท.บ., ผู้ก่อตั้ง ThaiLawOnline ซึ่งทำงานด้านกฎหมายไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) และอาศัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) เขายังเขียนเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในประเทศไทยที่ . เชื่อมต่อบน ลิงก์อิน หรือ ติดต่อบริษัท.

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง