ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 198: คำขอของโจทก์เมื่อจำเลยขาดนัด

ตัวบทกฎหมาย

ถ้าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ให้โจทก์มีคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลง เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด
ถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ
ถ้าโจทก์ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีโดยขาดนัดไปตามมาตรา ๑๙๘ ทวิ แต่ถ้าศาลมีเหตุสงสัยว่าจำเลยจะไม่ทราบหมายเรียกให้ยื่นคำให้การ ก็ให้ศาลมีคำสั่งให้มีการส่งหมายเรียกใหม่ โดยวิธีส่งหมายธรรมดาหรือโดยวิธีอื่นแทน และจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดตามที่เห็นสมควรเพื่อให้จำเลยได้ทราบหมายเรียกนั้นก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

If the defendant is in default of answer, the plaintiff shall file an application with the court within fifteen days from the end of the period prescribed for the defendant to file an answer, requesting the court to render a judgment or an order adjudicating the plaintiff the winning party by default.
If the plaintiff does not file the application with the court within the said period, the court shall order the case to be struck off the cause list.
If the plaintiff files the application with the court within the said period, the court shall render a judgment or an order adjudicating the case by default in accordance with Section 198 bis. However, if the court has reason to doubt whether the defendant is aware of the summons to file an answer, the court shall order a new summons to be served, by ordinary service or by other substituted means, and may impose such conditions as it thinks fit to ensure that the defendant becomes aware of that summons.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 198 กำหนดภาระของโจทก์เมื่อเกิดการขาดนัดยื่นคำให้การตามมาตรา 197 โดยกำหนดเวลาเคร่งครัดสิบห้าวันนับแต่สิ้นระยะเวลายื่นคำให้การของจำเลย ให้ยื่นคำขอเพื่อพิพากษาโดยขาดนัด ผลของการนิ่งเฉยเป็นไปโดยอัตโนมัติ วรรคสองให้ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ซึ่งทำให้คดีสิ้นสุดลงโดยไม่วินิจฉัยเนื้อหา คำขอที่ยื่นทันกำหนดจะส่งคดีไปสู่การทดสอบมูลคดีตามมาตรา 198 ทวิ วรรคสามเพิ่มหลักประกันความเป็นธรรม หากศาลสงสัยว่าจำเลยไม่เคยทราบหมายเรียก ก็ให้ส่งหมายใหม่ก่อนดำเนินการ มาตรานี้ทำงานคู่กับมาตรา 199 ตรี และมาตราต่อ ๆ ไป ซึ่งให้ทางแก่จำเลยที่ขาดนัดในการขอพิจารณาคดีใหม่หลังมีคำพิพากษา

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับโจทก์ กำหนดสิบห้าวันนี้พลาดได้ง่ายและไม่ยืดหยุ่น หากปล่อยให้พ้นไปคดีจะถูกจำหน่ายและต้องเริ่มต้นใหม่ ควรจดวันที่สิ้นระยะเวลายื่นคำให้การของจำเลยทันทีและยื่นคำขอโดยเร็ว สำหรับจำเลย การถูกจำหน่ายคดีอาจเป็นการรอดตัว แต่ก็ไม่ควรหวังพึ่งความพลาดของโจทก์ ขั้นตอนนี้พบบ่อยในคดีเรียกเก็บหนี้ที่จำเลยมักเพิกเฉยต่อหมายเรียก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5336/2551 (2008)

    เมื่อมีคู่ความขาดนัดยื่นคำให้การ แต่คู่ความอีกฝ่ายไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันเพื่อให้ชนะคดีโดยขาดนัด ให้ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามมาตรา 198 วรรคสอง

    ในคดีร้องขัดทรัพย์ ผู้ที่ควรยื่นคำให้การมิได้ยื่น แต่ผู้ร้องก็ไม่ยื่นคำขอภายในสิบห้าวันเพื่อให้ชนะคดีโดยขาดนัด ศาลชั้นต้นจึงจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามมาตรา 198 วรรคสอง และศาลฎีกาได้พิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งนั้น

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10840/2558 (2015)

    การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางต้องใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลดังกล่าวและข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2540 เป็นหลัก กฎหมายวิธีพิจารณาความอื่นนำมาใช้โดยอนุโลมเฉพาะเมื่อไม่มีบทบัญญัติไว้โดยเฉพาะ ตามข้อกำหนดฯ ข้อ 11 ศาลต้องมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การเสียก่อน ต่างกับคดีแพ่งทั่วไปที่การขาดนัดเป็นไปโดยผลของกฎหมายโดยศาลไม่ต้องมีคำสั่ง เมื่อยังไม่มีคำสั่งดังกล่าว จะนำมาตรา 198 วรรคสอง มาใช้บังคับจำหน่ายคดียังมิได้

    จำเลยที่ 3 ไม่ยื่นคำให้การ และมีการจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความตามมาตรา 198 วรรคสอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวยังใช้ไม่ได้ เพราะข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2540 ข้อ 11 กำหนดให้ศาลต้องมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การเสียก่อน เมื่อยังไม่มีคำสั่งเช่นว่านั้น จึงจะนำมาตรา 198 วรรคสอง มาใช้บังคับยังมิได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2562 (2019)

    เมื่อศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นใดแล้ว และคู่ความฝ่ายที่เสียหายมิได้ฎีกาโต้แย้ง ประเด็นนั้นย่อมยุติ การยกประเด็นเดิมขึ้นอีกเป็นการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตามมาตรา 144 วรรคหนึ่ง คดีนี้ประเด็นที่ยุติแล้วคือ การที่ศาลชั้นต้นมิได้จำหน่ายคดีแต่สืบพยานหลักฐานโจทก์ไปฝ่ายเดียว เป็นการใช้ดุลพินิจที่เหมาะสม หาขัดต่อมาตรา 198 วรรคสองไม่ อนึ่ง การโต้แย้งคำพิพากษาที่ไม่สั่งจำหน่ายคดีเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 (2) (ก)

    จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การในคดีที่โจทก์ขอให้แบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) จำเลยเคยอุทธรณ์ว่าการที่โจทก์ไม่ยื่นคำขอภายในสิบห้าวันไม่ชอบด้วยมาตรา 198 วรรคสอง ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยแล้วว่า เมื่อโจทก์มาศาลเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาตามนัด แสดงว่าประสงค์ดำเนินคดีต่อไป การที่ศาลชั้นต้นมิได้จำหน่ายคดีแต่สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวจึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่เหมาะสม โจทก์มิได้ฎีกาโต้แย้ง ประเด็นดังกล่าวจึงยุติ การที่จำเลยยกขึ้นอีกจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามมาตรา 144 วรรคหนึ่ง ทั้งเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท จึงคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกิน 6,247 บาท

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 50 คดี (พ.ศ. 2495 ถึง 2562)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1479/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10840/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10330-10331/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10330/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 15018/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5336/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1124/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 911/2548 (2005)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

โจทก์มีเวลาเท่าใดในการยื่นขอให้พิพากษาโดยขาดนัด

สิบห้าวัน ตามมาตรา 198 โจทก์ต้องยื่นคำขอให้พิพากษาโดยขาดนัดภายในสิบห้าวันนับแต่สิ้นระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การ

หากโจทก์พลาดกำหนดสิบห้าวันจะเกิดอะไรขึ้น

ศาลต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามมาตรา 198 วรรคสอง ทำให้คดีสิ้นสุดลงโดยไม่มีการวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดี

ศาลสั่งส่งหมายเรียกใหม่ก่อนพิพากษาโดยขาดนัดได้หรือไม่

ได้ ตามวรรคสาม หากศาลสงสัยว่าจำเลยไม่ทราบหมายเรียก ให้ศาลสั่งส่งหมายเรียกใหม่โดยวิธีส่งหมายธรรมดาหรือวิธีอื่นก่อนดำเนินการต่อไป

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 198 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 198. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-198/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 198
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-198/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-198/"><p>ถ้าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ให้โจทก์มีคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลง เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด ถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ ถ้าโจทก์ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีโดยขาดนัดไปตามมาตรา ๑๙๘ ทวิ แต่ถ้าศาลมีเหตุสงสัยว่าจำเลยจะไม่ทราบหมายเรียกให้ยื่นคำให้การ ก็ให้ศาลมีคำสั่งให้มีการส่งหมายเรียกใหม่ โดยวิธีส่งหมายธรรมดาหรือโดยวิธีอื่นแทน และจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดตามที่เห็นสมควรเพื่อให้จำเลยได้ทราบหมายเรียกนั้นก็ได้</p><footer>Civil Procedure Code, s. 198 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-198/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง