ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 132: การจำหน่ายคดีจากสารบบความ
ตัวบทกฎหมาย
ให้ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ โดยไม่ต้องมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องนั้น และให้กำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร
(๑) เมื่อโจทก์ทิ้งฟ้อง ถอนฟ้อง หรือไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗๔ มาตรา ๑๗๕ และมาตรา ๑๙๓ ทวิ
(๒) เมื่อโจทก์ไม่หาประกันมาให้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๓ และมาตรา ๓๒๓ หรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายขาดนัดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๙๘ มาตรา ๒๐๐ และมาตรา ๒๐๑
(๓) ถ้าความมรณะของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังให้คดีนั้นไม่มีประโยชน์ต่อไป หรือถ้าไม่มีผู้ใดเข้ามาแทนที่คู่ความฝ่ายที่มรณะดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๒
(๔) เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีรวมกันหรือให้แยกกัน ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘ และ ๒๙
คำแปลภาษาอังกฤษ
The court shall order the case struck from the docket without having to decide the issues of the matter, and shall fix the conditions as to court fees as it considers appropriate:
(1) when the plaintiff abandons the claim, withdraws the claim, or fails to appear at the court on the day fixed for hearing, as provided in Sections 174, 175, and 193 bis;
(2) when the plaintiff fails to provide security as provided in Sections 253 and 323, or when either party or both parties are in default as provided in Sections 198, 200, and 201;
(3) if the death of either party renders the case no longer of benefit to continue, or if no one enters to take the place of the deceased party as provided in Section 42;
(4) when the court has ordered the cases to be tried together or separately, resulting in the need to transfer a case to another court, as provided in Sections 28 and 29.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 132 กำหนดเหตุที่ศาลจัดการคดีในเชิงกระบวนพิจารณาโดยจำหน่ายออกจากสารบบความ แทนการวินิจฉัยเนื้อหา และให้ศาลกำหนดเงื่อนไขค่าฤชาธรรมเนียม เหตุทั้งสี่ครอบคลุมการที่โจทก์นิ่งเฉย (ทิ้งฟ้อง ถอนฟ้อง หรือไม่มาศาลตามมาตรา 174 175 193 ทวิ) การไม่หาประกันหรือการขาดนัด (มาตรา 253 323 198 200 201) ความตายของคู่ความที่ทำให้คดีไม่มีประโยชน์และไม่มีผู้เข้าแทน (มาตรา 42) และการโอนคดีอันเกิดจากคำสั่งรวมหรือแยกคดี (มาตรา 28 29) การจำหน่ายตามมาตรา 132 เป็นการนำคดีออกอย่างแท้จริง จึงต่างจากการงดพิจารณาชั่วคราวตามกฎหมายอื่น เช่น การจำหน่ายในคดีล้มละลาย ที่คดีอาจกลับมาดำเนินต่อได้ และต่างจากมาตรา 131 (2) และมาตรา 133 ที่ศาลวินิจฉัยประเด็น
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากคดีของคุณถูกจำหน่ายตามมาตรา 132 คดีย่อมสิ้นสุดโดยไม่มีการวินิจฉัยเนื้อหา จึงควรพิจารณาเหตุให้ดี เพราะการจำหน่ายเพราะไม่มาศาลหรือถอนฟ้องอาจกระทบว่าจะฟ้องใหม่ได้หรือไม่และอย่างไร ในคดีมรดกและครอบครัว ความตายของคู่ความอาจทำให้คดีไม่มีประโยชน์ตาม 132 (3) และศาลอาจคืนค่าขึ้นศาลบางส่วน จึงควรตรวจเงื่อนไขค่าฤชาธรรมเนียมในคำสั่ง หากถูกจำหน่ายแล้วต้องการรื้อฟื้นหรือฟ้องใหม่ ควรปรึกษาทนายโดยเร็ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 (2024)
การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ถึงแก่ความตายจึงไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ เมื่อผู้ร้องถึงแก่ความตายและไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาฎีกาต่อไป ศาลย่อมจำหน่ายคดีของผู้ร้องเสียจากสารบบความตามมาตรา ๑๓๒ (๓) และคืนค่าขึ้นศาลในชั้นของศาลนั้น
การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ ๑ จึงไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ ๑ ถึงแก่ความตาย จึงไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาฎีกาของผู้ร้องที่ ๑ ต่อไป ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องที่ ๑ เสียจากสารบบความของศาลฎีกาตามมาตรา ๑๓๒ (๓) และคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้ร้องที่ ๑
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8040/2556 (2013)
เมื่อคู่สมรสถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา การสมรสย่อมสิ้นสุดลงเพราะความตาย จึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของอีกฝ่ายเป็นเหตุฟ้องหย่าหรือไม่ ทั้งค่าทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๒๕ เรียกได้เฉพาะกรณีศาลพิพากษาให้หย่ากัน และการแบ่งสินสมรสต้องแบ่งนับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นสุดด้วยความตายตามมาตรา ๑๖๒๕ ศาลจึงจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามมาตรา ๑๓๒ (๓) และคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา
ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่ความตายทำให้การสมรสสิ้นสุดลงเนื่องจากความตายของโจทก์ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องพิจารณาพิพากษาฎีกาของจำเลยอีกต่อไปว่าการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลของการสมรสเปลี่ยนแปลงไป ส่วนค่าทดแทนที่ศาลล่างกำหนดให้จำเลยจ่ายแก่โจทก์นั้น เมื่อศาลไม่ได้พิพากษาให้หย่ากัน โจทก์จึงไม่อาจเรียกได้ เพราะ ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๒๕ ให้เรียกค่าทดแทนได้เฉพาะกรณีศาลพิพากษาให้หย่ากันเท่านั้น และการแบ่งสินสมรสหลังการสมรสสิ้นสุดเพราะความตายต้องแบ่งระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่มีชีวิตอยู่นับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นสุดตามมาตรา ๑๖๒๕ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหาตามฟ้องอีกต่อไปตามมาตรา ๑๓๒ (๓) และคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8944/2559 (2016)
เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเข้าดำเนินคดีแทนจำเลยที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดขอให้จำหน่ายคดีเพื่อให้โจทก์ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ การจำหน่ายคดีเช่นนั้นเป็นการสั่งตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 25 ตอนท้าย มิได้ประสงค์ให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปจากศาลเสียทีเดียว จึงมิใช่คำสั่งจำหน่ายคดีตามมาตรา 132 เมื่อต่อมาศาลพิพากษายกฟ้องในคดีล้มละลาย โจทก์ย่อมกลับมาดำเนินคดีเดิมต่อไปได้ หาต้องฟ้องจำเลยเหล่านั้นเป็นคดีใหม่ภายในอายุความไม่ ทั้งการยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปโดยไม่ไต่สวนก็ชอบ เมื่อฝ่ายที่คัดค้านได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งและศาลได้พิจารณาคำร้องนั้นแล้ว โดยคำร้องอ้างแต่เพียงข้อกฎหมายซึ่งศาลวินิจฉัยได้เอง
ธนาคารฟ้องจำเลยสี่คนเมื่อปี 2544 ระหว่างพิจารณา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าดำเนินคดีแทนและขอให้จำหน่ายคดีเพื่อให้โจทก์ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ ต่อมาปี 2549 เมื่อศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในคดีล้มละลาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการจำหน่ายคดีดังกล่าวเป็นการสั่งตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 25 ตอนท้าย มิได้ประสงค์ให้คดีเสร็จเด็ดขาด จึงมิใช่คำสั่งตามมาตรา 132 โจทก์ย่อมกลับมาดำเนินคดีนี้ต่อไปได้ หาต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ภายในอายุความไม่ ทั้งการยกคดีขึ้นพิจารณาโดยไม่ไต่สวนก็ชอบ เพราะจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งและศาลได้พิจารณาคำร้องนั้นแล้ว โดยอ้างเพียงข้อกฎหมายซึ่งศาลวินิจฉัยได้เอง
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 144 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4043/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3868-3869/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9251/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8944/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3356-3357/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8626/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 13881/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10507/2556 (2013)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
การจำหน่ายคดีจากสารบบความหมายความว่าอย่างไร
ตามมาตรา 132 ศาลนำคดีออกโดยไม่วินิจฉัยเนื้อหา เกิดจากเหตุ เช่น ถอนฟ้อง ไม่มาศาล ขาดนัด หรือความตายของคู่ความที่ทำให้คดีไม่มีประโยชน์
ถ้าคู่ความตายระหว่างคดีจะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา 132 (3) หากความตายทำให้คดีไม่มีประโยชน์ต่อไปหรือไม่มีผู้เข้าแทนที่ตามมาตรา 42 ศาลอาจจำหน่ายคดีจากสารบบความ
ถ้าคดีถูกจำหน่ายจะได้ค่าขึ้นศาลคืนหรือไม่
บางกรณี มาตรา 132 ให้ศาลกำหนดเงื่อนไขค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร และในบางการจำหน่าย เช่น ความตายของคู่ความ อาจคืนค่าขึ้นศาลบางส่วน
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 132. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-132/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 132 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-132/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-132/"><p>ให้ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ โดยไม่ต้องมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องนั้น และให้กำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร (๑) เมื่อโจทก์ทิ้งฟ้อง ถอนฟ้อง หรือไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗๔ มาตรา ๑๗๕ และมาตรา ๑๙๓ ทวิ (๒) เมื่อโจทก์ไม่หาประกันมาให้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๓ และมาตรา ๓๒๓ หรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายขาดนัดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๙๘ มาตรา ๒๐๐ และมาตรา ๒๐๑ (๓) ถ้าความมรณะของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังให้คดีนั้นไม่มีประโยชน์ต่อไป หรือถ้าไม่มีผู้ใดเข้ามาแทนที่คู่ความฝ่ายที่มรณะดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๒ (๔) เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีรวมกันหรือให้แยกกัน ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘ และ ๒๙</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-132/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา