14: การชี้ขาดคำคัดค้านเป็นที่สุด
คนบทกฎหมาย
ฟังเสียงร้องขึ้นและเสียงที่ไม่ยอมถอนตัวออกจากการนั่งพิจารณาคดี ขอให้ศาลฟังคำแถลงของคู่ฝ่ายประธานและของห้องประชุมกับการปฏิบัติสืบพยานหลักฐานที่ร้องสรรเสริญบุคคลนั้นได้นำมาและพิสูจน์หลักฐานอื่น ๆ ตามที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นผลสำเร็จแล้วออกคำสั่งยอมรับหรือยกเสียซึ่งคำกล่าวนั้น คำสั่งเช่นว่านี้เป็นที่สุดเมื่อศาลที่เพดานแห่งศาลนั้นเองถูกตรวจสอบตรวจสอบชี้ขาดคำวิจารณ์วิจารณ์มิให้เป็นหลักในนั้นหรือนั่งกับสิ่งอื่น ๆ ในการแจ้งเตือนและชี้ขาดคำนั้นถ้ารู้สึกว่าคนใดสามารถถอนตัวออกจากการพิจารณาคดีได้ดีหรือศาลได้ยอมรับคำวิจารณ์คนใดที่น่ายินดีปล่อยให้คนอื่นดำเนินการแทนตามบทพิจารณาในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
คำแปลภาษาไทย
เมื่อมีการยื่นคัดค้าน และผู้พิพากษาที่ถูกคัดค้านไม่ยอมถอนตัวจากการพิจารณาคดี ศาลจะต้องรับฟังคำแถลงของฝ่ายที่เกี่ยวข้องและของผู้พิพากษาที่ถูกคัดค้าน รับฟังพยานหลักฐานที่บุคคลเหล่านั้นนำเสนอ และพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่ศาลเห็นสมควร จากนั้นจึงออกคำสั่งรับรองหรือยกคำคัดค้าน คำสั่งดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุด.
เมื่อศาลซึ่งผู้พิพากษาถูกท้าทายจะต้องพิจารณาตัดสินคดี ผู้พิพากษาที่ถูกท้าทายจะไม่สามารถเข้าร่วมพิจารณาหรือลงคะแนนร่วมกับผู้พิพากษาคนอื่นๆ ในการพิจารณาและตัดสินคดีนั้นได้.
หากผู้พิพากษาท่านใดถอนตัวจากการพิจารณาคดี หรือหากศาลมีคำคัดค้านต่อผู้พิพากษาท่านใด ผู้พิพากษาท่านอื่นจะทำหน้าที่แทนตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดระเบียบศาลยุติธรรม.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
ส่วน 14 เป็นบทปิดของการพิจารณาคดีที่เริ่มในมาตรา 13 ในการพิจารณาปฏิเสธการถอนตัว ศาลต้องวินิจฉัยโดยฟังคำแถลงและพิสูจน์หลักฐานแล้วมีคำสั่งสำคัญคือคำสั่งยอมรับหรือยกคำที่เป็นที่สุดในช่องตัดการร้องขอความยุติธรรมขาดชี้คำตัดสินนั้นเอง ส่วนที่ห้ามไม่ให้มีการพิจารณาคดีหรืออย่างเป็นทางการในการชี้ขาดคำวิจารณ์ และการตรวจสอบการสืบสวนแทนเป็นพระธรรมนูญศาลความยุติธรรม การสร้างความเป็นที่สุดนี้ป้องกันมิให้คำเป็นครั้งแรกที่กลายเป็นช่องทางการร้องเรียนหลักในภายหลัง
ความสำคัญต่อ
ประเด็นปฏิบัติสำคัญคือความเป็นที่สุดที่ศาลชี้ขาดคำในและจากนั้นร้องขอการร้องขอนั้นไม่ได้จำเป็นต้องมีการพิจารณาหลักฐานและข้อกล่าวหาในชั้นสวนในกรณีที่คำนี้มีส่วนสนับสนุนของคนอื่นเข้ามาแทนที่แทนที่จะเริ่มคดีใหม่อาจเป็นไปได้เพียงครั้งเดียวในการเตรียมคำสอบสวนและให้ความร่วมมือร่วมกับทนายความ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 87/2565 (2022)
ในกรณีที่คำร้องนั้นไม่อนุญาตให้ปรากฏเหตุฉุกเฉินที่จะได้ศาลยกคำร้องในชั้นนั้นได้และคำสั่งเช่นว่าดีที่สุดตามมาตรา 14 เอกสารร้องขอร้องขอความเป็นธรรม
โจทก์เป็นเวลานานโดยอ้างมาตรา 11 (5) และมาตรา 12 ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามคำร้องไม่ปรากฏเหตุที่จะเกิดขึ้นได้จึงยกคำร้องและคำสั่งนั้นเป็นที่สุดตามมาตรา 14 ในคำสั่งเป็นที่สุดจึงขอร้องขอความเป็นธรรมศาลยุติธรรมภาค 3 ไม่รับวินิจฉัยชอบแล้ว
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 79/2565 (2022)
คำร้องร้องไห้ในเวลาที่ไม่ปรากฏตัวอย่างเป็นทางการในศาลยกได้ในชั้นตรวจคำร้องและคำสั่งเป็นที่สุดตามมาตรา 14 จดหมายไม่ได้
จำเลยที่ 1 การพิจารณาคดีโดยอ้างว่ามาตรา 11 (1) และมาตรา 12 ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามคำร้องไม่ปรากฏเหตุที่ทำให้สามารถพิจารณาได้จึงยกคำร้องและคำสั่งเป็นที่สุดตามมาตรา 14 จดหมายเหตุจึงร้องขอศาลยุติธรรมภาค 3 ไม่รับวินิจฉัยชอบแล้ว
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 12 คดี (พ.ศ. 2518 ถึง 2565)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 87/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 79/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3152/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6530/2538 (1995)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1244/2531 (1988)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 379/2525 (1982)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 205/2523 (1980)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2445/2518 (1975)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 83 3
- ป.อ. มาตรา 91 3
- 4 3
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
จดหมายคำสั่งชี้ขาดคำที่มีความละเอียดสูง?
ตามมาตรา 14 คำสั่งยอมรับหรือยกคำที่เป็นที่สุดของชั้นวรรณกรรมและโอกาสเดียวในการเสนอเรื่อง
เหตุผลหลักชี้ขาดคำวินิจฉัยอัตโนมัติ?
มาตรา 14 พบว่ามีบางครั้งที่กินหรือฟังในหิวและชี้ขาดคำในนั้น
ถ้าคำที่เหมาะสมจะมีผล?
คนอื่นจะเข้ามาแทนการพิจารณาคดีหรือถอนตัวตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 14 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 14. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-14/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 14 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-14/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-14/"><p>ฟังเสียงร้องขึ้นและเสียงที่ไม่ยอมถอนตัวออกจากการนั่งพิจารณาคดี ขอให้ศาลฟังคำแถลงของคู่ฝ่ายประธานและของห้องประชุมกับการปฏิบัติสืบพยานหลักฐานที่ร้องสรรเสริญบุคคลนั้นได้นำมาและพิสูจน์หลักฐานอื่น ๆ ตามที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นผลสำเร็จแล้วออกคำสั่งยอมรับหรือยกเสียซึ่งคำกล่าวนั้น คำสั่งเช่นว่านี้เป็นที่สุดเมื่อศาลที่เพดานแห่งศาลนั้นเองถูกตรวจสอบตรวจสอบชี้ขาดคำวิจารณ์วิจารณ์มิให้เป็นหลักในนั้นหรือนั่งกับสิ่งอื่น ๆ ในการแจ้งเตือนและชี้ขาดคำนั้นถ้ารู้สึกว่าคนใดสามารถถอนตัวออกจากการพิจารณาคดีได้ดีหรือศาลได้ยอมรับคำวิจารณ์คนใดที่น่ายินดีปล่อยให้คนอื่นดำเนินการแทนตามบทพิจารณาในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม</p><footer>Civil Procedure Code, s. 14 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-14/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา