ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 18: อำนาจศาลตรวจคำคู่ความ
ตัวบทกฎหมาย
ให้ศาลมีอำนาจที่จะตรวจคำคู่ความที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้รับไว้เพื่อยื่นต่อศาล หรือส่งให้แก่คู่ความ หรือบุคคลใด ๆถ้าศาลเห็นว่าคำคู่ความที่ได้ยื่นไว้ดังกล่าวแล้วนั้น อ่านไม่ออก หรืออ่านไม่เข้าใจ หรือเขียนฟุ่มเฟือยเกินไป หรือไม่มีรายการ ไม่มีลายมือชื่อ ไม่แนบเอกสารต่าง ๆ ตามที่กฎหมายต้องการ หรือมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วน ศาลจะมีคำสั่งให้คืนคำคู่ความนั้นไปให้ทำมาใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติม หรือชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วน ภายในระยะเวลาและกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตลอดจนเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้ ถ้ามิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลในระยะเวลาหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก็ให้มีคำสั่งไม่รับคำคู่ความนั้น ถ้าศาลเห็นว่าคำคู่ความที่ได้นำมายื่นดังกล่าวข้างต้น มิได้เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกฎหมายที่บังคับไว้ นอกจากที่กล่าวมาในวรรคก่อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าสิทธิของคู่ความหรือบุคคลซึ่งยื่นคำคู่ความนั้นได้ถูกจำกัดห้ามโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายเรื่องเขตอำนาจศาล ก็ให้ศาลมีคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความนั้นไปเพื่อยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจถ้าไม่มีข้อขัดข้องดังกล่าวแล้ว ก็ให้ศาลจดแจ้งแสดงการรับคำคู่ความนั้นไว้บนคำคู่ความนั้นเองหรือในที่อื่นคำสั่งของศาลที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรานี้ ให้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๗, ๒๒๘ และ ๒๔๗
คำแปลภาษาอังกฤษ
The court shall have the power to examine pleadings that the court officials have received for filing with the court, or for service on a party or any person.
If the court is of the opinion that a pleading so filed is illegible, or unintelligible, or written with excessive verbosity, or lacks particulars, lacks a signature, does not have attached the various documents required by law, or that the court fee has not been paid or deposited correctly and in full, the court may order that the pleading be returned to be redone, or amended or supplemented, or that the court fee be paid or deposited correctly and in full, within such time and on such conditions, including as to costs, as the court thinks fit. If there is a failure to comply with the court's requirement within the time or on the conditions fixed, the court shall order that the pleading not be accepted.
If the court is of the opinion that a pleading so submitted does not comply with the conditions imposed by law, apart from those mentioned in the preceding paragraph, and in particular when it appears that the right of the party or person submitting the pleading is restricted or prohibited by the provisions of law on the jurisdiction of the courts, the court shall order that the pleading not be accepted, or shall return it for submission to the court having jurisdiction.
If there is no such impediment, the court shall record its acceptance of the pleading on the pleading itself or elsewhere.
A court order not accepting or returning a pleading under this section may be appealed and further appealed as provided in sections 227, 228 and 247.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 18 ให้ศาลมีอำนาจกลั่นกรองคำคู่ความภายในหมวด 3 วรรคสองว่าด้วยข้อบกพร่องเชิงรูปแบบ เช่น อ่านไม่ออก ฟุ่มเฟือย ไม่มีรายการ ไม่มีลายมือชื่อ ไม่แนบเอกสาร หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียม ซึ่งศาลอาจให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติตามก็ไม่รับคำคู่ความ วรรคสามว่าด้วยข้อขัดข้องเชิงเนื้อหาโดยเฉพาะเรื่องเขตอำนาจศาล ให้ศาลไม่รับหรือคืนคำคู่ความไปยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ การรับคำคู่ความบันทึกตามวรรคสี่ ที่สำคัญวรรคท้ายคงสิทธิอุทธรณ์คำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความตามมาตรา 227, 228 และ 247 คู่ความจึงมิได้ปราศจากทางแก้ อำนาจนี้ถูกนำไปใช้อย่างกว้างผ่านกฎหมายวิธีพิจารณาอื่นที่นำประมวลนี้มาใช้บังคับ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
คำคู่ความที่ถูกตีกลับที่หน้าเคาน์เตอร์ส่วนใหญ่ถูกตีกลับตามมาตรานี้ มักเพราะขาดลายมือชื่อหรือเอกสาร ค่าธรรมเนียมไม่ครบ หรือยื่นผิดศาล ควรแก้ไขข้อบกพร่องภายในเวลาที่ศาลกำหนด เพราะการพลาดกำหนดทำให้ปัญหาที่แก้ได้กลายเป็นการไม่รับ หากคำคู่ความถูกไม่รับหรือคืน ท่านอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 227, 228 และ 247 การยื่นให้ถูกต้องแต่แรกช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมและเวลา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2566 (2023)
ศาลมีอำนาจยกคำร้องขอได้ตั้งแต่ชั้นตรวจคำร้องตามมาตรา 18 โดยไม่จำต้องมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้ก่อน หากตรวจแล้วเห็นว่าไม่ควรดำเนินต่อไป
ศาลล้มละลายกลางตรวจคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของผู้ร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้องขอ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าศาลมีอำนาจยกคำร้องขอตั้งแต่ชั้นตรวจคำร้องได้ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 172 วรรคสาม และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายฯ โดยไม่จำต้องมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้ก่อน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2567 (2024)
ขั้นตอนการอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการภายในตามกฎกระทรวง ซึ่งให้สิทธิผู้ปฏิบัติงานเลือกว่าจะใช้หรือไม่ มิใช่บทบังคับที่ต้องปฏิบัติก่อนจึงจะฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้ การไม่ใช้ขั้นตอนนั้นจึงไม่อาจนำมาอ้างตามมาตรา ๑๘ วรรคสาม เพื่อตัดสิทธิฟ้องของโจทก์
กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๙ ให้สิทธิผู้ปฏิบัติงานที่จะเลือกว่าประสงค์จะอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานประจำสถาบันหรือไม่ หาใช่บทบังคับที่ต้องนำเรื่องเข้าสู่ขั้นตอนดังกล่าวในทุกกรณี และหาใช่บทบังคับที่ต้องปฏิบัติก่อนจึงจะฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้ จึงไม่อาจนำมาเป็นเหตุตัดสิทธิโจทก์ในการฟ้องเรียกค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ้างและจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมก็ไม่มีกฎหมายใดกำหนดขั้นตอนไว้ก่อนฟ้อง อนึ่ง กฎกระทรวงมีลักษณะให้เลือกใช้สิทธิทางใดทางหนึ่ง เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ ย่อมถือว่าเลือกใช้สิทธิทางศาลและสละสิทธิที่จะอุทธรณ์ การที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ในภายหลังจึงไม่ทำให้อำนาจฟ้องที่มีอยู่แล้วสิ้นไป
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3748/2565 (2022)
คำสั่งที่ให้เพิกถอนคำสั่งรับคำร้องเพราะชำระค่าขึ้นศาลไม่ครบ และอนุญาตให้ยื่นคำร้องฉบับใหม่ มิใช่คำสั่งที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ วรรคท้าย ซึ่งจะอุทธรณ์ได้ตามมาตรา ๒๒๘ แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๒๖ (๑) เว้นแต่จะได้ทำคำโต้แย้งคำสั่งไว้ก่อน
แม้คำร้องของผู้ร้องจะใช้คำว่าขอให้กันส่วนที่ดินของตน แต่เนื้อหาเป็นกรณีที่ผู้ร้องประสงค์ขอให้ปล่อยที่ดินเฉพาะส่วนที่ตนครอบครองเป็นสัดส่วนก่อนมีการขายทอดตลาด อันเป็นการร้องขัดทรัพย์ตามมาตรา ๓๒๓ วรรคหนึ่ง ซึ่งถือเป็นคำฟ้องตามมาตรา ๑ (๓) เมื่อยื่นคำร้องต่อศาลก็เท่ากับได้ยื่นคำฟ้องแล้ว โดยไม่ต้องให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องเสียก่อน คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนคำสั่งรับคำร้องไว้ไต่สวนเพราะชำระค่าขึ้นศาลไม่ครบ และอนุญาตให้ยื่นคำร้องฉบับใหม่ จึงมิใช่คำสั่งที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ วรรคท้ายที่จะอุทธรณ์ได้ หากแต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๒๖ (๑)
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 222 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1088/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3748/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3457/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2443/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4548/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8036/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1930/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10098/2559 (2016)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมศาลจึงคืนคำคู่ความของฉัน?
ตามมาตรา 18 ศาลคืนคำคู่ความที่อ่านไม่ออก ไม่ครบถ้วน ไม่มีลายมือชื่อ ไม่แนบเอกสาร หรือค่าธรรมเนียมไม่ครบ เพื่อให้แก้ไข หรือไม่รับหรือคืนคำคู่ความที่ขัดเงื่อนไข เช่น เรื่องเขตอำนาจศาล
หากไม่แก้ไขข้อบกพร่องภายในกำหนดจะเป็นอย่างไร?
หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลภายในเวลาหรือเงื่อนไขที่กำหนด ศาลจะมีคำสั่งไม่รับคำคู่ความนั้น
อุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำคู่ความได้หรือไม่?
ได้ วรรคท้ายของมาตรา 18 ให้อุทธรณ์และฎีกาคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความได้ตามมาตรา 227, 228 และ 247
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 18. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-18/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 18 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-18/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-18/"><p>ให้ศาลมีอำนาจที่จะตรวจคำคู่ความที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้รับไว้เพื่อยื่นต่อศาล หรือส่งให้แก่คู่ความ หรือบุคคลใด ๆถ้าศาลเห็นว่าคำคู่ความที่ได้ยื่นไว้ดังกล่าวแล้วนั้น อ่านไม่ออก หรืออ่านไม่เข้าใจ หรือเขียนฟุ่มเฟือยเกินไป หรือไม่มีรายการ ไม่มีลายมือชื่อ ไม่แนบเอกสารต่าง ๆ ตามที่กฎหมายต้องการ หรือมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วน ศาลจะมีคำสั่งให้คืนคำคู่ความนั้นไปให้ทำมาใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติม หรือชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วน ภายในระยะเวลาและกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตลอดจนเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้ ถ้ามิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลในระยะเวลาหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก็ให้มีคำสั่งไม่รับคำคู่ความนั้น ถ้าศาลเห็นว่าคำคู่ความที่ได้นำมายื่นดังกล่าวข้างต้น มิได้เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกฎหมายที่บังคับไว้ นอกจากที่กล่าวมาในวรรคก่อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าสิทธิของคู่ความหรือบุคคลซึ่งยื่นคำคู่ความนั้นได้ถูกจำกัดห้ามโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายเรื่องเขตอำนาจศาล ก็ให้ศาลมีคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความนั้นไปเพื่อยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจถ้าไม่มีข้อขัดข้องดังกล่าวแล้ว ก็ให้ศาลจดแจ้งแสดงการรับคำคู่ความนั้นไว้บนคำคู่ความนั้นเองหรือในที่อื่นคำสั่งของศาลที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรานี้ ให้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๗, ๒๒๘ และ ๒๔๗</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-18/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา