ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 24: การวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อคู่ความฝ่ายใดยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นอ้าง ซึ่งถ้าหากได้วินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายนั้นแล้ว จะไม่ต้องมีการพิจารณาคดีต่อไปอีก หรือไม่ต้องพิจารณาประเด็นสำคัญแห่งคดีบางข้อ หรือถึงแม้จะดำเนินการพิจารณาประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีไป ก็ไม่ทำให้ได้ความชัดขึ้นอีกแล้ว เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอ ให้ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งให้มีผลว่าก่อนดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลจะได้พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายเช่นว่านี้แล้ววินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหานั้นถ้าศาลเห็นว่าคำวินิจฉัยชี้ขาดเช่นว่านี้จะทำให้คดีเสร็จไปได้ทั้งเรื่องหรือเฉพาะแต่ประเด็นแห่งคดีบางข้อ ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่กล่าวมาแล้วและพิพากษาคดีเรื่องนั้นหรือเฉพาะแต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องไปโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งฉบับเดียวกันก็ได้คำสั่งใด ๆ ของศาลที่ได้ออกตามมาตรานี้ ให้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๗, ๒๒๘ และ ๒๔๗
คำแปลภาษาอังกฤษ
เมื่อคู่ความฝ่ายใดยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นอ้าง ซึ่งถ้าหากได้วินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายนั้นแล้ว จะไม่ต้องมีการพิจารณาคดีต่อไปอีก หรือไม่ต้องพิจารณาประเด็นสำคัญแห่งคดีบางข้อ หรือถึงแม้จะดำเนินการพิจารณาประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีไป ก็ไม่ทำให้ได้ความชัดขึ้นอีกแล้ว เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอ ให้ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งให้มีผลว่าก่อนดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลจะได้พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายเช่นว่านี้แล้ววินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหานั้นถ้าศาลเห็นว่าคำวินิจฉัยชี้ขาดเช่นว่านี้จะทำให้คดีเสร็จไปได้ทั้งเรื่องหรือเฉพาะแต่ประเด็นแห่งคดีบางข้อ ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่กล่าวมาแล้วและพิพากษาคดีเรื่องนั้นหรือเฉพาะแต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องไปโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งฉบับเดียวกันก็ได้คำสั่งใด ๆ ของศาลที่ได้ออกตามมาตรานี้ ให้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๗, ๒๒๘ และ ๒๔๗
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 24 ให้ศาลมีเครื่องมือจัดการคดี โดยวินิจฉัยข้อกฎหมายเบื้องต้นก่อนหรือแทนการสืบพยานเต็มรูปแบบ ในกรณีที่หากวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายที่ขอแล้วจะทำให้คดีทั้งเรื่องหรือประเด็นสำคัญเสร็จไปได้ มักใช้กับปัญหาเรื่องอำนาจฟ้อง ความสามารถ หรือการปฏิบัติตามขั้นตอนก่อนฟ้อง หากคำวินิจฉัยทำให้คดีเสร็จ ศาลอาจรวมคำวินิจฉัยและคำพิพากษาไว้ในฉบับเดียวกันได้ ทั้งนี้บทนี้กำหนดให้อุทธรณ์และฎีกาตามมาตรา 227, 228 และ 247
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
คำร้องตามมาตรา 24 อาจเป็นทางชนะคดีที่รวดเร็วและประหยัด เพราะคำวินิจฉัยข้อกฎหมายที่เป็นคุณอาจทำให้คดีเสร็จไปโดยไม่ต้องสืบพยานทั้งหมด จึงควรพิจารณาแต่เนิ่น ๆ เช่น เมื่ออาจโต้แย้งว่าอีกฝ่ายไม่มีอำนาจฟ้องหรือไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนก่อนฟ้อง และเนื่องจากคำสั่งอุทธรณ์ฎีกาได้ตามมาตรา 227, 228 และ 247 จึงควรเตรียมรับว่าการชนะเบื้องต้นอาจถูกอุทธรณ์ต่อไปก่อนคดีจะยุติ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 (2024)
การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก เป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องซึ่งถึงแก่ความตายจึงไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ และเมื่อผู้ร้องถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ย่อมไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาฎีกาของผู้ร้องต่อไป ศาลฎีกาจึงให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องเสียจากสารบบความตามมาตรา 132 (3)
ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้จัดการมรดกทั้งสองและตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกแทน ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่าผู้คัดค้านมิใช่ผู้มีส่วนได้เสีย ศาลชั้นต้นเห็นสมควรวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 จึงงดไต่สวนและยกคำร้องของผู้คัดค้าน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้คัดค้านไว้ไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ ผู้ร้องที่ 1 ฎีกาโดยได้รับอนุญาต แล้วถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทายาทยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการขอตั้งและการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัว ทายาทจึงเข้าเป็นคู่ความแทนไม่ได้ และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึงแก่ความตายก็ไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาฎีกาต่อไป จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามมาตรา 132 (3) และคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา โดยมิได้วินิจฉัยเนื้อหาของคำสั่งชี้ขาดเบื้องต้นของศาลชั้นต้น
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5669/2567 (2024)
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐเป็นเพียงเครื่องมือในการบริหารราชการ มิใช่บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวด้วยสิทธิหรือการจำกัดสิทธิในการฟ้องคดี และไม่มีข้อใดห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐฟ้องร้องกันเอง การละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบจึงไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐหมดสิทธิฟ้อง คำวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา ๒๔ ที่วินิจฉัยตรงกันข้ามย่อมไม่ชอบ
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ เป็นเพียงช่องทางที่วางไว้เพื่อให้ข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐยุติได้โดยไม่ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล มิใช่บทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวด้วยสิทธิหรือการจำกัดสิทธิในการฟ้องคดี และไม่มีข้อใดห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐฟ้องร้องกันเอง การละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบจึงไม่ทำให้หมดสิทธิฟ้องร้อง เพราะเมื่อมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่ง บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้เสมอตามมาตรา ๕๕ ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับคำวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นของศาลชั้นต้นตามมาตรา ๒๔ ที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 721/2565 (2022)
คู่ความอาจยื่นคำร้องตามมาตรา 24 ให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นว่าผู้ร้องสอดมีอำนาจยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีได้หรือไม่ เพื่อให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้นก่อนดำเนินการต่อ
ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องยื่นคำร้องตามมาตรา 24 ให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าผู้ร้องสอดมีอำนาจยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีได้หรือไม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องสอด แสดงการใช้มาตรา 24 ตรวจสอบอำนาจของผู้ร้องสอด
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 194 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5669/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4726/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 91/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4362/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2673/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14252/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10754/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2046/2558 (2015)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
การวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นคืออะไร
ตามมาตรา 24 คือการที่ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายก่อนสืบพยานเต็มรูปแบบ ในกรณีที่การวินิจฉัยอาจทำให้คดีทั้งเรื่องหรือประเด็นสำคัญเสร็จไปได้โดยไม่ต้องสืบพยานทั้งหมด
มาตรา 24 มักใช้เมื่อใด
มักใช้กับปัญหาเบื้องต้น เช่น คู่ความมีอำนาจฟ้องหรือไม่ มีความสามารถหรือไม่ หรือได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดก่อนฟ้องแล้วหรือไม่
คำสั่งตามมาตรา 24 อุทธรณ์ได้หรือไม่
ได้ มาตรานี้บัญญัติไว้ชัดว่าคำสั่งที่ออกตามมาตรานี้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามมาตรา 227, 228 และ 247
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 (ประเทศไทย) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 24. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-24/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 24 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-24/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-24/"><p>เมื่อคู่ความฝ่ายใดยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นอ้าง ซึ่งถ้าหากได้วินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายนั้นแล้ว จะไม่ต้องมีการพิจารณาคดีต่อไปอีก หรือไม่ต้องพิจารณาประเด็นสำคัญแห่งคดีบางข้อ หรือถึงแม้จะดำเนินการพิจารณาประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีไป ก็ไม่ทำให้ได้ความชัดขึ้นอีกแล้ว เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอ ให้ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งให้มีผลว่าก่อนดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลจะได้พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายเช่นว่านี้แล้ววินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหานั้นถ้าศาลเห็นว่าคำวินิจฉัยชี้ขาดเช่นว่านี้จะทำให้คดีเสร็จไปได้ทั้งเรื่องหรือเฉพาะแต่ประเด็นแห่งคดีบางข้อ ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่กล่าวมาแล้วและพิพากษาคดีเรื่องนั้นหรือเฉพาะแต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องไปโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งฉบับเดียวกันก็ได้คำสั่งใด ๆ ของศาลที่ได้ออกตามมาตรานี้ ให้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๗, ๒๒๘ และ ๒๔๗</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-24/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา