ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 227: คำสั่งที่ทำให้คดีเสร็จไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา

ตัวบทกฎหมาย

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ หรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา ๒๔ ซึ่งทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องนั้น มิให้ถือว่าเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณา และให้อยู่ภายในข้อบังคับของการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี

คำแปลภาษาอังกฤษ

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ หรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา ๒๔ ซึ่งทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องนั้น มิให้ถือว่าเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณา และให้อยู่ภายในข้อบังคับของการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 227 เป็นบทเปิดลักษณะ 1 อุทธรณ์ ในภาค 3 โดยจำแนกคำสั่งสองประเภท คือ คำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความตามมาตรา 18 และคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามมาตรา 24 ซึ่งโดยปกติมีลักษณะเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แต่เมื่อคำสั่งนั้นทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง มาตรานี้กำหนดให้ไม่ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ต้องห้ามตามมาตรา 226 และให้อยู่ภายใต้หลักการอุทธรณ์คำพิพากษา ต้องอ่านประกอบมาตรา 228 ซึ่งกล่าวถึงกรณีที่คำสั่งเช่นว่านั้นทำให้คดีเสร็จไปเพียงบางประเด็น

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ประโยชน์ในทางปฏิบัติอยู่ที่กำหนดเวลาและค่าใช้จ่าย เพราะคำสั่งชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 ที่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องถือเป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดคดี คู่ความอุทธรณ์ได้ตามหลักการอุทธรณ์คำพิพากษาโดยไม่ต้องรอจนสิ้นสุดการพิจารณา และไม่ต้องโต้แย้งคำสั่งไว้ก่อนเหมือนคำสั่งระหว่างพิจารณาแท้จริง ทั้งการอุทธรณ์คำสั่งชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเสียค่าขึ้นศาลเพียงชั้นละ 200 บาท มิใช่ตามทุนทรัพย์ที่พิพาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5836/2559 (2016)

    เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามมาตรา 24 ซึ่งทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง การอุทธรณ์และฎีกาต่อมาเป็นการอุทธรณ์ฎีกาตามมาตรา 227 เสียค่าขึ้นศาลเพียงชั้นละ 200 บาท มิใช่ตามทุนทรัพย์ที่พิพาท

    ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายที่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการอุทธรณ์และฎีกาเป็นไปตามมาตรา 227 เสียค่าขึ้นศาลเพียงชั้นละ 200 บาท ตามตาราง 1 และให้คืนค่าขึ้นศาลที่จำเลยเสียเกินมาในชั้นฎีกา

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10260/2556 (2013)

    คำสั่งให้รับคำให้การอันเป็นคำคู่ความเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณานอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และมาตรา 228 เมื่อไม่ได้โต้แย้งคำสั่งไว้ จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 226

    ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณานอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และ 228 เมื่อโจทก์มิได้โต้แย้งไว้ จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 226

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 89 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2559)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4474/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 290/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10260/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 12053/2554 (2011)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6017/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8321/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7778/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3302/2551 (2008)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คำสั่งชี้ขาดเบื้องต้นที่ทำให้คดีเสร็จทั้งเรื่องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาหรือไม่

ไม่เป็น ตามมาตรา 227 คำสั่งชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 ที่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง ไม่ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา และอุทธรณ์ตามหลักการอุทธรณ์คำพิพากษา

ค่าขึ้นศาลในการอุทธรณ์คำสั่งชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 เท่าใด

การอุทธรณ์คำสั่งชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามมาตรา 24 เสียค่าขึ้นศาลเพียงชั้นละ 200 บาท ตามตาราง 1 มิใช่คิดตามทุนทรัพย์ที่พิพาท

มีกำหนดเวลาอุทธรณ์คำสั่งเช่นนี้เท่าใด

เมื่อคำสั่งถือเป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดคดี จึงใช้กำหนดอุทธรณ์ตามปกติ คือภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำสั่ง ตามมาตรา 229

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 227
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 227. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-227/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 227
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-227/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-227/"><p>คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ หรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา ๒๔ ซึ่งทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องนั้น มิให้ถือว่าเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณา และให้อยู่ภายในข้อบังคับของการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 227 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-227/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง