203 — ห้ามอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดี ฟ้องใหม่ได้
คนบทกฎหมาย
ห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีตามมาตรา ๒๐๑ และมาตรา ๒๐๒ แต่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยอายุความ คำสั่งเช่นว่านี้ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องของตนใหม่
คำแปลภาษาไทย
The plaintiff is prohibited from appealing against an order striking out the case under Section 201 and Section 202. However, subject to the provisions of the law on prescription, such an order does not deprive the plaintiff of the right to submit the plaint anew.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 203 ปิดท้ายโครงสร้างเรื่องขาดนัดของมาตรา 201 และ 202 โดยห้ามอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดี แต่เปิดทางให้ฟ้องใหม่ได้ โจทก์ที่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อจึงต้องฟ้องใหม่แทนการโต้แย้งคำสั่ง ข้อสำคัญคือถ้อยคำ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยอายุความ เมื่ออ่านประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 193/17 ศาลฎีกาถือว่าการจำหน่ายคดีเพราะโจทก์ขาดนัดเป็นทำนองเดียวกับการทิ้งคดี การฟ้องเดิมจึงไม่เคยทำให้อายุความสะดุดหยุดลง และการฟ้องใหม่ต้องอยู่ในอายุความปกติเสมือนไม่เคยมีการฟ้องมาก่อน
ความสำคัญต่อ
กับดักของมาตรา 203 คืออายุความ เพราะการฟ้องเดิมถือว่าไม่เคยทำให้อายุความสะดุดหยุดลง โจทก์ที่ปล่อยให้คดีถูกจำหน่ายอาจพบว่าคดีที่ฟ้องใหม่ขาดอายุความ แม้การฟ้องครั้งแรกจะยื่นภายในกำหนด โดยเฉพาะคดีหนี้เงิน ควรตรวจสอบอายุความที่เหลือก่อนอาศัยสิทธิฟ้องใหม่ และรีบดำเนินการ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6751/2561 (2018)
มาตรา 203 ห้ามอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีตามมาตรา 202 แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะเสนอคำฟ้องใหม่ภายใต้บังคับอายุความ เมื่อการจำหน่ายคดีเพราะขาดนัดมิใช่การถอนฟ้องโดยแท้ โจทก์ย่อมไม่ได้ประโยชน์จากการฟ้องเดิม และถือว่าอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลง
ในประเด็นว่าหนี้ที่ขอรับชำระขาดอายุความหรือไม่ ศาลฎีกาปรับใช้มาตรา 203 ว่าคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเจ้าหนี้ขาดนัดไม่ตัดสิทธิฟ้องใหม่ แต่เมื่อการฟ้องเดิมถือว่าไม่เคยทำให้อายุความสะดุดหยุดลง การฟ้องใหม่จึงต้องอยู่ในอายุความ ซึ่งคดีนี้เกินกำหนดแล้ว
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2560 (2017)
แม้มาตรา 203 จะมิได้บัญญัติห้ามโจทก์ขอพิจารณาคดีใหม่ แต่การขอพิจารณาคดีใหม่ต้องมีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวเป็นสำคัญ เมื่อคดีถูกจำหน่ายเพราะโจทก์ขาดนัด สิทธิของโจทก์มีทางเดียวคือฟ้องคดีใหม่ภายในอายุความ
หลังคดีถูกจำหน่ายเพราะโจทก์ขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 202 ศาลฎีกาอธิบายว่าไม่มีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวจึงขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ได้ ตามมาตรา 203 โจทก์มีทางเดียวคือฟ้องคดีใหม่ภายในกำหนด
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9922/2558 (2015)
เมื่อศาลจำหน่ายคดีเพราะโจทก์ขาดนัดพิจารณา ต้องถือว่าอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลง แม้มาตรา 203 ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องใหม่ แต่ก็ต้องฟ้องใหม่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยอายุความ
คดีแพ่งเดิมของโจทก์ถูกจำหน่ายเพราะขาดนัด เมื่อนับจากวันที่คดีถึงที่สุดจนถึงวันฟ้องคดีใหม่เกิน 10 ปี ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 203 คดีที่ฟ้องใหม่ขาดอายุความ และพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
คดีถูกจำหน่ายเพราะขาดนัด อุทธรณ์ได้ไหม
ไม่ได้ มาตรา 203 ห้ามอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีตามมาตรา 201 หรือ 202 ทางแก้คือการฟ้องคดีใหม่ ไม่ใช่การอุทธรณ์
การฟ้องใหม่หลังคดีถูกจำหน่ายมีกำหนดเวลาหรือไม่
สิทธิฟ้องใหม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยอายุความ เพราะการฟ้องเดิมถือว่าไม่เคยทำให้อายุความสะดุดหยุดลง การฟ้องใหม่จึงต้องอยู่ในอายุความปกติ หากล่าช้าอาจขาดอายุความ