ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 182: การทำการชี้สองสถาน
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อได้ยื่นคำฟ้อง คำให้การ และคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ถ้าหากมี แล้วให้ศาลทำการชี้สองสถานโดยแจ้งกำหนดวันชี้สองสถานให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) จำเลยคนใดคนหนึ่งขาดนัดยื่นคำให้การ
(๒) คำให้การของจำเลยเป็นการยอมรับโดยชัดแจ้งตามคำฟ้องโจทก์ทั้งสิ้น
(๓) คำให้การของจำเลยเป็นคำให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้น โดยไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธ ซึ่งศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีการชี้สองสถาน
(๔) ศาลเห็นสมควรวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้เสร็จไปทั้งเรื่องโดยไม่ต้องสืบพยาน
(๕) คดีมโนสาเร่ตามมาตรา ๑๘๙ หรือคดีไม่มีข้อยุ่งยากตามมาตรา ๑๙๖
(๖) คดีที่ศาลเห็นว่ามีประเด็นข้อพิพาทไม่ยุ่งยากหรือไม่จำเป็นที่จะต้องชี้สองสถานในกรณีที่ไม่ต้องมีการชี้สองสถาน ให้ศาลมีคำสั่งงดการชี้สองสถานและกำหนดวันสืบพยาน ถ้าหากมี แล้วให้ส่งคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความทราบตามมาตรา ๑๘๔ เว้นแต่คู่ความฝ่ายใดจะได้ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้วคู่ความอาจตกลงกันกะประเด็นข้อพิพาทโดยยื่นคำแถลงร่วมกันต่อศาลในกรณีเช่นว่านี้ ให้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไปตามนั้น แต่ถ้าศาลเห็นว่าคำแถลงนั้นไม่ถูกต้อง ก็ให้ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งยกคำแถลงนั้น แล้วดำเนินการชี้สองสถานไปตามมาตรา ๑๘๓
คำแปลภาษาอังกฤษ
เมื่อได้ยื่นคำฟ้อง คำให้การ และคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ถ้าหากมี แล้วให้ศาลทำการชี้สองสถานโดยแจ้งกำหนดวันชี้สองสถานให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) จำเลยคนใดคนหนึ่งขาดนัดยื่นคำให้การ (๒) คำให้การของจำเลยเป็นการยอมรับโดยชัดแจ้งตามคำฟ้องโจทก์ทั้งสิ้น (๓) คำให้การของจำเลยเป็นคำให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้น โดยไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธ ซึ่งศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีการชี้สองสถาน (๔) ศาลเห็นสมควรวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้เสร็จไปทั้งเรื่องโดยไม่ต้องสืบพยาน (๕) คดีมโนสาเร่ตามมาตรา ๑๘๙ หรือคดีไม่มีข้อยุ่งยากตามมาตรา ๑๙๖ (๖) คดีที่ศาลเห็นว่ามีประเด็นข้อพิพาทไม่ยุ่งยากหรือไม่จำเป็นที่จะต้องชี้สองสถานในกรณีที่ไม่ต้องมีการชี้สองสถาน ให้ศาลมีคำสั่งงดการชี้สองสถานและกำหนดวันสืบพยาน ถ้าหากมี แล้วให้ส่งคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความทราบตามมาตรา ๑๘๔ เว้นแต่คู่ความฝ่ายใดจะได้ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้วคู่ความอาจตกลงกันกะประเด็นข้อพิพาทโดยยื่นคำแถลงร่วมกันต่อศาลในกรณีเช่นว่านี้ ให้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไปตามนั้น แต่ถ้าศาลเห็นว่าคำแถลงนั้นไม่ถูกต้อง ก็ให้ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งยกคำแถลงนั้น แล้วดำเนินการชี้สองสถานไปตามมาตรา ๑๘๓
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 182 เป็นจุดเชื่อมระหว่างชั้นคำคู่ความกับการพิจารณา โดยกำหนดให้มีการชี้สองสถานพร้อมแจ้งล่วงหน้าสิบห้าวัน เพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทที่แท้จริง และแจกแจงหกกรณีที่งดการชี้สองสถานได้ ได้แก่ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ยอมรับทั้งสิ้น ปฏิเสธทั้งสิ้นโดยไม่มีเหตุ คดีที่ตัดสินได้โดยไม่ต้องสืบพยาน คดีมโนสาเร่ตามมาตรา 189 หรือคดีไม่มีข้อยุ่งยากตามมาตรา 196 และคดีที่ประเด็นไม่ยุ่งยาก เมื่อไม่มีการชี้สองสถาน ศาลจะบันทึกคำสั่งและกำหนดวันสืบพยานตามมาตรา 184 คู่ความอาจตกลงประเด็นข้อพิพาทร่วมกันได้ ภายใต้อำนาจศาลที่จะยกคำแถลงที่ไม่ถูกต้องและชี้สองสถานตามมาตรา 183
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การชี้สองสถานกำหนดรูปคดีของท่าน ว่าข้อเท็จจริงใดยังโต้แย้งกัน ใครมีหน้าที่นำสืบข้อใด และก่อนหลังอย่างไร ควรให้ความสำคัญกับการแจ้งล่วงหน้าสิบห้าวันและเตรียมตัว เพราะประเด็นที่ไม่ได้กำหนดไว้อาจเสียไป หากศาลงดชี้สองสถานตามข้อยกเว้น ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการวินิจฉัยโดยไม่สืบพยานตาม (4) อาจทำให้คดีจบเร็ว และการงดชี้สองสถานที่ไม่ชอบเป็นเหตุอุทธรณ์ที่พบบ่อย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9018/2547 (2004)
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งแล้ว ศาลมีอำนาจตามมาตรา 182 (4) ที่จะวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายได้ โดยไม่จำต้องทำการชี้สองสถานหรือสืบพยานก่อน
หลังคู่ความแถลงว่าทรัพย์มรดกมีเพียงที่ดินหนึ่งแปลงที่ผู้จัดการมรดกโอนให้ตนเอง ศาลวินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นตามมาตรา 182 (4) ได้โดยไม่ต้องชี้สองสถานหรือสืบพยาน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5241/2541 (1998)
เมื่อตรวจคำฟ้องและคำให้การแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ การงดชี้สองสถานและนัดฟังคำพิพากษาเป็นดุลพินิจของศาลตามมาตรา 182 (4) ที่จะวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้เสร็จไปโดยไม่ต้องสืบพยาน
ศาลชั้นต้นตรวจคำคู่ความแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงงดชี้สองสถานและนัดฟังคำพิพากษา โดยเห็นว่าเป็นฟ้องซ้ำ ศาลยืนยันว่าเป็นดุลพินิจตามมาตรา 182 (4)
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6542/2567 (2024)
ในคดีแพ่งสามัญ มาตรา 182 กำหนดให้ศาลทำการชี้สองสถานโดยแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันเมื่อยื่นคำคู่ความแล้ว ซึ่งแตกต่างกับวิธีพิจารณาที่กระชับกว่าของคดีผู้บริโภค
ศาลเปรียบเทียบวิธีพิจารณาว่าคดีแพ่งสามัญเป็นไปตามมาตรา 182 ที่ต้องชี้สองสถานโดยแจ้งล่วงหน้าสิบห้าวัน ขณะที่คดีผู้บริโภคดำเนินตามกฎเกณฑ์ที่รวดเร็วกว่าในการกำหนดประเด็น
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 23 คดี (พ.ศ. 2499 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9018/2547 (2004)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1888/2547 (2004)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 818/2546 (2003)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3858/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8108/2542 (1999)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5241/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4769/2540 (1997)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5676/2539 (1996)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
การชี้สองสถานคืออะไร
คือการนัดพิจารณาตามมาตรา 182 ที่ศาลกำหนดประเด็นข้อพิพาทที่แท้จริงและหน้าที่นำสืบหลังจากคำคู่ความครบถ้วน โดยแจ้งคู่ความล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ศาลงดชี้สองสถานได้เมื่อใด
ได้ในหกกรณีตามมาตรา 182 เช่น จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ยอมรับทั้งสิ้น ปฏิเสธทั้งสิ้นโดยไม่มีเหตุ คดีที่ตัดสินได้โดยไม่ต้องสืบพยาน คดีมโนสาเร่ หรือประเด็นที่ไม่ยุ่งยาก
คู่ความตกลงกำหนดประเด็นข้อพิพาทเองได้หรือไม่
ได้ โดยยื่นคำแถลงร่วมกัน แต่หากศาลเห็นว่าคำแถลงไม่ถูกต้อง ศาลมีอำนาจยกคำแถลงนั้นและดำเนินการชี้สองสถานตามมาตรา 183
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 182 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 182. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-182/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 182 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-182/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-182/"><p>เมื่อได้ยื่นคำฟ้อง คำให้การ และคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ถ้าหากมี แล้วให้ศาลทำการชี้สองสถานโดยแจ้งกำหนดวันชี้สองสถานให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) จำเลยคนใดคนหนึ่งขาดนัดยื่นคำให้การ (๒) คำให้การของจำเลยเป็นการยอมรับโดยชัดแจ้งตามคำฟ้องโจทก์ทั้งสิ้น (๓) คำให้การของจำเลยเป็นคำให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้น โดยไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธ ซึ่งศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีการชี้สองสถาน (๔) ศาลเห็นสมควรวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้เสร็จไปทั้งเรื่องโดยไม่ต้องสืบพยาน (๕) คดีมโนสาเร่ตามมาตรา ๑๘๙ หรือคดีไม่มีข้อยุ่งยากตามมาตรา ๑๙๖ (๖) คดีที่ศาลเห็นว่ามีประเด็นข้อพิพาทไม่ยุ่งยากหรือไม่จำเป็นที่จะต้องชี้สองสถานในกรณีที่ไม่ต้องมีการชี้สองสถาน ให้ศาลมีคำสั่งงดการชี้สองสถานและกำหนดวันสืบพยาน ถ้าหากมี แล้วให้ส่งคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความทราบตามมาตรา ๑๘๔ เว้นแต่คู่ความฝ่ายใดจะได้ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้วคู่ความอาจตกลงกันกะประเด็นข้อพิพาทโดยยื่นคำแถลงร่วมกันต่อศาลในกรณีเช่นว่านี้ ให้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไปตามนั้น แต่ถ้าศาลเห็นว่าคำแถลงนั้นไม่ถูกต้อง ก็ให้ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งยกคำแถลงนั้น แล้วดำเนินการชี้สองสถานไปตามมาตรา ๑๘๓</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 182 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-182/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา