ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 183: การดำเนินการในวันชี้สองสถาน
ตัวบทกฎหมาย
ในวันชี้สองสถาน ให้คู่ความมาศาล และให้ศาลตรวจคำคู่ความและคำแถลงของคู่ความ แล้วนำข้ออ้าง ข้อเถียง ที่ปรากฏในคำคู่ความและคำแถลงของคู่ความเทียบกันดู และสอบถามคู่ความทุกฝ่ายถึงข้ออ้าง ข้อเถียง และพยานหลักฐานที่จะยื่นต่อศาลว่าฝ่ายใดยอมรับหรือโต้แย้งข้ออ้าง ข้อเถียงนั้นอย่างไร ข้อเท็จจริงใดที่คู่ความยอมรับกันก็เป็นอันยุติไปตามนั้น ส่วนข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างแต่คู่ความฝ่ายอื่นไม่รับและเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นข้อพิพาทตามคำคู่ความให้ศาลกำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท และกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานหลักฐานมาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้ในการสอบถามคู่ความตามวรรคหนึ่ง คู่ความแต่ละฝ่ายต้องตอบคำถามที่ศาลถามเองหรือถามตามคำขอของคู่ความฝ่ายอื่น เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายอื่นยกขึ้นเป็นข้ออ้าง ข้อเถียง และพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่คู่ความจะยื่นต่อศาล ถ้าคู่ความฝ่ายใดไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใด หรือปฏิเสธข้อเท็จจริงใดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่ายอมรับข้อเท็จจริงนั้นแล้ว เว้นแต่คู่ความฝ่ายนั้นไม่อยู่ในวิสัยที่จะตอบหรือแสดงเหตุผลแห่งการปฏิเสธได้ในขณะนั้นคู่ความมีสิทธิคัดค้านว่าประเด็นข้อพิพาทหรือหน้าที่นำสืบที่ศาลกำหนดไว้นั้นไม่ถูกต้อง โดยแถลงด้วยวาจาต่อศาลในขณะนั้นหรือยื่นคำร้องต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลสั่งกำหนดประเด็นข้อพิพาทหรือหน้าที่นำสืบ ให้ศาลชี้ขาดคำคัดค้านนั้นก่อนวันสืบพยาน คำชี้ขาดคำคัดค้านดังกล่าวให้อยู่ภายใต้บังคับมาตรา ๒๒๖
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในวันชี้สองสถาน ให้คู่ความมาศาล และให้ศาลตรวจคำคู่ความและคำแถลงของคู่ความ แล้วนำข้ออ้าง ข้อเถียง ที่ปรากฏในคำคู่ความและคำแถลงของคู่ความเทียบกันดู และสอบถามคู่ความทุกฝ่ายถึงข้ออ้าง ข้อเถียง และพยานหลักฐานที่จะยื่นต่อศาลว่าฝ่ายใดยอมรับหรือโต้แย้งข้ออ้าง ข้อเถียงนั้นอย่างไร ข้อเท็จจริงใดที่คู่ความยอมรับกันก็เป็นอันยุติไปตามนั้น ส่วนข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างแต่คู่ความฝ่ายอื่นไม่รับและเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นข้อพิพาทตามคำคู่ความให้ศาลกำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท และกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานหลักฐานมาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้ในการสอบถามคู่ความตามวรรคหนึ่ง คู่ความแต่ละฝ่ายต้องตอบคำถามที่ศาลถามเองหรือถามตามคำขอของคู่ความฝ่ายอื่น เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายอื่นยกขึ้นเป็นข้ออ้าง ข้อเถียง และพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่คู่ความจะยื่นต่อศาล ถ้าคู่ความฝ่ายใดไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใด หรือปฏิเสธข้อเท็จจริงใดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่ายอมรับข้อเท็จจริงนั้นแล้ว เว้นแต่คู่ความฝ่ายนั้นไม่อยู่ในวิสัยที่จะตอบหรือแสดงเหตุผลแห่งการปฏิเสธได้ในขณะนั้นคู่ความมีสิทธิคัดค้านว่าประเด็นข้อพิพาทหรือหน้าที่นำสืบที่ศาลกำหนดไว้นั้นไม่ถูกต้อง โดยแถลงด้วยวาจาต่อศาลในขณะนั้นหรือยื่นคำร้องต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลสั่งกำหนดประเด็นข้อพิพาทหรือหน้าที่นำสืบ ให้ศาลชี้ขาดคำคัดค้านนั้นก่อนวันสืบพยาน คำชี้ขาดคำคัดค้านดังกล่าวให้อยู่ภายใต้บังคับมาตรา ๒๒๖
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 183 กำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในวันชี้สองสถานตามมาตรา 182 ศาลเปรียบเทียบคำคู่ความ สอบถามคู่ความ แยกข้อเท็จจริงที่ยอมรับซึ่งเป็นอันยุติ ออกจากข้อที่ยังโต้แย้งกันซึ่งกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาท และกำหนดลำดับหน้าที่นำสืบ คู่ความที่ปฏิเสธไม่ตอบหรือปฏิเสธข้อเท็จจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจถูกถือว่ายอมรับ ที่สำคัญ ประเด็นที่กำหนดในชั้นนี้เป็นกรอบของการพิจารณาและคำพิพากษา ศาลวินิจฉัยหลายครั้งว่าการตัดสินเรื่องที่ไม่ได้กำหนดเป็นประเด็น หรือการไม่วินิจฉัยประเด็นที่ควรกำหนด เป็นการไม่ชอบ การคัดค้านต้องทำในขณะนั้นหรือภายในเจ็ดวัน และคำชี้ขาดอยู่ภายใต้มาตรา 226
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การนัดนี้เป็นจุดที่คดีชนะหรือแพ้กันอย่างเงียบ ๆ ควรเตรียมพร้อมที่จะแสดงชัดเจนว่ายอมรับหรือโต้แย้งข้อใด เพราะข้อเท็จจริงที่ไม่ตอบโดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจถูกถือว่ายอมรับ และประเด็นที่ไม่ได้กำหนดไว้มักวินิจฉัยให้ในภายหลังไม่ได้ หากเห็นว่าศาลกำหนดประเด็นหรือหน้าที่นำสืบไม่ถูกต้อง ให้คัดค้านทันทีหรือยื่นภายในเจ็ดวัน เพราะคำชี้ขาดผูกกับข้อจำกัดการอุทธรณ์ตามมาตรา 226
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6525/2559 (2016)
การไม่กำหนดประเด็นข้อพิพาทในข้อต่อสู้ที่ยกขึ้นโดยชอบในคำให้การ เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยมาตรา 183 ประกอบมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ศาลสูงอาจวินิจฉัยประเด็นที่ตกไปได้เมื่อพยานหลักฐานเพียงพอ
ศาลชั้นต้นไม่กำหนดประเด็นข้อพิพาทในข้อต่อสู้เรื่องข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่จำเลยยกขึ้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ เห็นว่าไม่ชอบด้วยมาตรา 183 จึงวินิจฉัยประเด็นที่ตกไปเอง เพราะพยานหลักฐานเพียงพอ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559 (2016)
การกำหนดประเด็นข้อพิพาทในชั้นชี้สองสถาน ในคดีนี้คือความรับผิดของตัวแทนของนิติบุคคลต่างประเทศ จะชอบด้วยมาตรา 183 หรือไม่ พิจารณาจากคำคู่ความและข้อกล่าวอ้างของคู่ความ
ศาลพิจารณาว่าการกำหนดประเด็นเรื่องความรับผิดของจำเลยในฐานะตัวแทนต่อโจทก์ ชอบด้วยมาตรา 183 ประกอบมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ หรือไม่ โดยเทียบกับคำฟ้องเรื่องสัญญาและการสำรวจเรือ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2558 (2015)
เมื่อคดีมีประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ การพิพากษาคดีโดยไม่วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวเป็นการไม่ชอบด้วยมาตรา 142 ประกอบมาตรา 183 อำนาจฟ้องเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยที่ศาลสูงยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีโดยไม่วินิจฉัยประเด็นอำนาจฟ้องของโจทก์ และศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไข ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ชอบด้วยมาตรา 142 และ 183 และเพราะอำนาจฟ้องเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อย จึงวินิจฉัยเสียเอง
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 119 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1618/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2765/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 583/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4563/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10971/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8149/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7919/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4572/2553 (2010)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ในวันชี้สองสถานมีการดำเนินการอย่างไร
ตามมาตรา 183 ศาลเปรียบเทียบคำคู่ความและสอบถามคู่ความ ข้อเท็จจริงที่ยอมรับเป็นอันยุติ ข้อที่โต้แย้งกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาท และกำหนดหน้าที่นำสืบว่าฝ่ายใดสืบก่อนหลัง
ศาลวินิจฉัยเรื่องที่ไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นได้หรือไม่
ไม่ได้ ศาลวินิจฉัยว่าการตัดสินเรื่องที่ไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นในชั้นชี้สองสถาน หรือการละเว้นประเด็นที่ควรกำหนด เป็นการไม่ชอบ ประเด็นเป็นกรอบของคำพิพากษา
จะคัดค้านประเด็นที่ศาลกำหนดอย่างไร
แถลงคัดค้านด้วยวาจาในวันนัด หรือยื่นคำร้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ศาลต้องชี้ขาดก่อนวันสืบพยาน และคำชี้ขาดอยู่ภายใต้มาตรา 226
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 (ประเทศไทย) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 183. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-183/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 183 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-183/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-183/"><p>ในวันชี้สองสถาน ให้คู่ความมาศาล และให้ศาลตรวจคำคู่ความและคำแถลงของคู่ความ แล้วนำข้ออ้าง ข้อเถียง ที่ปรากฏในคำคู่ความและคำแถลงของคู่ความเทียบกันดู และสอบถามคู่ความทุกฝ่ายถึงข้ออ้าง ข้อเถียง และพยานหลักฐานที่จะยื่นต่อศาลว่าฝ่ายใดยอมรับหรือโต้แย้งข้ออ้าง ข้อเถียงนั้นอย่างไร ข้อเท็จจริงใดที่คู่ความยอมรับกันก็เป็นอันยุติไปตามนั้น ส่วนข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างแต่คู่ความฝ่ายอื่นไม่รับและเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นข้อพิพาทตามคำคู่ความให้ศาลกำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท และกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานหลักฐานมาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้ในการสอบถามคู่ความตามวรรคหนึ่ง คู่ความแต่ละฝ่ายต้องตอบคำถามที่ศาลถามเองหรือถามตามคำขอของคู่ความฝ่ายอื่น เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายอื่นยกขึ้นเป็นข้ออ้าง ข้อเถียง และพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่คู่ความจะยื่นต่อศาล ถ้าคู่ความฝ่ายใดไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใด หรือปฏิเสธข้อเท็จจริงใดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่ายอมรับข้อเท็จจริงนั้นแล้ว เว้นแต่คู่ความฝ่ายนั้นไม่อยู่ในวิสัยที่จะตอบหรือแสดงเหตุผลแห่งการปฏิเสธได้ในขณะนั้นคู่ความมีสิทธิคัดค้านว่าประเด็นข้อพิพาทหรือหน้าที่นำสืบที่ศาลกำหนดไว้นั้นไม่ถูกต้อง โดยแถลงด้วยวาจาต่อศาลในขณะนั้นหรือยื่นคำร้องต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลสั่งกำหนดประเด็นข้อพิพาทหรือหน้าที่นำสืบ ให้ศาลชี้ขาดคำคัดค้านนั้นก่อนวันสืบพยาน คำชี้ขาดคำคัดค้านดังกล่าวให้อยู่ภายใต้บังคับมาตรา ๒๒๖</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-183/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา