ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 203: ห้ามอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดี ฟ้องใหม่ได้

ตัวบทกฎหมาย

ห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีตามมาตรา ๒๐๑ และมาตรา ๒๐๒ แต่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยอายุความ คำสั่งเช่นว่านี้ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องของตนใหม่

คำแปลภาษาอังกฤษ

The plaintiff is prohibited from appealing against an order striking out the case under Section 201 and Section 202. However, subject to the provisions of the law on prescription, such an order does not deprive the plaintiff of the right to submit the plaint anew.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 203 ปิดท้ายโครงสร้างเรื่องขาดนัดของมาตรา 201 และ 202 โดยห้ามอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดี แต่เปิดทางให้ฟ้องใหม่ได้ โจทก์ที่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อจึงต้องฟ้องใหม่แทนการโต้แย้งคำสั่ง ข้อสำคัญคือถ้อยคำ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยอายุความ เมื่ออ่านประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 193/17 ศาลฎีกาถือว่าการจำหน่ายคดีเพราะโจทก์ขาดนัดเป็นทำนองเดียวกับการทิ้งคดี การฟ้องเดิมจึงไม่เคยทำให้อายุความสะดุดหยุดลง และการฟ้องใหม่ต้องอยู่ในอายุความปกติเสมือนไม่เคยมีการฟ้องมาก่อน

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

กับดักของมาตรา 203 คืออายุความ เพราะการฟ้องเดิมถือว่าไม่เคยทำให้อายุความสะดุดหยุดลง โจทก์ที่ปล่อยให้คดีถูกจำหน่ายอาจพบว่าคดีที่ฟ้องใหม่ขาดอายุความ แม้การฟ้องครั้งแรกจะยื่นภายในกำหนด โดยเฉพาะคดีหนี้เงิน ควรตรวจสอบอายุความที่เหลือก่อนอาศัยสิทธิฟ้องใหม่ และรีบดำเนินการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6751/2561 (2018)

    คำสั่งจำหน่ายคดีเพราะโจทก์ขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 202 เป็นผลจากการที่โจทก์ละทิ้งหรือทอดทิ้งคดีของตน จึงต้องถือว่าอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคหนึ่ง และโจทก์ไม่ได้รับประโยชน์ตามมาตรา 193/14 (2) มาตรา 203 ไม่ตัดสิทธิที่จะเสนอคำฟ้องใหม่ และเมื่ออายุความครบไปในระหว่างการพิจารณา โจทก์ย่อมฟ้องใหม่ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งจำหน่ายคดีถึงที่สุดตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคสอง

    ลูกหนี้อ้างว่าหนี้ที่เจ้าหนี้ขอรับชำระขาดอายุความ เพราะคดีที่เจ้าหนี้ฟ้องไว้เดิมถูกจำหน่ายเพราะขาดนัดพิจารณา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 15/2561 เห็นด้วยว่าการจำหน่ายคดีเช่นนั้นทำให้ต้องถือว่าอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลง แต่วินิจฉัยว่าหนี้ไม่ขาดอายุความ เพราะเจ้าหนี้ฟ้องคดีใหม่เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 ซึ่งอยู่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งจำหน่ายคดีถึงที่สุดตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคสอง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2560 (2017)

    แม้มาตรา 203 จะมิได้บัญญัติห้ามโจทก์ขอพิจารณาคดีใหม่ แต่การขอพิจารณาคดีใหม่ต้องมีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวเป็นสำคัญ เมื่อคดีถูกจำหน่ายเพราะโจทก์ขาดนัด สิทธิของโจทก์มีทางเดียวคือฟ้องคดีใหม่ภายในอายุความ

    หลังคดีถูกจำหน่ายเพราะโจทก์ขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 202 ศาลฎีกาอธิบายว่าไม่มีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวจึงขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ได้ ตามมาตรา 203 โจทก์มีทางเดียวคือฟ้องคดีใหม่ภายในกำหนด

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9922/2558 (2015)

    เมื่อศาลจำหน่ายคดีเพราะโจทก์ขาดนัดพิจารณา ต้องถือว่าอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลง แม้มาตรา 203 ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องใหม่ แต่ก็ต้องฟ้องใหม่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยอายุความ

    คดีแพ่งเดิมของโจทก์ถูกจำหน่ายเพราะขาดนัด เมื่อนับจากวันที่คดีถึงที่สุดจนถึงวันฟ้องคดีใหม่เกิน 10 ปี ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 203 คดีที่ฟ้องใหม่ขาดอายุความ และพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 8 คดี (พ.ศ. 2512 ถึง 2561)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1609/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9922/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2509/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1645/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1632/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 821/2522 (1979)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6751/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1899/2512 (1969)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คดีถูกจำหน่ายเพราะขาดนัด อุทธรณ์ได้ไหม

ไม่ได้ มาตรา 203 ห้ามอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีตามมาตรา 201 หรือ 202 ทางแก้คือการฟ้องคดีใหม่ ไม่ใช่การอุทธรณ์

การฟ้องใหม่หลังคดีถูกจำหน่ายมีกำหนดเวลาหรือไม่

สิทธิฟ้องใหม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยอายุความ เพราะการฟ้องเดิมถือว่าไม่เคยทำให้อายุความสะดุดหยุดลง การฟ้องใหม่จึงต้องอยู่ในอายุความปกติ หากล่าช้าอาจขาดอายุความ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 203
  • อ้างอิงแบบวิชาการ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ประเทศไทย), มาตรา 203. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-203/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 203
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-203/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-203/"><p>ห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีตามมาตรา ๒๐๑ และมาตรา ๒๐๒ แต่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยอายุความ คำสั่งเช่นว่านี้ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องของตนใหม่</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 203 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-203/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง