ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 226: คำสั่งระหว่างพิจารณาและการอุทธรณ์
ตัวบทกฎหมาย
ก่อนศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ถ้าศาลนั้นได้มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๒๗ และ ๒๒๘
(๑) ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา
(๒) ถ้าคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งคำสั่งใด ให้ศาลจดข้อโต้แย้งนั้นลงไว้ในรายงาน คู่ความที่โต้แย้งชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีนั้นเป็นต้นไปเพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ไม่ว่าศาลจะได้มีคำสั่งให้รับคำฟ้องไว้แล้วหรือไม่ ให้ถือว่าคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งของศาลนับตั้งแต่มีการยื่นคำฟ้องต่อศาลนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๒๗ และ ๒๒๘ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา
คำแปลภาษาอังกฤษ
Before the court of first instance has rendered a judgment or an order finally deciding the case, if that court has issued any order other than those specified in Sections 227 and 228:
(1) no appeal against that order shall be allowed during the trial;
(2) if any party objects to any order, the court shall record that objection in the record; the party who objected is entitled to appeal the order within one month from the date on which the court renders the judgment or the order finally deciding the case.
For the purpose of this section, whether or not the court has already ordered acceptance of the complaint, any order of the court from the time the complaint is filed with the court, other than those specified in Sections 227 and 228, shall be deemed an interlocutory order.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 226 เป็นหลักคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ป้องกันการอุทธรณ์เป็นช่วง ๆ ซึ่งทำให้คดีแตกและล่าช้า คำสั่งใดที่ออกก่อนมีคำพิพากษา นอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และ 228 อุทธรณ์ระหว่างพิจารณาไม่ได้ คู่ความที่โต้แย้งต้องให้จดข้อโต้แย้งไว้ และอุทธรณ์ได้เฉพาะหลังมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีภายในหนึ่งเดือน ข้อสันนิษฐานในมาตรานี้กว้าง คือแทบทุกคำสั่งนับแต่ยื่นคำฟ้อง นอกจากประเภทตามมาตรา 227 และ 228 เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โดยหลักจึงอุทธรณ์ทันทีไม่ได้ การจดข้อโต้แย้งจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะหากไม่โต้แย้งไว้ย่อมเสียสิทธิที่จะโต้แย้งคำสั่งนั้นในภายหลัง
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
นิสัยที่สำคัญที่สุดภายใต้มาตรา 226 คือ ต้องโต้แย้งให้ศาลจดไว้ในรายงานทันทีที่ศาลมีคำสั่งระหว่างพิจารณาที่เป็นผลร้าย แม้เป็นคำสั่งธรรมดา เพราะหากไม่มีข้อโต้แย้งที่จดไว้ สิทธิอุทธรณ์ในภายหลังย่อมหมดไป จากนั้นจึงอุทธรณ์พร้อมหรือหลังคำพิพากษาภายในหนึ่งเดือน อย่าอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาทันที เพราะจะถูกยกว่าอุทธรณ์ก่อนกำหนด การบริหารคดีอย่างรอบคอบช่วยรักษาสิทธิอุทธรณ์ของท่าน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4289/2565 (2022)
คำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นและรับคำให้การฉบับแก้ไขใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226 คู่ความที่โต้แย้งอุทธรณ์ได้เฉพาะภายในหนึ่งเดือนหลังมีคำพิพากษา ไม่ใช่อุทธรณ์ทันที
เมื่อศาลรับคำให้การฉบับใหม่ของจำเลยที่ยกเรื่องอายุความ โจทก์โต้แย้ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226 (ประกอบมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค) จึงอุทธรณ์ได้เฉพาะภายในหนึ่งเดือนนับแต่มีคำพิพากษา ไม่ใช่ระหว่างพิจารณา
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3748/2565 (2022)
คำสั่งเพิกถอนการรับคำร้องและอนุญาตให้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ฉบับใหม่ ไม่ใช่คำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความที่อุทธรณ์ได้ตามมาตรา 228 แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ต้องห้ามอุทธรณ์ทันทีตามมาตรา 226 (1) ซึ่งคู่ความต้องโต้แย้งไว้ตามมาตรา 226 (2) เพื่อรักษาสิทธิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความตามมาตรา 228 แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226 (1) เพื่อรักษาสิทธิอุทธรณ์ ผู้ร้องต้องทำคำโต้แย้งไว้ตามมาตรา 226 (2) ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์และยกฎีกา
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3202/2559 (2016)
เมื่อคู่ความได้โต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาไว้ (ในคดีนี้ในวันถัดจากวันกำหนดประเด็นข้อพิพาท) ย่อมรักษาสิทธิที่จะยกข้อนั้นขึ้นอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 226 (2)
เนื่องจากโจทก์ได้โต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาไว้ในวันถัดจากวันที่ศาลกำหนดประเด็นข้อพิพาท ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ยังมีสิทธิอุทธรณ์ในข้อนี้ได้ตามมาตรา 226 (2) (ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ) และรับวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 372 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2565)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3748/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10300/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 12434/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7206/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4474/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1427/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 18330/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 17023/2557 (2014)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาระหว่างที่คดียังพิจารณาอยู่ได้หรือไม่
ไม่ได้ ตามมาตรา 226 คำสั่งที่ออกระหว่างพิจารณา (นอกจากที่ระบุในมาตรา 227 และ 228) อุทธรณ์ระหว่างพิจารณาไม่ได้ ต้องโต้แย้งให้จดไว้และอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือนหลังมีคำพิพากษา
ถ้าไม่โต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาจะเป็นอย่างไร
จะเสียสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้น มาตรา 226 (2) กำหนดให้จดข้อโต้แย้งไว้ระหว่างพิจารณา หากไม่มีข้อโต้แย้งที่จดไว้ ย่อมโต้แย้งคำสั่งนั้นในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 226 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 226. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-226/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 226 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-226/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-226/"><p>ก่อนศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ถ้าศาลนั้นได้มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๒๗ และ ๒๒๘ (๑) ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา (๒) ถ้าคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งคำสั่งใด ให้ศาลจดข้อโต้แย้งนั้นลงไว้ในรายงาน คู่ความที่โต้แย้งชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีนั้นเป็นต้นไปเพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ไม่ว่าศาลจะได้มีคำสั่งให้รับคำฟ้องไว้แล้วหรือไม่ ให้ถือว่าคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งของศาลนับตั้งแต่มีการยื่นคำฟ้องต่อศาลนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๒๗ และ ๒๒๘ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา</p><footer>Civil Procedure Code, s. 226 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-226/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา