ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 174: การทิ้งฟ้อง

ตัวบทกฎหมาย

ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าโจทก์ได้ทิ้งฟ้อง คือ
(๑) ภายหลังที่ได้เสนอคำฟ้องแล้ว โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้นภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง
(๒) โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยได้ส่งคำสั่งให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว

คำแปลภาษาอังกฤษ

ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าโจทก์ได้ทิ้งฟ้อง คือ (๑) ภายหลังที่ได้เสนอคำฟ้องแล้ว โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้นภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง (๒) โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยได้ส่งคำสั่งให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 174 กำหนดกรณีที่ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ซึ่งมีผลให้ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เหตุประการแรกต่อเนื่องจากมาตรา 173 คือ หากโจทก์ไม่ร้องขอให้ส่งหมายและไม่แจ้งเหตุต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่ยื่นคำฟ้อง ย่อมสันนิษฐานว่าทิ้งฟ้อง เหตุประการที่สองกว้างกว่าและเกิดได้ตลอดการดำเนินคดี คือ โจทก์ที่เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามที่ต้องทำภายในเวลาที่ศาลกำหนด หลังจากได้ส่งคำสั่งให้โดยชอบแล้ว ถือว่าทิ้งฟ้อง โดยผ่านมาตรา 246 และ 247 เหตุประการที่สองใช้ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาด้วย การไม่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาภายในกำหนดที่ขยายจึงอาจเป็นการทิ้งฟ้องได้เช่นกัน

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

การทิ้งฟ้องเป็นทางที่ทำให้แพ้คดีที่ควรชนะได้ง่ายที่สุดทางหนึ่ง จึงควรถือกำหนดเวลาของศาลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการร้องขอให้ส่งหมายภายในเจ็ดวันนับแต่ยื่นคำฟ้อง และการดำเนินการตามที่ศาลสั่งภายในเวลาที่กำหนด เพราะศาลอาจจำหน่ายคดีได้เมื่อส่งคำสั่งให้ท่านโดยชอบแล้ว หลักเดียวกันนี้ใช้ถึงชั้นอุทธรณ์และฎีกา การพลาดกำหนดชำระค่าธรรมเนียมอาจทำให้คดีสิ้นสุด หากกำหนดกระชั้น ควรขอขยายเวลาแทนการปล่อยให้ล่วงเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2568 (2025)

    เมื่อศาลสั่งให้คู่ความนำส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นถือว่าทิ้งคำร้อง และคู่ความเพิกเฉยไม่ดำเนินการ ย่อมถือว่าทิ้งคำร้องตามมาตรา 174 (2)

    ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้คัดค้านนำส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายในเจ็ดวัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งคำร้อง เมื่อผู้คัดค้านไม่นำส่ง ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการทิ้งคำร้องตามมาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 68 ว่าด้วยการส่ง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1399/2567 (2024)

    มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 ใช้บังคับแก่ผู้อุทธรณ์เช่นเดียวกับโจทก์ ผู้อุทธรณ์ที่เพิกเฉยไม่เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์ในส่วนนั้น

    จำเลยอุทธรณ์ทั้งในส่วนฟ้องเดิมและฟ้องแย้งซึ่งมีทุนทรัพย์เท่ากัน แต่เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพียงจำนวนเดียว และคำร้องขอขยายเวลาวางค่าขึ้นศาลเพิ่มถูกยกเพราะยื่นเกินกำหนด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าค่าขึ้นศาลที่เสียไปเป็นค่าขึ้นศาลในส่วนฟ้องเดิม อุทธรณ์ส่วนนี้จึงไม่เป็นการทิ้งฟ้อง ส่วนจำเลยในฐานะผู้อุทธรณ์เพิกเฉยไม่เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มในส่วนฟ้องแย้งภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์เฉพาะส่วนฟ้องแย้งตามมาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2811/2565 (2022)

    การเพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาภายในเวลาที่ศาลขยายให้ เป็นการไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าทิ้งฎีกาตามมาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 247 จึงจำหน่ายคดีส่วนนั้นออกจากสารบบความศาลฎีกา

    เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาในส่วนฟ้องแย้งภายในกำหนดที่ศาลชั้นต้นขยายให้ ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กำหนด อันเป็นการทิ้งฎีกาในส่วนฟ้องแย้งตามมาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 247 จึงจำหน่ายคดีส่วนนั้นออกจากสารบบความ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 291 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1222/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4009/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2811/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 101/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3868-3869/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2064/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 124/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 212/2561 (2018)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

โจทก์ถือว่าทิ้งฟ้องเมื่อใด

ตามมาตรา 174 โจทก์ทิ้งฟ้องเมื่อไม่ร้องขอให้ส่งหมายและไม่แจ้งเหตุภายในเจ็ดวันนับแต่ยื่นคำฟ้อง หรือเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนดหลังส่งคำสั่งให้โดยชอบแล้ว

การพลาดกำหนดชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ถือเป็นการทิ้งฟ้องได้หรือไม่

ได้ โดยผ่านมาตรา 246 และ 247 เหตุประการที่สองในมาตรา 174 ใช้ในชั้นอุทธรณ์และฎีกา การไม่ชำระค่าขึ้นศาลภายในเวลาที่กำหนดจึงถือเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ได้

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 174. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-174/ (accessed 13 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 174
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-174/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-174/"><p>ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าโจทก์ได้ทิ้งฟ้อง คือ (๑) ภายหลังที่ได้เสนอคำฟ้องแล้ว โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้นภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง (๒) โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยได้ส่งคำสั่งให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-174/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง