ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 174: การทิ้งฟ้อง
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าโจทก์ได้ทิ้งฟ้อง คือ
(๑) ภายหลังที่ได้เสนอคำฟ้องแล้ว โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้นภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง
(๒) โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยได้ส่งคำสั่งให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าโจทก์ได้ทิ้งฟ้อง คือ (๑) ภายหลังที่ได้เสนอคำฟ้องแล้ว โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้นภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง (๒) โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยได้ส่งคำสั่งให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 174 กำหนดกรณีที่ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ซึ่งมีผลให้ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เหตุประการแรกต่อเนื่องจากมาตรา 173 คือ หากโจทก์ไม่ร้องขอให้ส่งหมายและไม่แจ้งเหตุต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่ยื่นคำฟ้อง ย่อมสันนิษฐานว่าทิ้งฟ้อง เหตุประการที่สองกว้างกว่าและเกิดได้ตลอดการดำเนินคดี คือ โจทก์ที่เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามที่ต้องทำภายในเวลาที่ศาลกำหนด หลังจากได้ส่งคำสั่งให้โดยชอบแล้ว ถือว่าทิ้งฟ้อง โดยผ่านมาตรา 246 และ 247 เหตุประการที่สองใช้ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาด้วย การไม่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาภายในกำหนดที่ขยายจึงอาจเป็นการทิ้งฟ้องได้เช่นกัน
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การทิ้งฟ้องเป็นทางที่ทำให้แพ้คดีที่ควรชนะได้ง่ายที่สุดทางหนึ่ง จึงควรถือกำหนดเวลาของศาลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการร้องขอให้ส่งหมายภายในเจ็ดวันนับแต่ยื่นคำฟ้อง และการดำเนินการตามที่ศาลสั่งภายในเวลาที่กำหนด เพราะศาลอาจจำหน่ายคดีได้เมื่อส่งคำสั่งให้ท่านโดยชอบแล้ว หลักเดียวกันนี้ใช้ถึงชั้นอุทธรณ์และฎีกา การพลาดกำหนดชำระค่าธรรมเนียมอาจทำให้คดีสิ้นสุด หากกำหนดกระชั้น ควรขอขยายเวลาแทนการปล่อยให้ล่วงเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2568 (2025)
เมื่อศาลสั่งให้คู่ความนำส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นถือว่าทิ้งคำร้อง และคู่ความเพิกเฉยไม่ดำเนินการ ย่อมถือว่าทิ้งคำร้องตามมาตรา 174 (2)
ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้คัดค้านนำส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายในเจ็ดวัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งคำร้อง เมื่อผู้คัดค้านไม่นำส่ง ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการทิ้งคำร้องตามมาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 68 ว่าด้วยการส่ง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1399/2567 (2024)
มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 ใช้บังคับแก่ผู้อุทธรณ์เช่นเดียวกับโจทก์ ผู้อุทธรณ์ที่เพิกเฉยไม่เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์ในส่วนนั้น
จำเลยอุทธรณ์ทั้งในส่วนฟ้องเดิมและฟ้องแย้งซึ่งมีทุนทรัพย์เท่ากัน แต่เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพียงจำนวนเดียว และคำร้องขอขยายเวลาวางค่าขึ้นศาลเพิ่มถูกยกเพราะยื่นเกินกำหนด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าค่าขึ้นศาลที่เสียไปเป็นค่าขึ้นศาลในส่วนฟ้องเดิม อุทธรณ์ส่วนนี้จึงไม่เป็นการทิ้งฟ้อง ส่วนจำเลยในฐานะผู้อุทธรณ์เพิกเฉยไม่เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มในส่วนฟ้องแย้งภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์เฉพาะส่วนฟ้องแย้งตามมาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2811/2565 (2022)
การเพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาภายในเวลาที่ศาลขยายให้ เป็นการไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าทิ้งฎีกาตามมาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 247 จึงจำหน่ายคดีส่วนนั้นออกจากสารบบความศาลฎีกา
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาในส่วนฟ้องแย้งภายในกำหนดที่ศาลชั้นต้นขยายให้ ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กำหนด อันเป็นการทิ้งฎีกาในส่วนฟ้องแย้งตามมาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 247 จึงจำหน่ายคดีส่วนนั้นออกจากสารบบความ
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 291 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1222/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4009/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2811/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 101/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3868-3869/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2064/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 124/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 212/2561 (2018)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
โจทก์ถือว่าทิ้งฟ้องเมื่อใด
ตามมาตรา 174 โจทก์ทิ้งฟ้องเมื่อไม่ร้องขอให้ส่งหมายและไม่แจ้งเหตุภายในเจ็ดวันนับแต่ยื่นคำฟ้อง หรือเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนดหลังส่งคำสั่งให้โดยชอบแล้ว
การพลาดกำหนดชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ถือเป็นการทิ้งฟ้องได้หรือไม่
ได้ โดยผ่านมาตรา 246 และ 247 เหตุประการที่สองในมาตรา 174 ใช้ในชั้นอุทธรณ์และฎีกา การไม่ชำระค่าขึ้นศาลภายในเวลาที่กำหนดจึงถือเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ได้
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 174. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-174/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 174 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-174/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-174/"><p>ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าโจทก์ได้ทิ้งฟ้อง คือ (๑) ภายหลังที่ได้เสนอคำฟ้องแล้ว โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้นภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง (๒) โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยได้ส่งคำสั่งให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-174/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา