200 — นิยามการขาดนัดพิจารณา
คนบทกฎหมาย
ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙๘ ทวิ และมาตรา ๑๙๘ ตรี ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยาน และไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา
ถ้าคู่ความฝ่ายใดไม่มาศาลในวันนัดอื่นที่มิใช่วันสืบพยาน ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นสละสิทธิการดำเนินกระบวนพิจารณาของตนในนัดนั้น และทราบกระบวนพิจารณาที่ศาลได้ดำเนินไปในนัดนั้นด้วยแล้ว
คำแปลภาษาไทย
Subject to Section 198 bis and Section 198 ter, if either party does not appear at the court on the day of taking evidence and has not obtained the court's permission to postpone the case, that party shall be deemed to be in default of appearance.
If either party does not appear at the court on a hearing day other than the day of taking evidence, that party shall be deemed to have waived his right to conduct proceedings at that hearing and to be aware of the proceedings conducted by the court at that hearing.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 200 เป็นบทเปิดของส่วนที่ 2 ว่าด้วยการขาดนัดพิจารณา โดยแบ่งการไม่มาศาลออกเป็นสองประเภทอย่างชัดเจน การไม่มาในวันสืบพยานโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดี เป็นการขาดนัดพิจารณา ซึ่งเป็นประเภทร้ายแรงที่อาจนำไปสู่การจำหน่ายคดีหรือการพิจารณาฝ่ายเดียวตามมาตราต่อ ๆ ไป บทนี้อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 198 ทวิ และ 198 ตรี ดังนั้นการที่จำเลยขาดนัดไม่มาในวันสืบพยานฝ่ายเดียวจึงไม่ถือว่าขาดนัดพิจารณา ในทางกลับกัน การไม่มาในวันนัดอื่นมีผลเบากว่ามากตามวรรคสอง คือ ถือว่าคู่ความสละสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาในนัดนั้นและทราบสิ่งที่ได้ดำเนินไป แนวคำพิพากษายืนยันว่าวันสืบพยานในที่นี้ต้องเป็นวันสืบพยานในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีเอง
ความสำคัญต่อ
อย่าพลาดวันนัดสืบพยานเด็ดขาด หากคุณไม่มาและไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดี ถือว่าขาดนัดพิจารณา ซึ่งอาจทำให้แพ้คดี หากมาไม่ได้ ให้ยื่นขอเลื่อนคดีล่วงหน้าและขออนุญาตศาล อย่าเพียงไม่มา สำหรับวันนัดอื่นความเสี่ยงน้อยกว่า แต่ก็ยังถือว่าคุณทราบสิ่งที่ศาลดำเนินไปในวันนั้น จึงต้องติดตาม หากการมาศาลเป็นเรื่องยาก ควรสอบถามทางเลือกเรื่องผู้แทนก่อนถึงวันนัด
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9375/2559 (2016)
การขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 200 หมายถึงการที่โจทก์หรือจำเลยที่ยื่นคำให้การไม่มาศาลในวันสืบพยานโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดี และวันสืบพยานนั้นต้องเป็นวันสืบพยานในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีเอง
ผู้ร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแต่ไม่มีพยานมาไต่สวนตามคำร้อง ศาลฎีกาอธิบายว่าการขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 200 เกี่ยวกับการไม่มาในวันสืบพยานในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี จึงพิจารณาการไต่สวนคำร้องขอสวมสิทธิบนหลักดังกล่าว
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2560 (2017)
เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันสืบพยานและไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดี โจทก์ย่อมขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 200 วรรคหนึ่ง และหากจำเลยไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ศาลจำหน่ายคดีตามมาตรา 202
ทนายทั้งสองฝ่ายทราบวันนัดโดยชอบ และโจทก์ไม่มาในวันนัดสืบพยานโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดี ศาลฎีกาในคดีภาษีอากรที่นำประมวลกฎหมายมาใช้โดยอนุโลม วินิจฉัยว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 200 วรรคหนึ่ง และเมื่อจำเลยไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อ จึงจำหน่ายคดีตามมาตรา 202
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2551 (2008)
เมื่อกฎหมายจัดตั้งศาลชำนัญพิเศษมิได้บัญญัติวิธีการไว้โดยเฉพาะ ให้นำมาตรา 200 มาใช้โดยอนุโลม ดังนั้นคู่ความที่ไม่มาในวันนัดอื่นที่มิใช่วันสืบพยานจึงอยู่ภายใต้วรรคสอง มิใช่ถือว่าขาดนัดพิจารณา
ในคดีแรงงาน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเนื่องจากกฎหมายจัดตั้งศาลแรงงานไม่มีบทเฉพาะสำหรับการไม่มาในวันนัดหลังวันนัดพิจารณาและไกล่เกลี่ยครั้งแรก จึงนำมาตรา 200 มาใช้โดยอนุโลมตามกฎหมายจัดตั้งศาลแรงงาน โดยแยกวันสืบพยานออกจากวันนัดอื่น
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
การขาดนัดพิจารณาในคดีแพ่งคืออะไร
ตามมาตรา 200 คู่ความขาดนัดพิจารณาเมื่อไม่มาศาลในวันสืบพยานและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี
หากไม่มาในวันนัดที่ไม่ใช่วันสืบพยานจะเป็นอย่างไร
ตามวรรคสอง ถือว่าคุณสละสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาในนัดนั้นและทราบสิ่งที่ศาลดำเนินไป ไม่ถือว่าเป็นการขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ขาดนัดไม่มาในวันสืบพยานฝ่ายเดียวถือว่าขาดนัดพิจารณาหรือไม่
ไม่ถือ มาตรา 200 อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 198 ทวิ และ 198 ตรี จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การซึ่งไม่มาในวันสืบพยานฝ่ายเดียวจึงไม่ถือว่าขาดนัดพิจารณา