ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 24: การวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น

ตัวบทกฎหมาย

เมื่อคู่ความฝ่ายใดยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นอ้าง ซึ่งถ้าหากได้วินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายนั้นแล้ว จะไม่ต้องมีการพิจารณาคดีต่อไปอีก หรือไม่ต้องพิจารณาประเด็นสำคัญแห่งคดีบางข้อ หรือถึงแม้จะดำเนินการพิจารณาประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีไป ก็ไม่ทำให้ได้ความชัดขึ้นอีกแล้ว เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอ ให้ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งให้มีผลว่าก่อนดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลจะได้พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายเช่นว่านี้แล้ววินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหานั้นถ้าศาลเห็นว่าคำวินิจฉัยชี้ขาดเช่นว่านี้จะทำให้คดีเสร็จไปได้ทั้งเรื่องหรือเฉพาะแต่ประเด็นแห่งคดีบางข้อ ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่กล่าวมาแล้วและพิพากษาคดีเรื่องนั้นหรือเฉพาะแต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องไปโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งฉบับเดียวกันก็ได้คำสั่งใด ๆ ของศาลที่ได้ออกตามมาตรานี้ ให้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๗, ๒๒๘ และ ๒๔๗

คำแปลภาษาอังกฤษ

Where a party raises a question of law which, if decided in that party's favour, would make it unnecessary to try the case any further, or unnecessary to try certain material issues of the case, or where, even if the material issues of the case were tried, this would not make the matter any clearer, then, when the court thinks fit or when either party makes a request, the court has the power to order that, before proceeding further with the trial, it will consider such question of law and give a preliminary ruling on it. If the court is of the opinion that such preliminary ruling will dispose of the whole case or of only certain issues of the case, the court may rule on the said question and give judgment on that case, or on only the issues concerned, by one and the same judgment or order. Any order of the court made under this Section may be appealed and further appealed as provided in Sections 227, 228 and 247.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 24 ให้ศาลมีเครื่องมือจัดการคดี โดยวินิจฉัยข้อกฎหมายเบื้องต้นก่อนหรือแทนการสืบพยานเต็มรูปแบบ ในกรณีที่หากวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายที่ขอแล้วจะทำให้คดีทั้งเรื่องหรือประเด็นสำคัญเสร็จไปได้ มักใช้กับปัญหาเรื่องอำนาจฟ้อง ความสามารถ หรือการปฏิบัติตามขั้นตอนก่อนฟ้อง หากคำวินิจฉัยทำให้คดีเสร็จ ศาลอาจรวมคำวินิจฉัยและคำพิพากษาไว้ในฉบับเดียวกันได้ ทั้งนี้บทนี้กำหนดให้อุทธรณ์และฎีกาตามมาตรา 227, 228 และ 247

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

คำร้องตามมาตรา 24 อาจเป็นทางชนะคดีที่รวดเร็วและประหยัด เพราะคำวินิจฉัยข้อกฎหมายที่เป็นคุณอาจทำให้คดีเสร็จไปโดยไม่ต้องสืบพยานทั้งหมด จึงควรพิจารณาแต่เนิ่น ๆ เช่น เมื่ออาจโต้แย้งว่าอีกฝ่ายไม่มีอำนาจฟ้องหรือไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนก่อนฟ้อง และเนื่องจากคำสั่งอุทธรณ์ฎีกาได้ตามมาตรา 227, 228 และ 247 จึงควรเตรียมรับว่าการชนะเบื้องต้นอาจถูกอุทธรณ์ต่อไปก่อนคดีจะยุติ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 (2024)

    การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก เป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องซึ่งถึงแก่ความตายจึงไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ และเมื่อผู้ร้องถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ย่อมไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาฎีกาของผู้ร้องต่อไป ศาลฎีกาจึงให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องเสียจากสารบบความตามมาตรา 132 (3)

    ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้จัดการมรดกทั้งสองและตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกแทน ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่าผู้คัดค้านมิใช่ผู้มีส่วนได้เสีย ศาลชั้นต้นเห็นสมควรวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 จึงงดไต่สวนและยกคำร้องของผู้คัดค้าน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้คัดค้านไว้ไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ ผู้ร้องที่ 1 ฎีกาโดยได้รับอนุญาต แล้วถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทายาทยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการขอตั้งและการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัว ทายาทจึงเข้าเป็นคู่ความแทนไม่ได้ และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึงแก่ความตายก็ไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาฎีกาต่อไป จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามมาตรา 132 (3) และคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา โดยมิได้วินิจฉัยเนื้อหาของคำสั่งชี้ขาดเบื้องต้นของศาลชั้นต้น

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5669/2567 (2024)

    ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐเป็นเพียงเครื่องมือในการบริหารราชการ มิใช่บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวด้วยสิทธิหรือการจำกัดสิทธิในการฟ้องคดี และไม่มีข้อใดห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐฟ้องร้องกันเอง การละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบจึงไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐหมดสิทธิฟ้อง คำวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา ๒๔ ที่วินิจฉัยตรงกันข้ามย่อมไม่ชอบ

    ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ เป็นเพียงช่องทางที่วางไว้เพื่อให้ข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐยุติได้โดยไม่ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล มิใช่บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวด้วยสิทธิหรือการจำกัดสิทธิในการฟ้องคดี และไม่มีข้อใดห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐฟ้องร้องกันเอง การละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบจึงไม่ทำให้หมดสิทธิฟ้องร้อง เพราะเมื่อมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่ง บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้เสมอตามมาตรา ๕๕ ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับคำวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นของศาลชั้นต้นตามมาตรา ๒๔ ที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 721/2565 (2022)

    คู่ความอาจยื่นคำร้องตามมาตรา 24 ให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นว่าผู้ร้องสอดมีอำนาจยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีได้หรือไม่ เพื่อให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้นก่อนดำเนินการต่อ

    ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องยื่นคำร้องตามมาตรา 24 ให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าผู้ร้องสอดมีอำนาจยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีได้หรือไม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องสอด แสดงการใช้มาตรา 24 ตรวจสอบอำนาจของผู้ร้องสอด

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 194 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5669/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4726/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 91/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4362/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2673/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14252/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10754/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2046/2558 (2015)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

การวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นคืออะไร

ตามมาตรา 24 คือการที่ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายก่อนสืบพยานเต็มรูปแบบ ในกรณีที่การวินิจฉัยอาจทำให้คดีทั้งเรื่องหรือประเด็นสำคัญเสร็จไปได้โดยไม่ต้องสืบพยานทั้งหมด

มาตรา 24 มักใช้เมื่อใด

มักใช้กับปัญหาเบื้องต้น เช่น คู่ความมีอำนาจฟ้องหรือไม่ มีความสามารถหรือไม่ หรือได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดก่อนฟ้องแล้วหรือไม่

คำสั่งตามมาตรา 24 อุทธรณ์ได้หรือไม่

ได้ มาตรานี้บัญญัติไว้ชัดว่าคำสั่งที่ออกตามมาตรานี้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามมาตรา 227, 228 และ 247

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 24 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 24. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-24/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 24
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-24/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-24/"><p>เมื่อคู่ความฝ่ายใดยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นอ้าง ซึ่งถ้าหากได้วินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายนั้นแล้ว จะไม่ต้องมีการพิจารณาคดีต่อไปอีก หรือไม่ต้องพิจารณาประเด็นสำคัญแห่งคดีบางข้อ หรือถึงแม้จะดำเนินการพิจารณาประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีไป ก็ไม่ทำให้ได้ความชัดขึ้นอีกแล้ว เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอ ให้ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งให้มีผลว่าก่อนดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลจะได้พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายเช่นว่านี้แล้ววินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหานั้นถ้าศาลเห็นว่าคำวินิจฉัยชี้ขาดเช่นว่านี้จะทำให้คดีเสร็จไปได้ทั้งเรื่องหรือเฉพาะแต่ประเด็นแห่งคดีบางข้อ ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่กล่าวมาแล้วและพิพากษาคดีเรื่องนั้นหรือเฉพาะแต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องไปโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งฉบับเดียวกันก็ได้คำสั่งใด ๆ ของศาลที่ได้ออกตามมาตรานี้ ให้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๗, ๒๒๘ และ ๒๔๗</p><footer>Civil Procedure Code, s. 24 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-24/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง