ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 197: นิยามการขาดนัดยื่นคำให้การ

ตัวบทกฎหมาย

เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การแล้ว จำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

คำแปลภาษาอังกฤษ

When the defendant has received a summons to file an answer but has not filed an answer within the period prescribed by law or by order of the court, the defendant shall be deemed to be in default of answer.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 197 เป็นบทเปิดของส่วนที่ 1 ว่าด้วยการขาดนัดยื่นคำให้การ โดยกำหนดชัดว่าจำเลยขาดนัดเมื่อใด คือ เมื่อได้รับหมายเรียกแล้วไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนดตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล นิยามนี้เป็นเชิงกลไก ขึ้นอยู่กับการพลาดกำหนดเวลา มิใช่ความผิด และเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับคำขอของโจทก์ตามมาตรา 198 และคำพิพากษาโดยขาดนัดที่ต้องมีมูลตามมาตรา 198 ทวิ ทั้งนี้ หลักการขาดนัดของคดีสามัญนี้ไม่ใช้กับคดีมโนสาเร่ซึ่งมีหลักเกณฑ์เฉพาะตามมาตรา 193 และ 193 ทวิ คำว่าจำเลยครอบคลุมถึงคู่ความที่ต้องยื่นคำให้การ ผู้ที่ไม่ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งจึงอาจขาดนัดตามมาตรานี้ได้เช่นกัน

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

กำหนดเวลายื่นคำให้การเป็นเรื่องเคร่งครัด เมื่อมีการส่งหมายเรียกโดยชอบแล้ว ระยะเวลาย่อมเริ่มนับ และการพลาดกำหนดทำให้ขาดนัดไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ หากถูกส่งหมายอย่าปล่อยเวลา ให้ยื่นคำให้การหรือปรึกษาทนายทันที เพราะการขาดนัดเปิดทางให้ศาลพิพากษาให้แพ้โดยมีช่องกลับตัวจำกัด หากไม่แน่ใจว่าการส่งหมายชอบหรือไม่ ควรยกขึ้นแต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่หลังมีคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10840/2558 (2015)

    มาตรา 197 นิยามการขาดนัดยื่นคำให้การว่าเป็นการที่จำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนดหลังได้รับหมายเรียก และทำงานร่วมกับมาตรา 198 เรื่องคำขอของโจทก์ที่ตามมา ทั้งนี้ศาลชำนัญพิเศษอาจมีหลักการขาดนัดเฉพาะที่ใช้แตกต่างออกไป

    ศาลฎีกาเปรียบเทียบหลักการขาดนัดของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งศาลมีคำสั่งแสดงว่าขาดนัดโดยพลัน กับมาตรา 197 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยอ้างนิยามของมาตราและความเชื่อมโยงกับคำขอภายในสิบห้าวันของโจทก์ตามมาตรา 198

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5336/2551 (2008)

    มาตรา 197 เป็นเพียงบทกำหนดสถานะว่าคู่ความซึ่งได้รับหมายโดยชอบแล้วไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนดย่อมขาดนัดยื่นคำให้การ ส่วนผลนั้นเป็นไปตามมาตรา 198 วรรคสอง กล่าวคือคู่ความอีกฝ่ายต้องมีคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นคำให้การสิ้นสุดลง เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด หากไม่ยื่นภายในกำหนด ศาลย่อมจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ อนึ่ง การเพิกถอนการไต่สวนที่ผิดระเบียบมีผลเฉพาะกระบวนพิจารณาในวันนั้น ไม่กระทบถึงกระบวนพิจารณาที่ได้กระทำโดยชอบมาก่อน และการส่งหมายนัดไต่สวนใหม่มิใช่การเริ่มกำหนดเวลายื่นคำให้การใหม่

    ในคดีร้องขัดทรัพย์ เจ้าพนักงานศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำร้องให้โจทก์แก้คดีโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2544 โจทก์จึงต้องยื่นคำให้การภายในวันที่ 17 ตุลาคม 2544 เมื่อไม่ยื่นย่อมขาดนัดยื่นคำให้การตามมาตรา 197 ผู้ร้องต้องมีคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวัน คือภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 แต่มิได้ยื่น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2544 ตามมาตรา 198 วรรคสอง ศาลฎีกาเห็นว่าชอบแล้ว และไม่รับฟังข้ออ้างว่ายังอยู่ในระยะเวลาสิบห้าวัน เพราะคำสั่งเพิกถอนการไต่สวนที่ผิดระเบียบเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2544 มีผลเฉพาะกระบวนพิจารณาในวันนั้น ไม่กระทบถึงการส่งหมายที่ชอบมาก่อน และการส่งหมายนัดไต่สวนใหม่มิใช่การให้ยื่นคำให้การใหม่ ทั้งวินิจฉัยว่าคำขอให้ไต่สวนคำร้องใหม่เป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท จึงคืนส่วนที่เกิน

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15018/2551 (2008)

    เนื่องจากคดีมโนสาเร่มีหลักเกณฑ์การขาดนัดยื่นคำให้การเฉพาะตามมาตรา 193 และ 193 ทวิ จึงนำหลักการขาดนัดของคดีสามัญตามมาตรา 197 และ 198 มาใช้กับคดีมโนสาเร่ไม่ได้ โจทก์ในคดีมโนสาเร่จึงไม่ต้องยื่นคำขอตามมาตรา 198 เมื่อจำเลยขาดนัด

    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าหลักเกณฑ์การขาดนัดเฉพาะของคดีมโนสาเร่ยกเว้นการใช้มาตรา 197 และ 198 ดังนั้นเมื่อจำเลยในคดีมโนสาเร่ขาดนัด โจทก์จึงไม่ต้องยื่นคำขอตามมาตรา 198 วรรคสองเพื่อให้ศาลพิพากษาให้ชนะคดีโดยขาดนัด

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 56 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2558)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 15018/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5336/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5600/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9101/2547 (2004)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3388/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4340-4341/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8599/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5779/2540 (1997)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การเมื่อใด

ตามมาตรา 197 จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การเมื่อได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การแล้ว แต่ไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายหรือศาลกำหนด

การขาดนัดยื่นคำให้การตามมาตรา 197 ใช้กับคดีมโนสาเร่หรือไม่

ไม่ใช้ คดีมโนสาเร่มีหลักเกณฑ์การขาดนัดเฉพาะตามมาตรา 193 และ 193 ทวิ ดังนั้นหลักการขาดนัดของคดีสามัญตามมาตรา 197 และ 198 จึงไม่นำมาใช้กับคดีมโนสาเร่

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 197. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-197/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 197
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-197/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-197/"><p>เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การแล้ว จำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-197/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง